เสียงอ่อนนุ่มหนึ่งประโยคของลูกชาย คล้ายกับพระอาทิตย์ในเดือนมีนาคม ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นยิ่ง
สองแม่ลูกสวมกอดกัน จากนั้นก็ปิดไฟนอนด้วยกัน
ดวงจันทร์ด้านนอกยิ่งลอยก็ยิ่งสูงขึ้นสู่ฟากฟ้า และความมืดก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเช่นกัน
จากนั้นร่างกายของพนาวันก็เริ่มร้อนวูบ คล้ายกับอยู่ในหม้อไฟไม่มีผิดเพี้ยน
ความร้อนผ่าวทำให้เธอไม่สบายจนส่งเสียงออกมา
หมีพูลไม่ได้หลับลึก รู้สึกคุณแม่ขยับกาย
มือเล็กของเขาก็เอื้อมไปเปิดไฟ
ก่อนจะเห็นใบหน้าผู้เป็นแม่แดงชาด เขาใช้มือจับหน้าผากแม่เบา ๆ
ชั่วพริบตานั้น เขาก็ต้องเบิกตากลมโต
ร้อนมาก!
เขาถือผ้าเช็ดหน้า พร้อมกับพลิกกายลงจากเตียง จากนั้นก็หามือถือจากกระเป๋านักเรียนออกมา “คุณพ่อครับ คุณแม่เป็นไข้ครับ หน้าผากร้อนมากเลยครับ!”
ได้ยินดังนั้น อาคิระที่หลับสนิทก็รีบลุกขึ้น ก่อนจะคว้ากางเกงสูทมาสวมอย่างเร็วไว“ลูกใส่เสื้อรอเลยนะ เดี๋ยวผมก็ถึง”
ช่วงบ่ายตอนที่เขาออกไป เขารู้สึกสีหน้าเธอไม่ดี กลัวตอนกลางคืนไม่มีคนดูแล เลยให้หมีพูลพักกับเธอ
ทุกคืนเขาต้องกินยาตามเวลาที่คุณพ่อสั่ง เขาจึงจะนอนหลับจนถึงเช้า โดยไม่ฝันร้ายอะไรทั้งนั้น แต่ก่อนนอนคืนนี้เขาไม่กล้ากินยา
กลัวกินแล้วจะหลับลึก หากหมีพูลมีธุระเร่งด่วนโทรมา จะติดต่อไม่ได้!
เวลาตีสอง จึงไม่ค่อยมีรถในท้องถนน
อาคิระเหยียบคันเร่งไปถึงหนึ่งร้อยยี่สิบต่อชั่วโมง และไม่สนใจสัญญาณไฟสัญจรอีกด้วยตรงหน้าด้วย
จากที่ต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงเขาก็ไปถึง
ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง เคาะประตูด้วยสีหน้าวิตกกังวล
เสียงระวังของหมีพูลลอยออกมา“คุณพ่อใช่ไหมครับ?”
“ใช่ รีบเปิดประตูเร็ว ๆ”
ประตูบ้านเปิดอาคิระก็พวยพุ่งเข้าไปเร็วราวกับเป็นสายลม
พนาวันครึ่งหลับครึ่งตื่น ใบหน้าแดงไปหมด
เขาลองเรียกเธอดูสองครั้ง ทว่าเธอกลับไม่ตอบ
ไม่ได้การแล้วต้องรีบส่งไปที่โรงพยาบาลโดยด่วน
ทว่าเธอยังสวมชุดนอนอยู่ อาคิระขมวดคิ้วมุ่น สั่งการหมีพูล “ลูกไปเอาซื้อของแม่มา”
หมีพูลเชื่อฟังกว่าปกติ รีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วนำกางเกงส์ยีนกับเสื้อกันหนาวมาให้ จากนั้นก็ยืนอยู่ด้านข้าง
อาคิระกวาดสายตามองเขาปราดหนึ่ง“ยืนอยู่ตรงนี้ทำไม?รีบไปที่ห้องอาบน้ำเลย”
“พ่อจะเปลี่ยนเสื้อให้คุณแม่ไม่ใช่เหรอครับ?ผมยืนอยู่ตรงนี้ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง”
อาคิระยกมือดีดหน้าผากเขา“ใครบอกให้ช่วย?รีบหายตัวไปจากสายตาพ่อเดี๋ยวนี้!”
เธอไม่ค่อยรู้สึกตัว รำพึงแต่ว่าร้อนอย่างอาการมึน ๆ เบลอ
อาคิระปลดกระดุมเสื้อนอนของเธอ ผิวขาวนวลพลันเผยสู่สายตา
ช่วงล่างของเขาเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าทันที
“ให้ตายเถอะ”
อาคิระบ่นพึมพำเสียงเบาในขณะที่ใส่เสื้อให้เธอย่างไม่ชำนาญ
เมื่อใส่เสร็จ หน้าผากของเขาก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
ทรมานยิ่งกว่าบทลงโทษร้ายแรงเสียอีก
แม่งเอ้ย!
เขาอดสบถหนึ่งเสียงไม่ได้
เขาโค้งตัวอุ้มเธอขึ้นมา พลางตะโกนเรียกคนในห้องอาบน้ำ ต่อด้วยก้าวเท้ายาวออกจากคอนโด
หมีพูลตามหลังไม่ห่าง
เขาพาเธอไปหาหมอในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในละแวกนี้ คุณหมอวัดอุณหภูมิร่างกายแล้วสั่งจ่ายยา
ซึ่งระหว่างนั้นอาคิระกอดเธอตลอด
เพราะเส้นเลือดเล็กเกินไป คุณหมอเลยหายาก ตอนใช้เข็มฉีดเข้าไปครั้งแรกนั้นพลาดเป้า เลือดจึงซึมออกมา พนาวันส่งเสียงด้วยความเจ็บพร้อมกับขมวดคิ้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง