“เจ้าก็บอกว่านางคุกเข่าอยู่ในห้องเจ้า ที่จริงแล้วพวกสาวใช้มองจากนอกหน้าต่างเห็นแค่ตัวของเจ้าแต่มองไม่เห็นนาง”
เหอฮูหยินพูดอย่างร้อนใจ “พวกเขาได้ยินเสียงร้องไห้!”
“แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นเสียงร้องไห้ของนาง และมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าจะด่าไปพลาง ร้องไห้ไปพลาง”
“เจ้าพูดแบบนี้มีหลักฐานไหม ไม่มีหลักฐานจะพูดเหลวไหลได้อย่างไร?”
“มีแน่นอน”
เหอฮูหยินเห็นท่าทางมั่นใจของหลิวอวิ๋นเซียง ก็เริ่มไม่สบายใจแล้ว “ละ......หลักฐานอะไร?”
“แผลบนใบหน้าของอิ๋งอิ๋ง เจ้าไม่ได้เป็นคนทำ แต่เป็นเหอจื่อเย่ว์”
“เหอะ นี่นับเป็นหลักฐานอะไร”
“ในเล็บของเหอจื่อเย่ว์มีเลือดอยู่”
“แล้วมัน......”
จู่ ๆ หลิวอวิ๋นเซียงก็คว้ามือทั้งสองของเหอฮูหยิน ดูเล็บของนาง “เจ้าเล็บยาว แต่กลับออกแรงยาก ข่วนแผลที่ขูดผิวหนังเส้นยาวหนึ่งไม่ได้”
เหอฮูหยินถอนหายใจ “เอาเป็นว่าข้าเป็นคนข่วน พวกเจ้าอยากพูดอะไรก็พูดไป”
หลิวอวิ๋นเซียงหรี่ตาลง “ช่วยคนร้ายก็ผิดกฎหมาย เหอฮูหยินไม่กลัวหรือ?”
“ข้าไม่ได้ทำอะไร จะกลัวทำไม?”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “เหอฮูหยิน ในเมื่อเจ้าปากแข็ง อย่างนั้นก็ล่วงเกินแล้ว”
นางให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งไปหาหญิงสาวมาคนหนึ่ง และให้เจ้าหน้าที่อีกคนมัดเหอฮูหยินเอาไว้ ใช้ผ้าปิดปากไม่ให้ส่งเสียงออกมา เจ้าหน้าที่ปลุกแม่ครัวที่ทำกับข้าวให้ที่ว่าการขึ้น และพาตัวนางมาที่นี่
“ท่านป้า ถ้ามีคนกำลังลงโทษเจ้า เจ้ารู้ว่าต้องร้องอย่างไรใช่ไหม?”
แม่ครัวคนนั้นกะพริบตา แม้ไม่รู้ว่าหลิวอวิ๋นเซียงต้องการทำอะไร แต่ยังคงพยักหน้า “รู้อยู่แล้ว เพราะเดินผ่านที่นี่ทุกวัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนท่านป้าแสร้งทำเป็นเจ็บปวดมาก ร้องออกมาเยอะๆ”
แม่ครัวรวบรวมสมาธิ ร้องโอดครวญเสียงสูง
หลิวอวิ๋นเซียงพาเหอฮูหยินมานอกห้องสอบปากคำด้านข้างมองข้างในจากหน้าต่าง
หลิวอวิ๋นเซียงยืนอยู่หน้าประตู เห็นเหอฮูหยินใช้แรงดิ้นรนอยากจะเตือนอิ๋งอิ๋งที่อยู่ด้านใน แต่นางถูกเจ้าหน้าที่สองคนจับไว้แน่น ขยับตัวไม่ได้และส่งเสียงไม่ได้ ทำได้แต่ร้อนใจ
อิ๋งอิ๋งร้องไห้อยู่นาน ต่อมาก็เช็ดน้ำตาเริ่มยืดตัวตรงขึ้น
“เป็นข้าเอง ข้าเป็นคนฆ่าเหอจื่อเย่ว์!”
“เขาทำร้ายท่านพ่อข้าจนตายและยังลักพาตัวข้าไปรังแกในจวน!”
“ข้าเกลียดเขา ใช้มีแทงเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในตอนนั้นข้ารู้สึกได้ระบายความโกรธแล้ว!”
คำพูดไม่กี่ประโยคเสียงดัง ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ได้ยินกันอย่างชัดเจน รวมถึงเหอฮูหยินที่อยู่ข้างนอก นางหยุดดิ้นรนแล้ว ตัวเซถอยหลังไปหลายก้าว สุดท้ายก็หลับตาลง
หลิวอวิ๋นเซียงพาเหอฮูหยินกลับไปในห้องสอบปากคำก่อนหน้านี้ ให้เจ้าหน้าที่แก้เชือกให้นางแล้ว
นางนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เหมือนถูกคนดึงเส้นเอ็นถอนกระดูก ไม่มีชีวิตชีวาสักนิด
“เขาสมควรตาย” นางพึมพำออกมาหนึ่งประโยค เหมือนอยากให้ตัวเองเชื่อ นางพูดซ้ำอีกครั้ง “เขาสมควรตาย!”
“ในตอนที่เขาขอข้าแต่งงานเคยสาบานเอาไว้ ชีวิตที่เหลือหลังจากนี้จะมีแค่ข้าคนเดียว ข้าเชื่อเขา ข้าเชื่อแล้ว ไม่ว่าท่านแม่เตือนข้าซ้ำ ๆ คำพูดของผู้ชายเชื่อไม่ได้ แต่ข้ารู้สึกว่าเขาแตกต่าง ข้าแต่งงานกับเขาแล้ว ข้าตามเขาไปสถานที่กันชายแดนกันดารทางใต้ ข้าเคยตามเขาไปที่ราบสูงภาคตะวันตกที่หนาวและลำบาก ข้าเคยไปทะเลทรายทางเหนือ ตอนนี้มาคิดแล้วยากลำบากจริงๆ แต่ตอนนั้นกลับไม่รู้สึก ถึงขนาดรู้สึกหวานเหมือนลูกกวาด เพราะเราสองคนรักและอยู่ด้วยกัน ต่อมา บ้านเดิมข้าช่วยเหลือ ย้ายเขามารับตำแหน่งที่เย่ว์โจว ชีวิตค่อย ๆ ดีขึ้น แต่หลังจากเขานั่งตำแหน่งผู้ว่าราชการมณฑลมั่นคงแล้ว ก็เริ่มรังเกียจข้าตั้งท้องไม่ได้ รังเกียจข้าแก่ เขาเริ่มจากรับอนุ และเลี้ยงชู้นอกบ้านอีก ข้าทะเลาะกับเขา งอนเขาหาเรื่องผู้หญิงพวกนั้น แต่นานวันเข้า ข้ารู้สึกเหนื่อยแล้วจริงๆ แต่เขากลับกำเริบมากขึ้น ถึงขั้นเริ่มลักพาตัวผู้หญิงตระกูลดี ใช้วิธีไร้ยางอายต่างๆ บีบบังคับทำลายครอบครัวและฆ่าคน เหอจื่อเย่ว์ในตอนนี้ไม่ใช่คนที่ข้าเคยรู้จักในตอนแรกแล้ว เขากลายเป็นคนเลวตั้งแต่หัวจรดเท้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน