เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 232

เขาคือราชครูฟังจื่อหรูผู้สง่างาม เป็นแบบอย่างของบัณฑิตทั่วทั้งใต้หล้า แต่กลับแอบกระทำตัวเหลวไหลเช่นนี้ หากคนเหล่านั้นรู้เข้าคงตกใจจนอ้าปากค้างอย่างแน่นอน

วันนี้หลิวอวิ๋นเซียงพาเยี่ยนเอ๋อร์ไปเล่นซ่อนหา พวกเขาตกลงกันแล้วว่าจะไปออกไปนอกลาน แต่นางตามหาอยู่สักพักแต่ไม่เจอ ดังนั้นนางจึงต้องออกไปตามหาข้างนอก

เมื่อไปถึงลานตะวันตก ก็เห็นอวี๋เจียวเจียวรินชาให้เหยียนมู่ พร้อมมองหน้าประจบประแจง

“องค์ชาย ท่านสัญญากับเจียวเจียวแล้ว ท่านต้องรักษาคำพูดนะเพคะ”

เหยียนมู่จิบชาพลางตอบออกไป “เรื่องที่ให้เจ้าไปถามเป็นอย่างไรบ้าง”

“ตาเฒ่านั่นปากแข็งมาก แต่เจียวเจียวจะพยายามอย่างเต็มที่ องค์ชายไม่ผิดหวังในตัวเจียวเจียวแน่”

“เอาเถิด ไปให้พ้นจากสายตาข้า รีบไปหาของสิ่งนั้นได้แล้ว”

“องค์ชาย...”

“รีบไสหัวไป!”

อวี๋เจียวเจียวได้แต่โค้งคำนับอย่างเชื่อฟัง ก่อนเหลือบมองเหยียนมู่อีกครั้งและเดินจากไป

ขณะที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้วพบกับหลิวอวิ๋นเซียง นางจึงพร่ำบ่นเบาๆ

“ไม่รู้จริงๆ ว่าลู่ฉางอันชอบอะไรในตัวเจ้ากันแน่”

ประโยคนั้นราวกับแฝงไปด้วยความริษยา หลิวอวิ๋นเซียงเพียงยิ้มอย่างแผ่วเบา ไม่ได้ต่อปากต่อคำให้เสียเวลาต่อไป

หลังอวี๋เจียวเจียวจากไปแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงกำลังเตรียมเดินไปหาที่อื่น แต่กลับเห็นศีรษะของเจ้าตัวน้อยโผล่ออกมาจากด้านหลังต้นทับทิม นางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกัดฟันเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ

เหยียนมู่มองเห็นนางแล้ว เขาจึงมองมาด้วยสายตาสบายๆ และดื่มชาในมือต่อไป

นางก้าวเข้าไปโค้งคำนับ ก่อนเดินไปยังทิศทางต้นทับทิม “เหมือนว่าข้าจะเห็นกระต่ายน้อยน่ารักตัวนั้นแล้วนะ”

เมื่อได้ยินเสียงของนาง เยี่ยนเอ๋อร์จึงหัวเราะคิกคักอย่างตื่นเต้น

“ข้าจะไปจับตัวกระต่ายน้อยประเดี๋ยวนี้”

พูดจบ นางจึงกระโจนเข้าไปข้างหน้า เจ้าตัวเล็กก็วิ่งออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้อง จากนั้นล้มลงในอ้อมแขนของเหยียนมู่และปีนป่ายอย่างตื่นเต้น

“โอ๊ะ บังเอิญว่าข้าเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่หิวโหยเสียด้วยสิ ข้าจะกินกระต่ายตัวน้อยด้วยคำเดียวเลย”

เหยียนมู่อ้าปากแสร้งส่งเสียงคำราม เดิมทีเพียงแค่อยากแกล้งทำให้เยี่ยนเอ๋อร์ตกใจ ทว่าเด็กน้อยกลับตื่นเต้นมากขึ้น พลางเอื้อมมือไปกอดคอและเอาใบหน้าเล็กๆ ถูกใบหน้าของเขา

เหยียนมู่ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งตัวเยี่ยนเอ๋อร์ที่ติดหนึบคืนให้กับหลิวอวิ๋นเซียง

“มีแต่กลิ่นนม เหม็นเหลือเกิน”

หลิวอวิ๋นเซียงเม้มริมฝีปาก “องค์ชายคงไม่ชอบเด็กสินะเพคะ”

“ข้าไม่ชอบลูกของคนอื่น ชอบแค่ลูกของตัวเองเท่านั้น”

ความคิดของหลิวอวิ๋นเซียงเปลี่ยนไปทันที “องค์ชายมีลูกแล้วหรือ”

“ข้ามีลูกสาวคนหนึ่ง ตัวขาวน่ารักเหมือนกับซาลาเปา น่ารักยิ่งกว่าเจ้าลิงโคลนตัวนี้สียอีก”

ซาลาเปา? นางเป็นแม่นางน้อยแท้ๆ แต่ท่านกลับชมว่าน่ารักเหมือนกับซาลาเปา

ไหนจะเจ้าลิงโคลนอีก หากเขาเป็นลิงโคลน ท่านก็เป็นเหมือนกัน

หลิวอวิ๋นเซียงอยากถามเหยียนมู่ว่านางสามารถออกไปหาชวีโม่หราน ให้จัดยาให้กับลู่ฉางอันได้หรือไม่ แต่ทันทีที่เดินออกจากลานบ้าน ก็เห็นเขารีบเดินออกจากลานตะวันตกด้วยสีหน้าจริงจัง โดยมีเจียงหย่วนเดินตามหลังและรับคำสั่งไปด้วย

“เรียกทุกคนมารวมตัวกัน รีบไปชานเมืองตะวันตกประเดี๋ยวนี้!”

เมื่อรับคำสั่งเสร็จ ทหารทุกคนในเรือนพักแรมจึงออกเดินทางไปพร้อมกัน ทำให้ลานเหลือเพียงความว่างเปล่า

ไม่นานนัก เจียงหย่วนก็เดินเข้ามาและบอกให้ลู่ฉางอันไปชานเมืองตะวันตกพร้อมกับพวกเขา

“แต่เขายังป่วยอยู่นะ” หลิวอวิ๋นเซียงกล่าว

“ตราบใดที่ยังไม่ตาย ยังเคลื่อนไหวได้ก็ต้องคลาน!” เจียงหย่วนตะโกน

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้วแน่น และลเริ่มตระหนักว่าเรื่องนี้อาจร้ายแรงมาก

ทว่าตานชิงกลับไม่พอใจมาก “ซื่อจื่อของพวกเรามีสถานะสูงส่ง หากเกิดอะไรขึ้น องค์ชายของเจ้าจะอธิบายอย่างไร”

“อธิบายบ้าอะไร!”

“นี่เจ้า!”

หลิวอวิ๋นเซียงรีบคว้าแขนตานชิงเอาไว้ การเผชิญหน้ากับคนพาลอย่างเจียงหย่วน ไม่มีผลดีใดๆ ทั้งสิ้น

นางได้แต่ถามออกไปอย่างใจเย็น “นายท่าน มันเกิดอะไรขึ้นหรือ”

เจียงหย่วนเหลือบมองหลิวอวิ๋นเซียง อาจเป็นเพราะไม่อยากทำให้สตรีคนนี้ต้องอับอาย เขาจึงพูดอย่างเย็นชา “พื้นของสำนักฉืออี้ทางชานเมืองตะวันตกพังทลาย บ้านทุกหลังจมลงในหลุมใหญ่ ในสำนักฉืออี้ยังมีเด็กมากกว่าสามสิบคน วันนี้พวกเราต้องการบุรุษติดตามไปช่วยกันขุดดิน อย่ามัวทำตัวสำออยอยู่ที่นี่ ชีวิตของใครล้วนเป็นหนึ่งชีวิตเช่นกัน!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน