ถึงท้องจะอิ่ม แต่ก็ยังคงหยิบเนื้อแห้งเข้าปากได้ นี่มันวิสัยของคนมีเงินไม่ใช่หรือ
เมื่อเห็นพวกนางกลับมาจื่อจินก็ลุกขึ้นหัวเราะราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ก่อนจะดึงพวกนางมาแล้วชี้ขึ้นไปด้านบน
หลิวอวิ๋นเซียงมองตามขึ้นไปก็ไม่ได้ที่จะตะลึง
นางมองเห็นเงาคนสามคนอยู่ที่ด้านบนกำแพง
“ไอหย๋า โจรบุกแล้ว” จิ่นเยียนตกใจ
“ฮูหยินสาม บ่าวเอง” คนที่อยู่บนกำแพงตะโกนเสียงดัง
จิ่นเยียนสงสัย “ทำไมเสียงนี้ถึงได้คุ้นหูยิ่งนัก?”
หลิวอวิ๋นเซียงและจิ่นเยียนก้าวไปข้างหน้า เมื่องมองดูดีๆก็พบว่านั่นคือผู้ดูแลและคนรับใช้อีกสองคน
“นี่...เกิดอะไรขึ้น?” จิ่นเยียนถามจื่อจิน
“เมื่อวานพวกเขาใช้เก้าอี้เข้ามาขโมยของ ข้ารอให้พวกเขาปีนขึ้นไปบนกำแพงก่อนจะเอาเก้าอี้ออกมา” จื่อจินเอ่ย
จิ่นเยียนกลอกตา “ดูท่าคงเห็นอะไรเข้าตา แต่ว่าจวนโหวกลับเลี้ยงโจรกระจอกไว้ ช่างเป็นที่น่าตื่นตาเสียจริง”
กำแพงนั้นสูงมาก ผู้ดูแลเกาะอยู่บนนั้นด้วยความกลัวอย่างไม่กล้าขยับ
“ฮูหยินสาม นังเด็กคนนี้ไร้เหตุผล นางเอาเก้าอี้ของพวกเราไปซ่อน นั่นเป็นเก้าอี้สูงที่สั่งทำพิเศษ ในจวนมีเพียงตัวเดียว ท่านรีบให้นังเด็กนั่นเอาเก้าอี้มาคืนเถอะ แล้วสั่งสอนนาง”
หลิวอวิ๋นเซียงหัวเราะ “ผู้ดูแลหลี่ ข้าขอถามเจ้าสักหน่อย เจ้าแอบปีนเข้ามาในเรือนของข้าดึกๆ ดื่นๆ ทำไม”
“ข้า...”
“หากเจ้าสามารถบอกเหตุผลมาได้ ข้าจะให้จื่อจินเอาเก้าอี้มาคืน”
ผู้ดูแลหลี่พูดไม่ออก สุดท้ายได้แต่บอกว่า “ฮูหยินสาม ถือว่าเห็นแก่หน้าบ่าวได้หรือไม่”
“ผู้ดูแลเก่าแก่ เจ้าปีนเข้ามาในเรือนข้าก็ไม่เห็นแก่หน้าข้าเช่นกัน”
“ฮูหยิน...”
“หรือว่าท่านแม่ให้เจ้าปีนเข้ามา”
“เปล่าขอรับ”
หลิวอวิ๋นเซียงระบายยิ้ม “เช่นนั้นเจ้าก็อยู่บนนั้นไปเถอะ”
รุ่งเช้า จิ่นเยียนต้มโจ๊กพร้อมยกเครื่องเคียงมา เมื่อคืนเหลือซี่โครงแพะนางจึงนำไปต้มเป็นน้ำแกงซี่โครงแพะ
พวกผู้ดูแลหลี่ยังคงอยู่บนกำแพง ได้แต่มองพวกนางกินอย่างเอร็ดอร่อย
จนกระทั่งตอนเที่ยง ด้านนั้นถึงได้เอาเก้าอี้ยาวมาให้ พวกเขาทั้งสามคนจึงลงมาได้
สองวันต่อมาด้านนั้นก็มีควันครุกรุ่น ส่วนอีกด้านจากหนึ่งวันสามมื้อก็กลายเป็นวันละมื้อ
ว่ากันตามหลักแล้วจวนโหวมักจะมีอาหารที่เก็บไว้ไม่ควรจะทำเช่นนี้ แต่ชั้นวางของในจวนโหวนั้นว่างมานานแล้ว เซวียซื่อก็ไม่มีอำนาจอะไร กลัวว่าตนเองจะต้องออกเงินเอาแต่หดหัว ผ่านไปไม่กี่วันจวนโหวก็อยู่ต่อไปไม่ไหว
เซียซื่อก้มตัวลงคิดจะลอดเข้ามา
“น้องสะใภ้สามช่างชอบพูดจาน่าขัน”
“ประตูต้องทำให้ใหญ่ ไม่เช่นนั้นคงมีแค่สุนัขที่เข้ามาได้”
คำพูดนี้ทำเอาเซวียซื่อได้แต่หดหน้ากลับไป
แต่เซี่ยเหวินจิ้งนั้นยังเด็ก นางไม่สนใจอะไรทั้ง เอ่ยกับหลิวอวิ๋นเซียงไปตรงๆ “แม่สาม ข้าก็อยากกินเนื้ออบแห้ง”
หลิวอวิ๋นเซียงทำไมรู้ไม่ชี้ “ให้ห้องเครื่องทำสิ”
นางมุ่ยปาก “ข้าอยากกินของเจ้าห้า”
“พวกเราเรือนหลังมักจะกินของไม่ดี เจ้าเป็นถึงแม่นางสี่แห่งจวนโหว จะกินได้หรือ”
“ข้า...”
“จิ่นเยียน กลางวันนี้พวกเรากินซี่โครงอบกันเถอะ”
หลิวอวิ๋นเซียงเดินกลับไปคุยกับจิ่นเยียนโดยไม่สนใจเซี่ยเหวินจิ้ง
“เจ้าค่ะ ก่อนอื่นต้องเอาหมูสามชั้นไปทอดน้ำมันก่อนจะใส่ซี่โครงตามลงไป ใช้ไฟอ่อนตุ๋น ก่อนจะโรยต้นหอม ซี่โครงกินกับข้าวสวยร้อนๆ จะต้องอร่อยมากแน่เจ้าค่ะ”
ได้ยินจิ่นเยียนพูด เซี่ยเหวินจิ้งก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน