อาคิระเลิกคิ้วพลางเอ่ยขึ้น : “ผมรับปากคุณแล้วว่าจะอยู่ต่อ ยังจะแสดงละครอีกเหรอ?”
พนาวันมองเขา
เห็นได้ชัดว่าอาคิระไม่เชื่อว่าเธอเป็นมะเร็ง
เธอขมวดคิ้วขึ้น หลังจากที่ลังเลอยู่พักหนึ่งแล้ว เธอก็รวบรวมความกล้าแล้วถอดวิกผมปลอมออกมา
ทันใดนั้นเอง อาคิระก็เหมือนกับถูกฟ้าผ่า อึ้งอยู่ที่เดิมตรงนั้น
หลังจากที่ดึงสติกลับมาแล้ว สีหน้าท่าทางของเขาก็หนักหน่วงขึ้นมา หน้าอกขึ้นๆลงๆอย่างแรง : “ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”
พนาวันเอ่ยขึ้นมานิ่งๆ : “ฉันเป็นมะเร็งตั้งแต่ก่อนที่จะหย่าแล้ว หมีพูลจะไม่มีคุณไม่ได้”
“เดี๋ยวก่อนนะ ผมขอผ่อนคลายก่อน”
อาคิระนั่งยองๆลงที่พื้น แล้วหายใจเข้ายกใหญ่
ชั่วพริบตาเดียว จากสวรรค์ลงสู่นรก สุขไปทุกข์
เขารู้สึกเวียนศีรษะตาพร่ามัว แม้กระทั่งเหมือนกับดวงตาถูกเสียบแทงเข้าไปจนลืมไม่ได้
หลังจากที่ค่อยๆดึงสติกลับมาแล้ว เขาก็ลุกขึ้นมาจากที่พื้น ร่างสูงใหญ่โซเซอยู่บ้าง ยืนไม่มั่นคง
“นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณจะต้องอยู่ข้างๆผม จะอยู่ห่างจากผมไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว!”
หน้าอกของพนาวันขึ้นลง : “อาคิระ ให้คุณอยู่ก็เพื่อหมีพูล ฉันกับคุณเราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”
แต่ทว่าอาคิระไม่ได้สนใจเธอเลย
หลังจากนั้นพนาวันก็ถูกส่งกลับไปที่โรงพยาบาล
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ตอนนี้เธอก็สามารถวางใจลงมาได้บ้างแล้ว ถึงอย่างไรหมีพูลก็มีคนดู เธอไม่ต้องกังวลอีกแล้ว
คฤหาสน์อนันต์ธชัย
พอฉันทัชก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ก็เห็นเงานั้นที่อยู่ตรงด้านหน้าหน้าต่าง
“ก้นบึ้งของหัวใจเบิกบานแล้ว นี่ยังจะมาทำเป็นขรึมอีก” มุมปากของเขายิ้มเยาะออกมา
และวินาทีต่อมา อาคิระก็หันกลับมา
เห็นน้ำตาที่หางตาของเขาแล้ว ฉันทัชก็รู้สึกตกตะลึงไปเล็กน้อย : “นาย ร้องไห้?”
“เหรอ?”
อาคิระมาเช็ดน้ำตาตรงหางตาทีหลัง ก็ไม่คิดว่าจะมีน้ำตาอยู่จริงๆ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง