นีรดายังคงหลับสนิท จะตื่นตอนไหนก็ไม่รู้ เธอจะไปโรงพยาบาลเป็นระยะๆ
แต่ละวันผ่านไปอย่างธรรมดาน่าเบื่อ ปราศจากมรสุมใดใด แต่นาโนสามารถรับรู้ได้ชัดเจนว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาในร่างกายเธอ
เช่นความอวดดี เฉียบคม อีกทั้งท่าทางโหดร้ายน่ากลัวดั่งเก่า
ดึกคืนนี้ หลังจากที่ทำอาหารค่ำเสร็จก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว อีกทั้งฝนยังตกกระหน่ำบาร์บี้ก็ไม่ได้พกร่มไปอีกด้วย
ดนัยเอ่ยปาก “ผมไปส่งคุณกลับบ้าน”
“ข้างนอกยังมีรถแท็กซี่ คุณไปส่งฉันที่ร้านอาหารหน่อยค่ะสมุดบัญชีตกอยู่ที่นั่น”
นาโนสวมกระโปรงสีแดงยาวเดินออกมา
ดนัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยจ้องมองเธอ “บัญชีพรุ่งนี้ค่อยคิดก็ได้ ตอนนี้เรียกแท็กซี่ยากนะ”
บาร์บี้โบกมือเรียก
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ท่านประธานให้ฉันยืมร่มซักคันก็พอแล้วค่ะ ตอนนี้ยังไม่ดึกมากรถแท็กซี่ยังเรียกได้ง่ายอยู่ค่ะ”
ดนัยหยิบกุญแจรถเดินไปทางด้านนอกอพาร์ทเม้นท์ ความหมายที่ต้องการสื่อนั้นแสดงออกมาชัดเจน
ทว่าบาร์บี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ลังเลใจไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะดี
นาโนยักคิ้ว รีบเดินไปอย่างรวดเร็วคว้ากุญแจในมือของดนัยพร้อมเผชิญหน้ากับเขา
บรรยากาศเครียดและหดหู่ขึ้นมาทันที บาร์บี้จึงรีบกล่าวลาและเดินจากไปคนเดียวทั้งที่ยังไม่ได้หยิบร่ม
ดนัยพูดว่า “ทำไมเธอถึงโหดร้ายน่ากลัวอย่างนี้”
“ฉันก็โหดร้ายแบบนี้มาตลอด คุณไม่รู้เลยหรือไง”
นาโนโยนกุญแจรถกลับไปบนโต๊ะกาแฟ หลังจากโยนไปก็เกิดเสียงดังชัดเจน
“ไม่มีเหตุผล!” ดนัยขมวดคิ้ว
“ทำไม ปวดใจหรือไง?”
นาโนยิ้มเยาะ พร้อมส่งกุญแจกลับไปให้เขา
“ไปตามสิ ตอนนี้ยังคงอยู่ใต้ตึกนั่นแหละ รีบไปซะ คุณจะได้ไม่ต้องเปียกฝน ทำไมไม่ไปล่ะ หรือว่าจะให้ฉันไป?”
เธอเอามือกอดอก ชุดสีแดงพลิ้วไหว มองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน กุญแจที่อยู่ในมือยังคงสั่นเบาๆ
เมื่อลืมตาขึ้น ดนัยไม่ได้หยิบกุญแจ และก็ไม่ได้ลงจากตึกไปตามบาร์บี้ แต่กลับหันกลับไปยังห้องอ่านหนังสือ
นาโนยิ้มเยาะ ทั้งยังไม่ยอมจบเรื่อง ย่างเท้าเดินตามดนัยไป
เขานั่งอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว พร้อมหยิบเอกสารที่เอากลับมาจากบริษัท หยิบปากกาออกมาเซ็นชื่ออย่างกระฉับกระเฉง
“คืนนี้กลับมานอนที่ห้องนอนด้วย!”
นาโนยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังดนัยพร้อมเอ่ยพูด
“ผมจะนอนห้องหนังสือ”
ดนัยยังคงเซ็นชื่อไม่เงยหน้าขึ้น
นาโนยกขาเดินไป หยิบเอาเอกสารในมือดนัยโยนทิ้งไป
“คุณจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?หนึ่งเดือน สองเดือน หรือหนึ่งปี หรือว่าสองปีกัน?”
ดนัยไม่พูดตอบ ยกแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาจิบน้ำอุ่น
“ความอดทนของฉันมันมีจำกัดนะ อีกอย่างนะที่คุณแม่เป็นลมสลบไปมันเป็นความผิดของฉันก็จริงอยู่ แต่ว่าฉันไม่ใช่ต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ และฉันก็ไม่ใช่คนผิดด้วย ดนัยทำไมคุณถึงทำกับฉันอย่างนี้?”
อารมณ์ร้อนเหล่านั้นของนาโนในที่สุดก็ระเบิดออกมา
“ทุกวันที่ร้านอาหารตั้งแต่เช้าจรดเย็นฉันเหนื่อยมากจริงๆ แม้แต่ขาของฉันก็ยังแข็ง พอกลับมาถึงอพาร์ทเม้นท์ยังต้องมามองหน้าตายกับท่าทางไม่แยเสของคุณอีก ตกลงฉันทำผิดอะไรกันแน่?”
งานผสมวัตถุดิบที่ร้านอาหารนีรดาทำมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่เคยจะเอ่ยถึงความลำบากหรือความเหนื่อยล้าเลยสักนิด แต่เธอมาทำได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น…
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง