หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “หลี่ซื่อลอบเข้าจวนเหอโดยไม่ถูกจับได้ ก็คงจะมีคนในและคนคนนี้น่าจะเป็นอิ๋งอิ๋ง แต่ไม่ใช่นางแล้วจะเป็นใครได้อีก?”
พอจะยืนยันได้แล้ว ที่หลี่ซื่อผลักลู่ฉางอันตกทะเลสาบ จะต้องเป็นเพราะร้อนตัว
ใกล้จะมืดแล้ว รอถึงพรุ่งนี้เช้า คนของตระกูลเหอก็จะมารับศพของเหอจื่อเย่ว์ที่ว่าการแล้ว อย่างไรก็ตามคนนี้เป็นขุนนางในราชสำนัก คดีนี้จะล่าช้าไม่ได้ ไม่นานทางจวนผู้ว่าราชการมณฑลก็จะตัดสินเป็นคดีโจรปล้นฆ่าทั่วไป
หลิวอวิ๋นเซียงเท้าคาง วิ่งเต้นกับลู่ฉางอันหนึ่งวัน นางก็เหนื่อยล้าบ้างแล้ว คิดไปพลาง สัปหงกไปพลาง
ในเวลานี้สัปหงกแรงไป แทบจะชนโดนโต๊ะแล้ว
ลู่ฉางอันพูดอย่างรู้สึกผิดนิด ๆ ว่า “เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าขอคิดอีกหน่อย ดูว่ามีอะไรสำคัญตกหล่นไหม”
หลิวอวิ๋นเซียงตาลุกวาว “จู่ ๆ ข้านึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง”
“อะไร?”
“ถ้าหากเหอฮูหยินกำลังปกป้องอิ๋งอิ๋ง สร้างหลักฐานที่อยู่ปลอมให้นางล่ะ?”
ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างก็สมเหตุสมผลแล้ว!
ลู่ฉางอันตาลุกวาวทันที “จู่ ๆ ข้าก็นึกรายละเอียดหนึ่งได้ ตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพของเหอจื่อเย่ว์ พบว่าในเล็บของเขามีเลือดแห้งอยู่ ตอนนั้นข้าสันนิษฐานว่าเขากำลังขัดขืน ข่วนโดนส่วนหนึ่งของคนร้าย”
หลิวอวิ๋นเซียงครุ่นคิดสักพักก็ตบโต๊ะดังปัง “รอยแผลบนใบหน้าของอิ๋งอิ๋ง ไม่ได้โดนเหอฮูหยินข่วน แต่เป็นตอนที่กำลังฆ่าเหอจื่อเย่ว์ ถูกเขาข่วนเข้าแล้ว!
ลู่ฉางอันพยักหน้า “ถ้าเป็นแบบนี้ละก็ เหอฮูหยินคนนั้นกำลังช่วยนางปกปิดจริงๆ”
พูดถึงตรงนี้ ลู่ฉางอันก็รีบเดินออกไป “ข้าจะสอบปากคำพวกนางสองคนโต้รุ่ง”
หลิวอวิ๋นเซียงไล่ตามออกไป “แยกกันสอบปากคำ จุดสำคัญอยู่ที่อิ๋งอิ๋ง”
“อืม”
ลู่ฉางอันให้เจ้าหน้าที่ไปพาตัวเหอฮูหยินและอิ๋งอิ๋งจากตระกูลเหอ พาทั้งสองคนไปสอบปากคำคนละที่
หลิวอวิ๋นเซียงตามลู่ฉางอันมาถึงที่เหอฮูหยินก่อน นางยังคงแสดงท่าทีดุร้าย ปากก็ด่าไม่หยุด โดยเฉพาะตอนเห็นลู่ฉางอัน แทบอยากจะพุ่งไปข่วนเขา
ลู่ฉางอันทำเสียงเหอะ “เหอฮูหยิน อย่าคิดจะโวยวายอีก ข้าจะสอบปากคำเจ้าทั้งคืน เจ้าควรจะคิดว่าตัวเองเผยพิรุธอะไรออกมา จะก่อกวนไม่เลิกหรือจะสารภาพออกมาโดยตรง!”
หลิวอวิ๋นเซียงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างตัวนาง ถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าเกิดมาเป็นลูกสาวของซื่อหลาง พ่อแม่เลี้ยงดูอย่างดี ไร้เดียงสา แต่เขาไม่ได้เกิดมาก็เป็นผู้ว่าราชการมณฑล เดิมเจ้าแต่งงานกับเขาเป็นการลดตัวลงมา เดิมทีเขาก็หวงแหนเจ้า ในตอนนั้นแม้ว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตลำบาก แต่รักกันดี แต่ต่อมาเขาเลื่อนขั้นทีละก้าว ข้างตัวมีผู้หญิงมากมาย ในตอนนี้เขาเริ่มรังเกียจเจ้า รังเกียจที่เจ้าคลอดลูกไม่ได้ รังเกียจที่เจ้าแก่ลง แล้วเจ้าเล่า เจ้ามีการศึกษาดี ตอนแรกไม่สนใจเรื่องชิงความโปรด แต่ค่อย ๆ พบว่าในสายตาของเขาไม่มีเจ้าแล้ว เจ้าเริ่มอิจฉา เริ่มใช้วิธีการ แสดงความดุร้ายสุดท้ายกลายมาเป็นสภาพตอนนี้”
ระหว่างที่หลิวอวิ๋นเซียงกำลังพูดก็สังเกตสีหน้าของเหอฮูหยินเป็นระยะ ถึงแม้จะเห็นนางหลับตา แต่หนังตาสั่น ลมหายใจยุ่งเหยิง ตอนนางพูดจบ หางตาของเหอฮูหยินก็มีน้ำตาไหลออกมา
หลิวอวิ๋นเซียงพ่นลมออกมา นางกับลู่ฉางอันทำความเข้าใจประสบการณ์ชีวิตของเหอจื่อเย่ว์ ที่เหลือเป็นการเดาของนางทั้งหมด สามารถทำให้ผู้หญิงที่เกิดในตระกูลดีกลายเป็นหญิงร้าย ผู้ชายคนนั้นจะต้องทำเรื่องมากมายที่ทำให้นางเจ็บปวดผิดหวังถึงขั้นเป็นบ้า
“ทำไมอิ๋งอิ๋งถึงพิเศษ เจ้าไม่อิจฉานางกลับช่วยนางด้วย?” หลิวอวิ๋นเซียงถาม
เหอฮูหยินมุมปากกระตุก “ข้าจะช่วยนังคนชั้นต่ำนั่นได้อย่างไร?”
“คืนนั้นนางอยู่ในห้องของเจ้าจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอน”
“อยู่จริงหรือ?” หลิวอวิ๋นเซียงถามอีกหนึ่งรอบ
เหอฮูหยินพูดอย่างหมดความอดทน “พวกเจ้าจะถามข้าพูดอีกกี่ครั้ง นางคุกเข่าอยู่ในห้องของข้า พวกสาวใช้ที่เดินผ่านเป็นพยานให้ได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน