เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 42

ครุ่นคิดอย่างใจลอยตอนที่หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกตัว เหยียนมู่ก็เดินมาถึงตรงหน้านางแล้ว

“เจ้ารู้จักที่นี่ได้อย่างไร?”

หลิวอวิ๋นเซียงเม้มริมฝีปาก นางควรตอบอย่างไรดี หรือจะบอกว่าชาติก่อนเขาเคยพานางมา?

ไม่เพียงแค่เคยมา ยังบีบบังคับให้นางคุกเข่าโขกศีรษะให้พ่อแม่ของเขา บอกพ่อแม่เขายังไม่เคยได้รับการกราบไหว้จากลูกสะใภ้ ฝืนใจให้นางสวมรอยก่อน พูดเหมือนนางได้รับเกียรติมากอย่างนั้น

“ข้าเพิ่งลงจากเขาลูกตรงข้าม” หลิวอวิ๋นเซียงบิดผ้าเช็ดหน้าพูดเสียงเบา

เหยียนมู่เงยหน้ามองไป นึกได้ว่านางขอที่ดินผืนตรงข้ามกับเขา

“แล้ว?”

“จากนั้นเห็นท่านขึ้นเขา......”

“บอกมา!”

“ข้าแค่สงสัยว่าท่านมาทำอะไรที่นี่ก็เท่านั้น”

“อยากรู้ไหม?”

“ไม่อยากรู้แล้ว”

เหยียนมู่ทำเสียงเหอะ ลากหลิวอวิ๋นเซียงมาหน้าหลุมศพของพ่อแม่เขา นางคิดว่าเขาจะบีบให้นางทำบางอย่าง แต่แค่ลากนางมา จากนั้นเขาก็คุกเข่าเผากระดาษต่อ

หลิวอวิ๋นเซียงมองหลุมศพมากมาย ยากจะจินตนาการถึงเหตุการณ์น่าเวทนาครั้งนั้น

ในเวลานั้นเหยียนมู่มีอายุหก เจ็บปีแล้วคงจะจำได้อยู่บ้าง

“ท่านพ่อ ท่านแม่ นางชื่อหลิวอวิ๋นเซียง”

หลิวอวิ๋นเซียงมองเหยียนมู่อย่างแปลกใจ เขาเอ่ยถึงนางทำไม?

“ในท้องของนางมีเลือดเนื้อของข้า”

พูดประโยคนี้แล้ว เหยียนมู่ก้มหน้าหัวเราะออกมา

“พวกท่านก็คงรู้สึกน่าขันกระมัง?”

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว นางไม่รู้เรื่องนี้น่าขันตรงไหน รู้สึกได้แค่จิตสังหารหนึ่ง จึงกุมท้องน้อยของตัวเองตามสัญชาตญาณ

แต่สุดท้ายเหยียนมู่ก็ไม่ได้ทำอะไร ผ่านไปเนิ่นนานถึงลุกขึ้นดึงหลิวอวิ๋นเซียงลงจากเขา

ลงจากเขาแล้ว จิ่นเยียนเห็นพวกเขาก็รีบเดินเข้ามาพูดอย่างลนลานว่า “ฮูหยินเวลาไม่เช้าแล้ว พวกเราควรกลับจวนแล้วเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงกำลังจะตอบ แต่เหยียนมู่เอ่ยขึ้นก่อนว่า “เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ฮูหยินของเจ้าจะไปกับข้า”

“ข้าไม่ไป!” หลิวอวิ๋นเซียงรีบพูดขึ้น

นางรู้สึกสภาพเหยียนมู่ผิดปกติ มีจิตสังหารบางอย่าง สรุปว่าทำให้นางรู้สึกอันตรายมาก

เหยียนมู่โน้มตัวกระซิบข้างหูว่า “ไม่เชื่อฟังหรือ?”

“ในเมื่อไม่ไป อย่างนั้นก็ฆ่าเจ้าทิ้ง ให้เจ้ากับสิ่งเล็ก ๆ ท้องเจ้าลงไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อแม่ข้าดีไหม?”

เหยียนมู่เกลียดเด็กคนนี้!

ในเวลานี้หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกได้อย่างชัดเจนแล้ว แต่ว่าเพราะอะไร?

เด็กคนนี้ยังไม่เกิด ไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมพ่อแท้ ๆ ต้องเกลียดเขาด้วย?

เหมือนอย่างตอนนี้ เสียงร้องรำทำเพลงอยู่รอบข้าง เขากลับรู้สึกเหน็บหนาวหัวใจมากขึ้น หนาวจนอยากจะบดขยี้ พินาศไปพร้อมกับทุกคนบนโลกนี้

“เอ่อ เอาน้ำให้ข้า!”

หลิวอวิ๋นเซียงเขย่าแขนของเหยียนมู่ “เร็วหน่อย ข้าจะสำลักตายแล้ว”

เหยียนมู่หันไปอย่างเศร้า ๆ เห็นหลิวอวิ๋นเซียงของว่างติดคอ กลอกตามองบนอย่างทรมาน

ความเย็นพุ่งขึ้นมา สุดท้ายเขาก็อดทนรินน้ำแก้วหนึ่งยื่นให้นาง

หลิวอวิ๋นเซียงดื่มหมดในรวดเดียว ถือว่ากลืนลงไปได้แล้ว พักหายใจแล้วชี้ไปที่ขนมถั่วเขียวในจานพูดอย่างจริงจัง “ขนมถั่วเขียวชิ้นนี้แห้งเกินไปแล้ว”

“เจ้าค่อย ๆ กินทีละนิดได้”

“ข้าหิว!”

“ทำไมเจ้าถึงหิวได้ทั้งวัน?”

“ลูกอยากกิน ข้าทำอะไรได้?”

เหยียนมู่กลั้นหายใจรินเหล้าดื่มลงไป ตอนนี้เขาไม่อยากฆ่าคนแล้ว แค่อยากอยู่เงียบ ๆ สักพัก ดังนั้นไล่นักแสดงลงไปหมดแล้ว

“ข้ายังอยากดูต่อ!” หลิวอวิ๋นเซียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“หุบปาก!”

หลิวอวิ๋นเซียงทำเสียงเหอะ ลุกขึ้นไปรับลมที่ดาดฟ้าเรือแล้ว

ความมืดปกคลุมทั้งสี่ด้าน ดวงดาวส่องประกายขึ้น นางนั่งจนเมื่อยแล้วก็นอนด้านบน รับลมไปพลางชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนไปพลาง รู้สึกผ่อนคลายมากตอนกำลังรู้สึกง่วง หางตาเห็นเงาดำหนึ่งปรากฏขึ้น และถือมีดแทงมาที่นาง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน