หงเจี่ยกลอกตา “ก็แค่สองหมื่น เจ้าจำเป็นต้องเลียขาขนาดนั้นหรือ”
“ไปๆ ข้าจะชมเจ้าว่าสวย เจ้าต้องให้เงินข้าด้วย”
“ไม่ต้องให้เจ้าชม ข้าสวยอยู่แล้ว”
“แต่ไม่มีใครเอา”
“จินไห่ถัง!”
หงเจี่ยเดินออกไปด้วยความโกรธ
จินไห่ถังจงมือหลิวอวิ๋นเซียง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ช่างเหมือนกับรูปปั้นจริงๆ เมื่อถูกนางจ้องเช่นนี้หลิวอวิ๋นเซียงก็ทนไม่ไหว
“เจ้าหวีผมเป็นไหม?”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “ใช่”
“เช่นนั้นก็หวีให้ข้าหน่อย เอาให้สวยๆ เหมาะสมกับชุดนี้”
จินไห่ถังนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หลิวอวิ๋นเซียงหยิบหวีขึ้นมา ครั้งนี้นางพบว่าศีรษะด้านหลังของนางมีรอยมีด
มือของนางสั่น โดนฟันขนาดนี้นางยังรอดมาได้
“จริงสิ ต้องปกปิดรอยแผลไว้นะ”
“ได้...”
“ชุดนี้สวยไหม”
“อืม สวย”
“ข้าขโมยมาจากจวนเจียงหยางกง”
“...”
“เฮ้อ ข้าไม่ชอบฆ่าคน โดยเฉพาะผู้หญิง แต่แม่นางในจวนเจียงหยางกงชอบวิ่งหนี วิ่งไปวิ่งมาดันวิ่งชนมีดข้า ข้าเห็นนางสวยดีจึงคิดจะเอาเสื้อผ้านางมา แต่กลับเจอแค่ชุดนี้ชุดเดียว”
หลิวอวิ๋นเซียงมือสั่นมากกว่าเดิม นางพยายามสูดหายใจปรับอารมณืให้นิ่งเหมือนเดิม ไม่กล้าทำอะไรกระโตกกระตาก
“เจ้าไปทำอะไรเซี่ยจื่ออัน เฮ้อ ตอนข้าเข้าไปในจวนก็เห็นเขานอนอยู่ที่พื้น น่าสงสารเสียจริง เห็นแล้วข้าก็อดใจไม่ไหว”
หลิวอวิ๋นเซียงคิด เพราะท่าทางของท่านในตอนนั้นถึงช่วยชีวิตข้ามาได้
“เดิมที่ข้าคือฮูหยินจิ้งอันโหว” หลิวอิว๋นเซียงเอ่ยถึงบุญคุณระหว่างนางและเซี่ยจื่ออัน
จินไห่ถังได้ยินก็โมโห “เซี่ยจื่ออันช่างไร้ยางอายจริงๆ ตอนนั้นข้าควรจะฆ่าเขาซะ”
“แล้วท่าน...”
“เฮ้อ คนข้างกายเขาฝีมือใช้ไม่ได้สักคน จะฆ่าเขาก็ดูฝืนเกินไป”
พูดเหมือนเป็นไปไม่ได้!
“นอกจากจวนจิ้งอันโหว จวนเจียงหยางกงแล้วพวกท่านคงไม่ได้ไปปล้นจวนอื่นหรอกใช่ไหม”
“ยังมีจวนองค์หญิงใหญ่”
“...”
ป่าไม่ลึกและไม่หนาแน่น หลังจากเดินได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงลำธาร หากเดินไปตามลำธารคงเจอทางออก เมื่อคิดดังนั้นหลิวอวิ๋นเซียงก็รีบเดินตามเสียงไป
ยิ่งไปไกลเท่าไรเสียงน้ำก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น เมื่อออกจากป่าก็เห็นแม่น้ำกว้างใหญ่มีน้ำไหลลงมาจากต้นน้ำลำธาร
ในเวลานี้ นางเห็นชายคนหนึ่งนุ่งห่มผ้าเรียบๆ อยู่ไม่ไกล ดูเหมือนนักปราชญ์กำลังนั่งยองๆ อยู่ริมแม่น้ำ เขากำลังล้างจานฝนหมึก
ตามความเข้าใจของนางในหมู่บ้านอินทรีย์มีผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่มักถูกลักพาตัวมาเพื่อเป็นสามีของโจรสาว
“เฮ้อ จานฝนหมึกของข้า!”
เมื่อได้ยินเสียง หลิวอวิ๋นเซียงก็มองไป เห็นชายคนหนึ่งกำลังไล่ล่าอะไรบางอย่างไปตามแม่น้ำ แต่เขาไม่สามารถวิ่งหนีได้หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ก้าวเพราะเขามีโซ่เหล็กอยู่ที่เท้าและปลายอีกด้านของโซ่ผูกติดอยู่กับลำต้นของต้นไม้อยู่ไม่ไกล
หลิวอวิ๋นเซียงยืนอยู่ปลายน้ำ ไม่นานหลังจากนั้น นางก็เห็นจานฝนหมึกสีดำกลิ้งไปตามก้นแม่น้ำน้ำตื้น นางรีบก้มลงไปสกัดกั้นมัน
ชายคนนั้นก็เห็นนางก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจึงยกมือขึ้นและโค้งคำนับ
ผู้ชายคนนี้หล่อ สะอาดสะอ้าน และมีดวงตาที่ชัดเจน เขาอ่อนโยนและสุภาพมาก น่าจะเป็นนักปราชญ์
“จานฝนหมึกของเจ้า” หลิวอวิ๋นเซียงยื่นมันให้ “มีรอยกระแทกที่มุมหนึ่ง แต่ไม่มีผลกระทบต่อการใช้งาน”
เขาขอบคุณหลิวอวิ๋นเซียงและมองดูจานฝนหมึกที่บิ่นในมือของเขาด้วยความเสียใจ
“แม่นางมาใหม่หรือ?” เขาถาม
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้ม "เพิ่งถูกจับตัวมา"
เขาส่ายหน้าและถอนหายใจ “รอครอบครัวของเจ้ารวบรวมเงินค่าไถ่ได้ พวกเขาจะยอมปล่อยตัว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน