เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 53

ขณะที่กำลังเดินผ่านร้านขายข้าวสาร ก็มีคนสองคนส่ายหัวเดินออกมาจากข้างใน

“สองสามวันมานี้ข้าวสารและแป้งมักจะขาดตลาด ถ้ามาช้าหน่อยก็หมดแล้ว”

“ได้ยินมาว่าถนนหลวงที่จะเข้าเมืองหลวงถูกน้ำป่าทำให้เสียหาย เลยขนข้าวสารเข้ามาไม่ได้ แต่ว่าก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก เพราะเมืองเซิ่งจิงของพวกเรามีคลังข้าวที่ใหญ่ที่สุดของแคว้น คงไม่ปล่อยให้อดอยากหรอก“

“เฮ้อ พรุ่งนี้ก็มาแต่เช้ากันหน่อยเถอะ”

“นั้นนะสิ ที่บ้านของข้าข้าวสารและพวกแป้งก็มีไม่มากแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงเดินสวนกับทั้งสองคนพอได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ดูเหมือนว่าหายนะที่ต้องอดอยากจะมาถึงแล้ว ที่นางพอทำได้ก็พยายามทำเต็มที่แล้ว

ในขณะนั้นก็ได้ยินเสียงของกีบม้าที่วิ่งกระทบพื้นเข้ามาอย่างเร่งรีบดังมาจากไกลๆ หลิวอวิ๋นเซียงจึงยกร่มขึ้น และมองผ่านม่านของละอองฝนออกไปยังไกลๆ

ทันใดนั้นก็เห็นกลุ่มองครักษ์ของกรมอาญาที่สวมชุดเฟยอวี๋ขององครักษ์ผ้าแพรควบม้าตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผู้ที่นำหน้ามาสวมชุดสีดำสนิทคลุมด้วยเสื้อคลุมกันฝน ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมมาก แต่หน้าตากลับงดงามโดดเด่นอย่างยิ่ง

เป็นเหยียนมู่นั้นเอง

เขาควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็วและเหลือบมองนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงจวนโหว ถึงเวลารับประทานอาหารเย็นจิ่นเยียนจึงไปที่ห้องครัวแต่กลับพบว่าอาหารที่ทำมาให้นั้นยังคงเป็นอาหารจืดชืดที่เหมือนน้ำเปล่าเหมือนเดิม

“ฮูหยิน พวกเราจะยอมให้เขากระทำแบบนี้ตลอดไปไม่ได้กระมัง?”

หลิวอวิ๋นเซียงเอ่ยถาม “เรือนอื่นเขากินอะไรกันหรือ?”

“ฮูหยินเฒ่ามีทั้งซุปไก่ตุ๋นโสมและซี่โครงหมูตุ๋นแดง ส่วนฮูหยินใหญ่ทานเจ แต่ก็มีซุปรังนก ส่วนเรือนฮูหยินรองก็มีทั้งอาหารคาวและอาหารเจมากมายเช่นกัน ล้วนแต่ดูอลังการและเต็มที่กันทั้งสิ้น”

จิ่นเยียนยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห จึงอดไม่ได้ที่จะพูด “ฮูหยินเฒ่าสั่งกำชับกับห้องครัวเอาไว้ว่า ถ้าหากอยากได้กับข้าวเพิ่มก็ให้แต่ละคนจ่ายเอง นางรู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าท่านนำเงินสินเดิมออกมาใช้จ่ายกับค่าใช้จ่ายส่วนร่วมหมดแล้ว จะมีเงินที่ไหนไปจ่ายอีก เห็นชัดๆว่าจงใจกลั่นแกล้งท่าน”

“พวกเราทานอาหารแบบนี้มานานเท่าไรแล้วหรือ?”

“ผ่านมาสิบกว่าวันแล้ว ไม่สามารถกินแบบนี้ต่อไปได้แล้ว มิเช่นนั้นร่างกายของท่านจะไม่ไหวเอาได้”

“ที่จวนได้จ่ายเบี้ยเดือนพวกเจ้าหรือยัง?”

จิ่นเยียนส่ายหน้า “นี่ก็เดือนหกแล้ว ของเดือนห้ายังไม่ให้มาเลยเจ้าค่ะ”

หลิวอวิ๋นเซียงหรี่ตาลงและคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน “ในบัญชีไม่มีเงินเหลือแล้ว ย่อมจ่ายไม่ได้เป็นเรื่องธรรมดา”

หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็มีคนมาจากเรือนทางทิศตะวันออกมาแจ้งให้หลิวอวิ๋นเซียงไปพบ

ตอนที่นางไปถึงก็พบว่าฮูหยินเฒ่า ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองต่างอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พอนางนั่งลง ฮูหยินรองก็ปาสมุดบัญชีใส่หน้านางทันที

“บัญชีนี้เงินหายไปจำนวนหนึ่ง จะต้องเป็นเจ้าที่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นแน่”

“ข้าก็ไม่กล้าใช้จริง ๆ นั่นแหละ หากพี่สะใภ้รองไม่เชื่อ ลองตรวจสอบบัญชีการเบิกถ่านไปใช้ในช่วงฤดูหนาวของจวนดูก็ได้”

เซวียซื่อกระแอมเบา ๆ “แล้วค่าใช้จ่ายตรงนี้ล่ะที่เขียนไว้คลุมเครือว่าเป็นค่ายใช้จ่ายอื่น ๆ สองพันตำลึงนี่คือค่าอะไร”

หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจยาว ๆ แล้วพูดว่า “เงินจำนวนนี้ใช้ไปกับการติดสินบนให้เรือนจำเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลนายท่านรองเป็นพิเศษ ไม่ให้ตายเพราะหนาวตายในคุก”

เซวียซื่อรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก จึงรีบชี้ไปยังรายการอื่นในบัญชี “แล้วรายการนี้ล่ะ เป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปทุกเดือน เดือนละหนึ่งร้อยตำลึง ที่เขียนว่าเป็นรายจ่ายช่วยเหลือญาติพี่น้อง พวกเรามีญาติห่างๆที่ไหนที่ต้องช่วยเหลือ...”

“พอได้แล้ว!” ฮูหยินเฒ่าพูดขัดจังหวะฮูหยินรอง “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ก็ปล่อยไปไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยให้มากความหรอก”

หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะเล็กน้อย “ไม่ได้สิ ในเมื่อบัญชีถูกนำมากางออกเพื่อแถลงแล้ว หากไม่พูดให้กระจ่าง จะเป็นการกล่าวหาข้าได้ ค่าใช้จ่ายของญาติที่อยู่แดนไกลนี้เป็นของญาติทางฝั่งท่านแม่ เป็นท่านผู้เฒ่าที่เพิ่มรายการนี้เข้าไป หากพี่สะใภ้รองสงสัย ลองไปถามท่านดูเถิด”

เซวียซื่อมองไปที่ฮูหยินเฒ่า เมื่อเห็นฮูหยินเฒ่าถลึงตามองนางก็รีบเงียบทันที

หลิวอวิ๋นเซียงพลิกสมุดบัญชีไปหน้าสุดท้าย “ตั้งแต่ที่ข้าเข้ามาในจวน หากเอาทั้งหมดสามปีมารวมกันก็จะได้ราวๆหนึ่งหมื่นตำลึงได้กระมัง? ทุกตำลึงล้วนเป็นสินเดิมของข้าทั้งนั้น พวกท่านกินของข้า ใช้ของข้า และยังมากล่าวหาว่าข้างุบงิบเงินไป นี่มันจะไม่มีเหตุผลเกินไปหรือเปล่า?”

“พอกันได้แล้ว คนในครอบครัวเดียวกันไม่ควรมีเรื่องขัดแย้งแตกคอกันเช่นนี้” ฮูหยินเฒ่าพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองขึ้นมา

เซวียซื่อส่งเสียงฮึกฮัก “ท่านแม่กล่าวถูกแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงแอบด่าในใจ : ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน