สีหน้าฮูหยินเฒ่ากระดากใจ สายตาหลุกหลิก “เจ้าสามรอดกลับมาได้ นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เจ้าก็เป็นหม้ายมาสามปี ในที่สุดก็ได้สุขสมหวัง คู่สามีภรรยาไหนเลยจะไม่กระทบกระทั่งกันบ้าง วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ต่างคนต่างยอมกันสักนิด ใช้ชีวิตคู่ให้ดี นั่นแหละคือหนทางที่ถูกต้อง”
หลิวอวิ๋นเซียงแค่นเสียง “ท่านแม่ ท่านมิใช่หรือที่บอกให้นายท่านสามหย่าข้า?”
“ข้าพูดเช่นนั้นรึ?”
“ข้าหูตึง หรือท่านพูดเหมือนผายลมกันแน่?”
“หลิวอวิ๋นเซียง!” เซี่ยจื่ออันได้ยินหลิวอวิ๋นเซียงพูดจาเช่นนั้นกับมารดา โกรธจนปรี่เข้าไปจะลงมือ ทว่าฮูหยินเฒ่าคว้าตัวไว้เสียก่อน
“โอ้ อย่าไปยั่วยุนางเลย!”
“ท่านแม่!”
เซวียซื่อซึ่งอยู่ด้านหลังรีบดึงเซี่ยจื่ออันไปหลบข้างหลัง พลางกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง
ฮูหยินเฒ่าแสร้งยิ้ม เมื่อเห็นว่าหลิวอวิ๋นเซียงไม่ไว้หน้า นางก็แอบแค้นอยู่ในใจ ก่อนจะยกมือขึ้นตีปากตัวเองเบา ๆ “ข้าเองที่พูดพล่อย ๆ ไป เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าถือสาผู้อาวุโสอย่างข้ากระมัง?”
หลิวอวิ๋นเซียงแค่นเสียงเยาะ “ก็เหม็นจริง ๆ”
ฮูหยินเฒ่าพยายามระงับความโกรธ “เช่นนั้น…”
“แต่ท่านพี่กล่าวหาว่าข้าผิดประเวณี ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดเจ็ดข้อในการหย่าร้าง เขาพูดเช่นนั้นแล้ว ข้าจะมีหน้าอยู่จวนโหวต่อไปได้อย่างไร” หลิวอวิ๋นเซียงแสร้งทำท่าทางน้อยใจ
“เจ้าสาม รีบมาขอโทษภรรยาเจ้าเดี๋ยวนี้!”
เซี่ยจื่ออันหน้าซีดเผือด ก้าวเข้ามาหาหลิวอวิ๋นเซียง อ้าปากอยู่หลายครั้ง กว่าจะพูดออกมาได้ว่า “ข้าผิดเอง ไม่น่าพูดกับเจ้าเช่นนั้น”
“ท่านผิดไปแล้วหรือ?”
“ผิดไปแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงลูบท้องน้อยพลางถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “แท้จริงแล้ว ข้ากับท่านได้กลับมาอยู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนั้นท่านไปรักษาตัวอยู่ที่หมู่บ้านวั่งสือ ข้าก็ไปเยี่ยมท่านอยู่บ่อยครั้ง ระหว่างนั้นข้าก็ตั้งครรภ์ บุตรคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเซี่ย เป็นบุตรในบ้านสามโดยชอบธรรม ข้าพูดผิดตรงไหนหรือ?”
เซี่ยจื่ออันเบิกตากว้าง “หลิวอวิ๋นเซียง เจ้ารังแกเกินไปแล้ว กล้าดียังไงให้ข้ายอมรับลูกนอกสมรสคน!”
หลิวอวิ๋นเซียงมองด้วยสายตาเย็นชา “ถ้าท่านไม่รับ ข้าจะออกจากจวนเดี๋ยวนี้!”
“รับ รับ รับ!” ฮูหยินเฒ่ารีบกล่าว
“ท่านแม่!”
“ลูกเอ๋ย เอาชีวิตรอดไว้ก่อน!”
แม่ลูกต่างมองหน้ากัน คนหนึ่งเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู อีกคนหนึ่งก็อยากมีชีวิตรอด จึงต้องกล้ำกลืนความคับแค้นนั้นลงไปในที่สุด
เซี่ยจื่ออันกัดฟันกรอด “ตกลง ข้ารับ!”
“ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ท่านด่าลูกชายข้าว่าเป็นลูกนอกสมรสทั้งหมดห้าครั้ง” หลิวอวิ๋นเซียงยิ้ม “ครั้งละสิบฝ่ามือ คิดบัญชีง่ายนัก”
เซี่ยจื่ออันเบิกตากว้าง “เจ้าจะให้ข้าตบหน้าตัวเองงั้นรึ?”
“คุกเข่าลงแล้วตบ”
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! …
หลิวอวิ๋นเซียงฟังเสียงแล้วรู้สึกสะใจนัก ถ้าไม่รังเกียจว่าหน้าเขาสกปรก นางก็อยากจะลงมือเองเสียด้วยซ้ำ
ฮูหยินเฒ่ามองดูแล้วรู้สึกสงสาร จึงขอร้องหลิวอวิ๋นเซียงหลายครั้ง แต่เห็นนางไม่สนใจใยดี ก็ได้แต่เอามือปิดหน้าแล้วหันไปทางอื่น
หลิวอวิ๋นเซียงมองไปที่เซวี่ยซื่อ เห็นนางหลบอยู่ด้านหลังคนอื่น เหมือนสุนัขหางตก กลัวว่าหลิวอวิ๋นเซียงจะเอาเรื่องนาง ส่วนฮูหยินใหญ่ยังคงดูอ่อนแอป่วยไข้ มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา
คุณชายรอง คุณชายสาม และแม่นางสี่ ต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก เห็นได้ชัดว่าพวกเขากลัวตายมากกว่าความคับแค้นใจเล็กน้อยของท่านอาสาม
เซี่ยจื่ออันเป็นคนลงมือเอง จึงกะแรงเองได้อย่างเหมาะมือ แน่นอนว่าเขาคงไม่กล้าลงมือแรงเกินไป เพียงแต่หกสิบฝ่ามือ แถมต้องให้ได้ยินเสียงด้วย แก้มทั้งสองข้างจึงบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
เซี่ยจื่ออันหยุดมือลง คนอื่น ๆ ในจวนโหวต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
จิ่นเยียนกล่าวว่า “ห้าสิบแปดที ยังขาดอีกสองทีเจ้าค่ะ”
“นังเด็กบ้า!” ฮูหยินเฒ่าโกรธจนตัวสั่น
จิ่นเยียนแลบลิ้น “บ่าวกลัวนายท่านสามนับเลขไม่เป็นเจ้าค่ะ”
เซี่ยจื่ออันกัดฟันแน่น ก่อนจะฟาดลงไปอีกสองที แล้วเงยหน้ามองหลิวอวิ๋นเซียง “แบบนี้พอใจเจ้าแล้วกระมัง?”
น้ำเสียงของเขาดูอู้อี้ฟังไม่ชัด คล้ายกับอมพุทราเอาไว้เต็มปาก
หลิวอวิ๋นเซียงมองใบหน้าของเซี่ยจื่ออันที่บวมเป่งราวกับหมั่วโถวพลางส่ายหน้า “ท่านพี่ ท่านเป็นบุรุษ คุกเข่ามีแต่จะเสียศักดิ์ศรี ต่อไปอย่าได้คุกเข่าให้ใครอีกเลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน