“ร่วมงานเลี้ยงวันนี้ห้ามโดดเด่นกว่าข้าเด็ดขาด!”
“ข้าเป็นเพียงแม่หม้าย จะโดดเด่นกว่าเจ้าได้อย่างไร”
เซี่ยเหวินชิงเม้มริมฝีปากก่อนตอบออกไปเบาๆ “ท่านย่าให้ท่านช่วยเป็นหูเป็นตาให้ข้าด้วย”
“หือ เจ้าชอบคุณชายคนไหนล่ะ”
“…”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยเหวินชิงเงียบไป หลิวอวิ๋นเซียงก็นึกขึ้นได้ว่าชาติที่แล้วนางเคยร้องตะโกนอยู่พักหนึ่งว่าอยากแต่งงานกับ...แต่งงานกับเหยียนมู่!
“ตุลาการศาลต้าหลี่ เหยียนมู่”
จริงหรือนี่!
แม่นางสี่ช่างกล้าหาญไม่น้อย เด็กสาวคนอื่นๆ ต่อให้ชอบผู้ใดก็คงเขินอายเกินกว่าจะพูดออกมา แต่นี่กล้าบอกและอีกฝ่ายยังเป็นขุนนางกังฉินที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัวอีกด้วย
หลิวอวิ๋นเซียงพูดไม่ออกอยู่นาน “เจ้าชอบอะไรในตัวเขางั้นหรือ”
“รูปโฉมหล่อเหลาสง่างาม โดดเด่นเหนือใครๆ”
เอ่อ ข้าเองก็ทึ่งกับรูปโฉมของเหยียนมู่นะ แต่ใครจะรู้ว่าเหยียนมู่หน้าตาหล่อเหลา แต่ใจจืดใจดำยิ่งกว่าสิ่งใด
“ย่าของเจ้าไม่ยอมรับแน่”
“หากจวนเหยียนมาคุยเรื่องแต่งงาน ถึงเพลานั้นท่านย่าต้องยินดีอย่างแน่นอน”
หลิวอวิ๋นเซียงแอบจินตนาการถึงช่วงเวลานั้น นางคาดว่าฮูหยินเฒ่าคงจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด ฮูหยินรองแขวนคอตายอีกครั้ง ส่วนนายท่านรองก็คงปลิดชีพตัวเองไปด้วยอีกคน
ทว่าสุดท้ายแม่นางสี่ไม่มีทางสมหวังดังปรารถนา หลิวอวิ๋นเซียงจึงไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระกับนางอีก
เมื่อพวกนางเดินทางไปถึงจวนเจิ้นกั๋วกง หลิวอวิ๋นเซียงก็พาเซี่ยเหวินชิงไปเยี่ยมฮูหยินเจิ้นกั๋วกงก่อน หลังจากพูดคุยกันสองสามคำ พวกนางจึงพากันเดินออกจากห้องนั่งเล่น
เซี่ยเหวินชิงบอกว่าจะไปเล่นกับน้องๆ และทิ้งหลิวอวิ๋นเซียงไว้เพียงลำพัง
นางจึงพาจิ่นเยียนออกไปเดินเล่นในสวนอย่างมีความสุข
ช่วงนี้หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกเซื่องซึม ไม่ค่อยสดชื่นมากนัก หลังจากเดินเล่นครู่หนึ่ง นางก็เริ่มรู้สึกง่วงนอน ด้านหน้ามีโถงดอกไม้ หลิวอวิ๋นเซียงเห็นเตียงตัวเตี้ยพังๆ อยู่ข้างในจึงไม่เดินต่อไปแล้ว
นางไม่กล้างีบหลับตรงนี้นานเกินไป เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ต้องตกใจที่เห็นเหยียนมู่นั่งอยู่บนขอบเตียง พลางเล่นดาบวงพระจันทร์ทองนิลในมือ
นางพลันขยี้ตาแล้วมองไปรอบๆ “จิ่นเยียนล่ะ”
“ข้าให้นางออกไปเฝ้าข้างนอก”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว จิ่นเยียนไม่มีทางปล่อยให้นางอยู่คนเดียวตามลำพัง ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น ดาบทองนิลก็ถูกวางอยู่บนลำคอเรียวของนางทันที
“นี่ท่าน!”
เหยียนมู่เฟิงหรี่ตาลงพร้อมกับยิ้ม “เจ้าคิดว่ามีพิษอยู่บนดาบหรือ”
“ฮะ...พิษอะไร”
“พิษงูไฟ”
หัวใจของหลิวอวิ๋นเซียงพลันสั่นเทา เขากำลังสงสัยนาง แน่นอนว่ามันเป็นเพียงข้อสงสัย หากพิสูจน์ได้ว่านางวางยาพิษเขาจริงๆ คงได้ตั๋วเดินทางสู่นรกทันที
“ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดถึงเรื่องอะไร”
“ไม่รู้?”
หลิวอวิ๋นเซียงเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไร้เดียงสา “ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย ข้ากลัว”
“เจ้าไม่กลัวถูกทำลายชื่อเสียงจนฉาวโฉ่หรือ”
“ท่านคิดว่าข้ากลัว?”
หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟันแน่น แน่นอนว่านางไม่กลัวชื่อเสียงฉาวโฉ่
“ใต้เท้าเหยียน ข้าเห็นท่านเดินเข้ามาในนี้” เซี่ยเหวินชิงก้าวเข้าไปในห้องด้านใน
หัวใจของหลิวอวิ๋นเซียงตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าเหยียนมู่กลับยิ้มอย่างภาคภูมิราวกับตั้งตารอคอยให้เซี่ยเหวินชิงจับได้
เซี่ยเหวินชิงตะโกนเรียกอีกครั้ง เขากำลังจะตอบออกไป หลิวอวิ๋นเซียงจึงตกใจมากจนรีบปิดปากของเขา
ในความรีบร้อนนั้น นางได้ใช้ปากตัวเองปิดปากของเขาไปแล้ว ไม่น่าทำลงไปเลย
เหยียนมู่สำลักด้วยหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระชับตัวหลิวอวิ๋นเซียงและจูบอย่างลึกซึ้ง สอดมือตามอาภรณที่ปลดออกไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้อง เซี่ยเหวินชิงจึงออกไปด้วยความผิดหวัง
ทางด้านหลิวอวิ๋นเซียงที่ถูกเหยียนมู่รังแก จู่ๆ นางก็รู้สึกไม่สบายและเริ่มคลื่นไส้
เหยียนมู่รีบปล่อยนางทันที “เป็นอะไรไป”
“ข้า... รู้สึกแย่มาก…” นางพูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา
“ไม่สบายตรงไหน”
“ไม่สบายไปทั้งตัว เมื่อคืนข้านอนไม่หลับเพราะปวดหลังปวดขาไปหมด ยิ่งท่านใจร้ายกับข้า ข้ายิ่งรู้สึกแย่” และนางก็เริ่มร้องไห้ออกมาเบาๆ
เหยียนมู่หรี่ตาลง “นี่เจ้าใช้วิธีนี้เบี่ยงเบนเรื่องพิษหรือเปล่า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน