ตรี?
นี่ถึงขนาดเรียกชื่อกันอย่างสนิทสนมแล้วเหรอ!
เปลวเพลิงในหัวใจของอาคิระลุกโชน เหมือนลาวาที่กำลังจะปะทุออกมาจากภูเขาไฟ
คำพูดนี้กระตุกต่อมโมโหของชายหนุ่มได้สำเร็จ
กับผู้ชายคนนั้น เธอเรียกว่าตรีอย่างสนิทสนม แต่พอเห็นหน้าเขาก็ตีหน้านิ่งเฉยชาใส่
เหอะๆ ยังมีหน้ามาบอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์อีกนะ ไม่มีสิทธิ์กับผีน่ะสิ!
“ปกติก็ไม่มีเวลาอยู่แล้ว ในเมื่อวันนี้จะพูดทั้งที เราก็มาพูดเรื่องสิทธิ์ในการเข้าออกที่นี่ของคุณกันเถอะ เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้มาพูดเรื่องนี้ให้เคลียร์ วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันโดยไม่จำเป็นอีก……”
พนาวันตัดสินใจได้แล้วว่า จะเคลียร์ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้มันชัดเจน
เธอมีสีหน้าจริงจังและเคร่งขรึม เอ่ยพูดออกมาทีละคำชัดๆ
เพียงแต่ว่าในสายตาของอาคิระกลับไม่ได้เห็นว่ามันต้องจริงจังขนาดนั้น
ไฟโกรธของเขากำลังลุกโชน
จนมาถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่มีคำพูดดีๆมาอธิบายหรือขอโทษ มิหนำซ้ำปากแข็งๆนั่นยังสาดพ่นคำพูดบาดหูเขาออกมาอย่างกับเป็นของแหลมคม ยิ่งได้ฟังก็ยิ่งโกรธ ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด!
คิดจะพาผู้ชายเข้ามาในห้องยังไงก็ได้ ไม่แสดงออกว่าไม่เต็มใจเลยสักนิด แถมยังยิ้มแป้นต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ทั้งยกชาเสิร์ฟ ทั้งทำข้าวเย็นให้กิน!
ทีกับเขาล่ะ?
น้ำเย็นๆสักแก้วก็ยังไม่มีมาให้!
ยิ่งข้าวเย็นยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง ทำไมมันถึงต่างกันมากขนาดนี้ล่ะ!
อาคิระใกล้จะระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที
แค่คิดก็ในใจก็พุ่งพวยไปด้วยอารมณ์วู่วามอยากต่อยหน้าผู้ชายคนนั้นให้ฟันหลุด
กระนั้นเธอก็ยังไม่คิดที่จะหยุด ยังมาพูดถ้อยคำชวนหงุดหงิดไม่น่าฟังพวกนั้นต่อหน้าเขา
สายตานิ่งลึก จ้องมองริมฝีปากสีแดงแต่แหลมคมเหมือนมีดของเธอที่กำลังหุบๆอ้าๆ จากนั้นเขาก็ก้มลงไปปิดปากของเธอเอาไว้
หลังจากทำอย่างนี้ ชั่ววินาทีนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนไฟโกรธที่สุมอยู่ในอกค่อยๆดับลง สัมผัสนุ่มนิ่มทำให้อารมณ์ของเขาดีขึ้นมาบ้าง
คราวนี้ เปลี่ยนเป็นพนาวันเป็นฝ่ายโกรธแทน
เธอดิ้นขัดขืน ใช้ทั้งมือทั้งเท้า ออกแรงต่อยถีบรัวๆจนแทบจะใช้แรงหมดทั้งร่างกาย
อาคิระจึงออกแรงจับข้อมือของเธอเอาไว้ พร้อมกับกดเธอเอาไว้กับกำแพง ก้มหน้าจูบต่ออย่างเอาแต่ใจ ฉวยโอกาสนี้ระบายความโกรธพวกนั้นออกมาด้วย
พนาวันตาแดงเถือก ทั้งมือทั้งเท้าออกแรงไม่ได้เลย
เธอกัดริมฝีปากของเขาอย่างหนักหน่วง
เพราะกัดแรงมากเกินไป เลือดจึงสาดกระจายออกมาในทันที “คุณปล่อยฉัน! ปล่อย! บอกให้ปล่อยไง!”
ความรู้สึกเจ็บแปล็บบนริมฝีปากทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่ตาลง อาคิระเลียริมฝีปากที่อาบไปด้วยเลือดออก
จากนั้นก็ก้มลงไปประกบจูบเธออีกครั้ง
มีแค่แบบนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถทำให้อารมณ์ที่กำลังจะปะทุออกมาดีขึ้น และคลายความงุ่นง่านที่มีอยู่ในตอนนี้ได้……..
แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอะไร
รู้แค่ว่าต้องทำอย่างนี้เท่านั้นเขาถึงจะผ่อนคลาย…..
พนาวันดิ้นขัดขืน กัดริมฝีปากบางของเขาอีกครั้ง จนกลิ่นเลือดคาวๆคละคลุ้งไปทั่วซอกฟันของคนทั้งสอง
รสชาตินี้ มันทำให้พนาวันยิ่งดิ้นหนักมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ทำให้นัยน์ตาดำขลับของอาคิระเริ่มมีประกายไฟวูบไหว ราวกับว่าเตรียมพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ริมฝีปากของอาคิระค่อยๆผ่อนแรงลงเป็นนุ่มนวล
พนาวันเองก็หยุดดิ้น ทว่าหัวคิ้วกลับขมวดมุ่น
เธอกลอกตาไปมา ราวกับกำลังคิดคำนวนอะไรอยู่
ต่อมา เธอก็อาศัยจังหวะที่อาคิระผ่อนแรงลง ยกเข่าแทงสวนกล่องดวงใจที่อยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเขาอย่างหนัก
“อึก!”
อาคิระไม่ทันตั้งตัว เจ็บจนแทบกรีดร้องออกมา
ริมฝีปากที่ก่อนหน้านี้ยังบดจูบพนาวันอยู่ ในตอนนี้กลับสูดลมหายใจอย่างหนัก
เขาก้มตัวหนีบขา เจ็บจนแทบทนไม่ไหว
พนาวันถอยหลังสองก้าว เพื่อเว้นระยะห่างอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง