เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 60

บางคนเริ่มสาปแช่งด้วยความโกรธ โดยที่บางคนพยายามปลอบใจ

“เหยียนมู่น่ะจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต พวกเราอย่าเพิ่งใจร้อนกันเลยดีกว่า”

ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวัง หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งก็เดินไปหาเหยียนมู่

หลิวอวิ๋นเซียงรู้จักหญิงสาวคนนี้ นางคือแม่นากหกจากจวนหยางกั๋วกง แฝดหญิงแห่งเมืองหลวงอีกคน นางกับเหยียนมู่กำลังพูดคุยกันเรื่องแต่งงาน

คนข้างๆ บอกว่าเหยียนมู่ชอบสตรีรูปโฉมงดงาม และดูแลแม่นางหกเป็นพิเศษกว่าใครๆ ทว่าไม่นานแม่นางหกกลับเดินคอตกกลับมามือเปล่า

หลิวอวิ๋นเซียงพอคาดเดาได้อยู่แล้ว แม่นางหกคนนี้รูปโฉมงดงาม แต่ไม่เหมือนสนมเสี่ยวจินเฟย ดังนั้นจึงไม่ใช่คนแบบที่เหยียนมู่ชอบ

เพลานั้นเจียงหย่วนเดินเข้ามาพร้อมกับถามด้วยเสียงห้วน “ใครเป็นผู้นำในการหลบหนี”

ทุกคนจึงมองหลิวอวิ๋นเซียงเป็นตาเดียวกัน

หลิวอวิ๋นเซียงพูดไม่ออก นางเพิ่งช่วยพวกนางไปไม่นาน แทนที่จะกล่าวขอบคุณ แต่กลับเฉลยบอกอีกฝ่ายแทบในทันที

เจียงหย่วนมองไปที่หลิวอวิ๋นเซียงและตอบว่า “ขอเชิญฮูหยินไปกับเราด้วย ใต้เท้ามีบางอย่างอยากถามท่าน”

หลิวอวิ๋นเซียงลุกขึ้นเดินออกไป โดยมีจิ่นเยียนเดินตามหลัง

เหยียนมู่ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน หลิวอวิ๋นเซียงเดินตามเจียงหย่วน เข้าไปในป่าและเห็นกองไฟอยู่ไกลๆ จิ่นเยียนถูกเจียงหย่วนรั้งเอาไว้ หลิวอวิ๋นเซียงจึงต้องเดินเข้าไปตามลำพัง

เมื่อเผชิญหน้ากับแสงกองไฟ ก็ถูกใครบางคนโอบไว้ในอ้อมแขนเสียก่อน

“ช่างกล้าจริง!”

เขากดศีรษะของนางและก้มลงไปใกล้กับริมฝีปาก

หลิวอวิ๋นเซียงผลักเขาออกไปและเดินไปที่กองไฟ เห็นว่ามีไก่ย่างอยู่บนนั้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่โชยมา

ท้องของนางเริ่มคำรามเสียงดัง นางจึงทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟอย่างเชื่อฟังเพื่อรอไก่ย่าง

เหยียนมู่ฉีกยิ้มและนั่งลงพิงต้นต้นไม้ด้านหลัง พร้อมกับจิบสุราอย่างเพลิดเพลิน

“คนพวกนั้นเป็นใคร”

“สายลับเป่ยจิน”

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้วพลางก้มหน้าครุ่นคิด หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “ท่านคงไม่ได้พาคนแอบสะกดรอยตามมาถึงที่นี่หรอกนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงไวขนาดนี้”

เหยียนมู่ฉีกยิ้ม “ไม่ได้โง่เขลาสินะ”

เมื่อคิดไปตามแนวทางนั้น หลิวอวิ๋นเซียงก็อดเบิกตากว้างไม่ได้ “นี่ท่าน...คงไม่ได้จงใจใช้พวกเราเป็นเหยื่อล่อ เพื่อจับสายลับเป่ยจินเหล่านั้นใช่หรือไม่”

เหยียนมู่จิบสุราและตอบไปว่า “พวกมันใช้กลอุบายนี้ข่มขู่รองแม่ทัพที่ค่ายในชานเมือง แทรกซึมอำนาจเข้าไปในเมืองหลวง ช่วงเวลาวิกฤติและโอกาสดีเช่นนั้น ข้าแค่คิดว่าพวกมันคงใช้อุบายเก่าๆ”

“แต่ในนั้นมีสตรีบรรดาศักดิ์ ฮูหยินตระกูลขุนนางกับหญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนนะ กล้าดีอย่างไร!”

หากไม่ใช่เพราะความฉลาดของนาง เพลานี้คงกลายเป็นศพไหม้เกรียมกันไปหมดแล้ว

แต่โกรธเขาจะไปมีประโยชน์อะไร เขาไม่สนใจเรื่องความเป็นความตายของนางอยู่แล้วนี่นา

หลิวอวิ๋นเซียงกอดอกแน่น ขี้เกียจเกินกว่าจะสนใจเขาอีกต่อไป แต่สายลมจากภูเขาพัดผ่านมาทำให้นางต้องตัวสั่นสะท้าน

“ส่งเสื้อคลุมของท่านมาให้ข้า!”

เขาสวมทั้งชุดเกราะและเสื้อคลุม ไร้ยางอายที่สุด

“หนาว?”

“พูดมาก!”

เหยียนมู่ดึงนางเข้ามาในอ้อมแขนและพูดว่า “ดื่มสุราให้ร่างกายอบอุ่นสิ”

“โง่แค่ไหนก็ไม่ได้ให้ท่านมาเลี้ยง”

“แล้วใครจะเลี้ยง”

“ขะ...ข้า ข้าจะหาพ่อให้เขา!”

เหยียนมู่หรี่ตาลง “น่องไก่อร่อยหรือไม่”

“พอใช้ได้แค่ขาดรสเค็มไปหน่อย”

“หากยังอยากกินก็เงียบเสียเถอะ”

หลิวอวิ๋นเซียงเม้มริมฝีปาก นางไม่ได้อยากโกรธเขาเลย แต่เขาชอบบีบให้นางโกรธเอง

วันรุ่งขึ้น เหยียนมู่นำทหารคุ้มกันเหล่าสตรีสูงศักดิ์เดินทางต่อไปจนถึงอารามจื่ออวิ๋น

หลังจากเจอปัญหาครั้งนี้ เหล่าสตรีสูงศักดิ์หลายคนก็ล้มป่วยลง

หลิวอวิ๋นเซียงที่ยังพอมีเรี่ยวแรง หลังจากจุดธูปและสวดมนต์ในห้องโถงใหญ่ก็มีแม่ชีอายุน้อยพาไปที่อาราม หลังจากผ่านห้องโถงหน้า ลานกลางและสวนด้านหลัง จึงเดินตามทางขึ้นภูเขา ผ่านป่าเล็กๆ และในที่สุดก็เห็นอารามแม่ชีสองแห่งซ่อนอยู่ที่ตีนเขา

ทำไมรู้สึกเหมือนเอานางมาซ่อนอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านอาจารย์น้อย มีแค่พวกเราที่พักอยู่ตรงนี้หรือ”

“ยังมีแขกผู้มีเกียรติอยู่ในอารามแม่ชีทางทิศตะวันออกด้วย”

หลิวอวิ๋นเซียงถามอีกครั้ง “สวนด้านหลังไม่มีห้องพักแม่ชีหรอกหรือ”

“ที่นี่เงียบสงบดี”

นางไม่ได้ต้องการความเงียบสงบอะไรสักหน่อย รอบๆ นี้เต็มไปด้วยป่าไม้ มันเงียบสงัดมากจนน่าขนลุก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน