เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 27

“ข้าดื่มไม่ได้จริงๆ”

“ฮูหยินสาม ไม่เห็นแก่หน้าข้าหน่อยหรือ”

“...พอดีข้าเป็นหวัดนิดหน่อย เช้านี้กินยาไป หมอกำชับไว้ว่าไม่ให้ดื่มเหล้า”

“จริงหรือ”

“มิกล้าโกหกท่านหญิง”

“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนว่าเจ้ากำลังโกหก”

เหล้าถูกรินใส่จอกแล้ว มู่หรงลิ่งอี๋เป็นคนรินและนำไปให้หลิวอวิ๋นเซียง แต่นางกลับปฏิเสธ รอบข้างมีคนรอดูมากมาย นางซึ่งเป็นท่านหญิงผู้สูงศักดิ์จะหาทางลงเรื่องนี้อย่างไร

มู่หรงลิ่งอี๋เลิกคิ้ว “ไม่ยาก คุณชายผู้ดูแลสำนักหมอหลวงอยู่ทางนั้น แค่ขอให้เขามาตรวจชีพจรฮูหยินสาม ว่าเป็นหวัดดื่มเหล้าไม่ได้จริงหรือไม่ก็พอ”

หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกประหม่า หากหมอตรวจชีพจร ไม่เท่ากับว่าเรื่องที่นางตั้งครรภ์จะถูกเปิดเผยหรอกหรือ

“เหตุใดท่านหญิงต้องทำให้ข้าลำบากใจด้วย”

มู่หรงลิ่งอี๋หรี่ตาลงพร้อมกับกระซิบว่า “ข้าอยากรู้ว่าเจ้ากล้าโกหกข้าหรือเปล่า”

“หมอมานี่แล้วอย่างไรล่ะ!”

ชายดูท่าทางอ่อนโยนสวมอาภรณ์เรียบๆ และมงกุฎหยกพลันเดินเข้ามา เขาคือโจวหลี่ไหวบุตรชายของผู้ดูแลสำนักหมอหลวงนั่นเอง

ว่ากันว่าเขาเดินทางไปทั่วแดน ลิ้มลองสมุนไพร ทักษะทางการแพทย์ผสมผสานจากสำนักต่างๆ เหนือจรดใต้ ทำให้เขามีฝีมือดีเป็นอย่างมาก

หัวใจของหลิวอวิ๋นเหนียงจมดิ่งลง

ทักษะทางการแพทย์อันยอดเยี่ยมของโจวหลี่ไหวบอกได้ว่านางกำลังตั้งครรภ์อย่างแน่นอน

นางจะหนีพ้นได้อย่างไร

หลิวอวิ๋นเซียงคิดอยู่ครู่หนึ่งและจงใจพูดเสียงดัง “ท่านหญิง ข้าคือฮูหยินสามแห่งจวนโหว เพียงแค่สุขภาพไม่ดีจึงสะดวกดื่มเหล้า ท่านต้องทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

คนอื่นๆ ในที่นั่นแม้อยากดูอะไรสนุกๆ ไหน แต่ก็รู้สึกว่ามู่หรงลิ่งอี๋ทำเกินไป

คนเขาไม่ดื่ม แต่กลับบังคับให้ดื่ม ท่านหญิงคนนี้นี่เป็นอย่างไรกัน ทุกคนในที่นี้มีใครไม่มีภูมิหลังบ้าง

“ท่านหญิง มิสู้ดื่มกับข้าแทนสักจอกดีหรือไม่”

ฮูหยินกั๋วกงเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม นางคือฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง และมาจากครอบครัวแม่ทัพผู้มีเกียรติทำให้ใจกว้างและมีเมตตาอย่างมาก

มู่หรงลิ่งอี๋ยิ้ม “อย่าเลย ข้าดื่มให้ท่านดีกว่า”

นางดื่มเหล้าในแก้วนั้นลงไปอย่าเงียบๆ

ฮูหยินกั๋วกงดื่มพร้อมกับนาง ก่อนจะรู้สึกผ่อนคลายลง มู่หรงลิ่งอี๋กลับชิงพูดขึ้นก่อน

“ฮูหยินสามเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว นางอยู่ตัวคนเดียวโดดเดี่ยว ข้าเพียงเป็นห่วงสุขภาพของนาง อยากให้คุณชายโจวตรวจชีพจรนางก็เท่านั้น”

ฮูหยินกั๋วกงกลืนคำพูดทั้งหมดลงไปในลำคอ นางพยายามช่วยหลิวอวิ๋นเซียงอย่างสุดความสามารถในฐานะเจ้าบ้านแล้ว และไม่กล้าพูดอะไรให้ท่านหญิงขุ่นเคืองไปมากกว่านี้

“สีหน้าของฮูหยินสามไม่ค่อยดีนัก ให้คุณชายโจวลองตรวจสักหน่อยก็ดี” หลังจากพูดจบ ฮูหยินกั๋วกงจึงก้าวถอยออกไป

ทันใดนั้นหลิวอวิ๋นเซียงก็หมดหนทางแล้วจริงๆ โจวหลี่ไหวเดินเข้ามาพร้อมกับหมอตรวจชีพจารและวางลงตรงหน้า

เขาเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว แต่จงใจทำให้นางตื่นตระหนก!

นางจึงเอาแต่ถลึงตามองเขาไม่หยุด

มู่หรงลิ่งอี๋นั่งลงและแอบหยิกสาวใช้ที่อยู่ข้างๆ สาวใช้คนนั้นเจ็บมาก ได้แต่กัดฟันทน แต่ไม่กล้าเผยพิรุธออกไป

“เจ้าบอกว่าพี่เจ็ดอยู่ในห้องโถงดอกไม้กับสตรี เจ้าได้ยินเสียงอาเจียนของสตรีคนนั้นราวกับกำลังตั้งครรภ์”

“เจ้าค่ะ” สาวใช้หดตัวลง

“สตรีคนนั้นใช่หลิวอวิ๋นเซียงหรือไม่”

“บ่าวกำลังรีบตามหาท่าน...ก็เลยไม่เห็นว่าคนที่ออกมาจากห้องโถงดอกไม้คือใคร...”

“หึ!”

มู่หรงลิ่งอี๋เหลือบมองหลิวอวิ๋นเซียง นางรูปโฉมงดงามก็จริง แต่อย่างไรก็เป็นแค่หญิงหม้าย แม้ว่าพี่เจ็ดอาจรักสนุก แต่ไม่ใช่จะชอบไปหมดทุกคน

บางทีนางอาจคิดมากเกินไป

ในจวนเจิ้นกั๋วกงยังมีสนามหม่าฉิว(กีฬาขี่ม้าโปโลในสมัยโบราณ)ด้วยเช่นกัน หลังจากงานเลี้ยงเสร็จสิ้น ฮูหยินกั๋วกงก็พาสตรีไปดูบุรุษเล่นหม่าฉิวกัน

โดยแบ่งออกเป็นสองทีม ฝ่ายหนึ่งนำโดยเหยียนมู่ ส่วนอีกฝ่ายนำโดยลู่ฉางอันซื่อจื่อแห่งจวนซูผิงอ๋อง คนหนึ่งคือขุนนางกังฉินผู้มีอำนาจในราชสำนัก อีกคนคือซื่อจื่อแห่งจวนซูผิงอ๋องที่มีกองทัพมากมายในมือ ทั้งคู่ล้วนแต่หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม

กลุ่มสตรีสูงศักดิ์กำลังนั่งชม บางคนเริ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบุรุษทั้งสอง บางคนก็มองพวกเขาอย่างเขินอายและก้มหน้าลง

เมื่อหลิวอวิ๋นเซียงเห็นลู่ฉางอันจึงไม่อาจละสายตาไปได้ เมื่อครู่นางไม่เห็นเขาอยู่ในงานเลี้ยง คิดว่าเขาจะไม่มาเสีย

ชาติที่แล้วนางโกรธเหยียนมู่มากจึงออกจากงานเลี้ยงไปก่อน ไม่รู้ว่ามีการแข่งขันหม่าฉิวหลังเลิกงาน และไม่รู้ว่าเขาลงแข่งในสนามด้วยเช่นกัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน