เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 33

“โอ๊ย!” หลิวอวิ๋นเซียงยกมือขึ้นกุมศีรษะ “หัวข้าทำไมปวดเช่นนี้ จิ่นเยียน รีบพยุงข้ากลับไปเถิด ชีวิตข้าคงจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”

จิ่นเยียนรีบเข้าไปพยุงหลิวอวิ๋นเซียง ทั้งนายบ่าววิ่งแจ้นออกไปโดยเร็ว

“ฮูหยิน บ่าวคิดว่าฮูหยินเฒ่าคงไม่ยอมจบแค่นี้แน่เจ้าค่ะ” จิ่นเยียนกล่าวด้วยความกังวล

หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจยาว “นางจะใช้วิธีใดก็เชิญ ข้ารับมือได้ทั้งนั้น”

ตกดึก จื่อจินมาปรากฏตัวที่ห้องของหลิวอวิ๋นเซียง บอกว่าผู้ดูแลพาคนกลุ่มหนึ่งแอบเข้าไปในบ้านรอง

หลิวอวิ๋นเซียงลุกขึ้นยืน มายืนอยู่หน้าต่าง นางมองลอดช่องแคบออกไป เห็นพวกเขาพยายามงัดโซ่เหล็กที่คลังเก็บของออก พอเข้าไปได้ไม่นาน ก็ทยอยกันหอบข้าวของออกมาทีละคน

“ข้าจะจับพวกเขามัดติดกับต้นไม้” จื่อจินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะเย็นชา “ปล่อยให้พวกเขาขโมยไปเถิด”

จื่อจินเบิกตากว้างเล็กน้อย ทำท่าทางไม่เข้าใจ

“สินเดิมของข้าถูกนำไปใช้จุนเจือครอบครัวหมดแล้ว จะมีของดีอะไรเหลืออีก”

พูดจบ นางก็นอนลงไป

“แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้พวกขโมยได้เปรียบ พอฟ้าสาง เจ้าก็ไปแจ้งความเถอะ”

“เจ้าค่ะ”

ยามดึกสงัด หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกปวดบริเวณท้องน้อย จึงได้เรียกจิ่นเยียนเข้ามา ให้นางไปต้มน้ำร้อนมาให้ เมื่อดื่มน้ำร้อนแล้ว อาการปวดนั้นหาได้ทุเลาลงไม่ กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

จิ่นเยียนเห็นหลิวอวิ๋นเซียงหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด จึงกล่าวอย่างร้อนใจว่า “ฮูหยิน ท่านอดทนหน่อยนะเจ้าคะ บ่าวจะไปตามหมอมาเดี๋ยวนี้”

“อย่า!” หลิวอวิ๋นเซียงเอื้อมมือคว้าจิ่นเยียนไว้ พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะสั่งให้นางช่วยแต่งตัวให้ “ยามนี้ล่วงเข้ายามจื่อแล้ว เจ้าจะไปตามหมอที่ไหนได้ อีกอย่าง หากหมอมาถึงจวน เรื่องที่ข้าตั้งครรภ์ก็คงปิดไว้ไม่ได้อีก”

“ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”

หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนช่วยพยุงตัวลุกขึ้น “พวกเราไปสวนกล้วยไม้กันเถอะ”

นายบ่าวทั้งสองมิกล้ารบกวนผู้ใด จึงย่องออกทางประตูหลัง โชคดีที่สวนกล้วยไม้อยู่ไม่ไกลนัก ด้วยการประคองของจิ่นเยียน เดินทางราวสองเค่อก็ถึงที่หมาย

เมื่อเคาะประตูหลังไม่นาน บานประตูก็เปิดออก ทว่าเด็กรับใช้กลับมีสีหน้าลำบากใจเมื่อเห็นนาง

“นายท่านของพวกเจ้าอยู่ที่สวนหรือไม่?”

“อยู่ขอรับ”

หลิวอวิ๋นเซียงหมายจะก้าวเข้าไป ทว่าเด็กรับใช้กลับขวางไว้

“วันนี้มีคนจากบ้านเกิดของคุณหนูหยวนมาโวยวาย ทำเอาคุณหนูหยวนโมโหจนหมดสติไป นายท่านจึงสั่งให้พวกเราเฝ้าประตูมิให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนขอรับ”

จิ่นเยียนขมวดคิ้ว “ฮูหยินของพวกเราเป็นคนนอกงั้นรึ?”

เด็กรับใช้กล่าวอย่างลำบากใจ “เช่นนั้น ท่านโปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะเข้าไปแจ้งให้ทราบ”

จิ่นเยียนยังจะพูดต่อ แต่หลิวอวิ๋นเซียงรั้งนางไว้ แล้วกล่าวกับเด็กรับใช้ว่า “รีบไปเถิด”

เมื่อเด็กรับใช้ออกไป หลิวอวิ๋นเซียงก็ยันกำแพงไว้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วจนตัวงอ ในใจก็หวาดกลัวไปด้วย เกรงว่าลูกน้อยในครรภ์จะเป็นอันตราย

เจ้าตัวน้อย เจ้าต้องเข้มแข็งไว้นะ

ชาติภพก่อนแม่ไม่ได้เลือกเจ้า ชาติภพนี้แม่จะชดใช้ให้เจ้า

เพราะความโกรธแล่นพล่านจนหน้ามืด นางจึงมิอาจก้าวเดินต่อไปได้

นางพิงหัวกับกำแพง พยายามระงับความรู้สึกที่จุกแน่นในอก

ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นก็กึกก้องขึ้นบนท้องฟ้า

นางมองขึ้นไป เห็นดอกไม้ไฟอันงดงามส่องสว่างไปครึ่งฟ้า งดงามดุจดั่งฝนดาวตก เรียงรายกันบานสะพรั่ง งดงามราวกับความฝัน

ดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นจากสวนกล้วยไม้นั้น บ่งบอกชัดเจนว่าจุดขึ้นเพื่อใคร

นางยกมือขึ้นกุมท้องน้อยพลางหัวเราะอย่างขมขื่น: ลูกเอ๋ย ชาติภพนี้แม่คงต้องขอโทษเจ้าเสียแล้ว เจ้ามีเพียงแม่ ไม่มีพ่อ

พอฟ้าเริ่มสาง หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนพยุงนางไปยังโรงหมอเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในตรอก นางกลัวคนจำได้จึงใช้ผ้าคลุมหน้าเอาไว้

โรงหมอแห่งนี้ทรุดโทรมมาก หมอที่นั่งประจำร้านเป็นชายชราผอมแห้ง ตาเรียวเล็กราวกับสุนัขจิ้งจอก เสื้อผ้าก็ปะชุนไปทั่ว

หมอผู้นี้ดูไม่น่าไว้วางใจนัก หลังจากจับชีพจรนางแล้วก็เอ่ยถาม “ช่วงนี้ท่านคงโกรธบ่อยสินะ?”

หลิวอวิ๋นเซียงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ใช่”

แม้ไม่อยากโกรธ แต่พอโดนสุนัขเยี่ยวรดหัว จะไม่ให้โกรธได้เยี่ยงไร

“ท่านตั้งครรภ์ยังไม่ถึงสามเดือน ครรภ์อ่อนยังไม่แข็งแรง ระวังอย่าให้โกรธจะดีกว่า แต่ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง ข้าจะเขียนใบสั่งยาบำรุงครรภ์ให้ท่านสักสองสามขนาน”

ว่าแล้ว เขาก็ลงมือเขียนใบสั่งยาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปตะโกนด้านหลังว่า “กูหน่ายนาย รบกวนช่วยจัดยาตามนี้ให้ด้วย”

ผู้เฒ่าผู้นี้ก็แก่ชราแล้ว กูหน่ายนายของเขาจะอายุเท่าไหร่กัน?

หลิวอวิ๋นเซียงจินตนาการไปถึงหญิงชราผมขาวโพลน เดินตัวสั่นงกออกมา ทว่าคนที่เดินเข้ามา กลับเป็นหญิงสาวรูปงาม นางสวมชุดขาวสะอาดตา ผมดำขลับเกล้าเป็นมวย ดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมง ใบหน้างดงามราวกับนางฟ้า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน