เอนกายพิงในอ้อมกอดของเชอร์รีน ใบหน้าของนาโนแดงก่ำ เธอร้องไห้ไม่หยุด เหมือนเด็กหลงทางที่หาทางกลับบ้านไม่เจอ
ออกัสโทรศัพท์หามา เชอร์รีนจึงบอกไปว่าเย็นนี้จะไม่กลับบ้านและพักค้างแรมอยู่โรงแรมแถวนี้
บนพื้นมีขวดเหล้าวางเรียงรายเต็มไปหมด และทุกขวดนาโนเป็นคนดื่มเพียงคนเดียว ตามเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา และเธอนั่งอยู่บนพื้นโดยไม่มีที่รองนั่ง
...
ตอนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ตอนที่เชอร์รีนลืมตาตื่นขึ้นมา พลันต้องตกใจเมื่อเห็นนาโนลุกขึ้นนั่งบนเตียง มือสองข้างโอบกอดขาตัวเอง นั่งคุดคู้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
หัวใจของเธอยังเจ็บปวด ได้แต่เอื้อมมือไปจับหลังมือของเธอเบาๆ “พึ่งนอนไปนิดเดียวเอง ทำไมตื่นเร็วขนาดนี้ล่ะ”
ตามจริงแล้วนาโนไม่ได้นอนเลยสักนิด ใต้ตาหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าซีดเซียว มุมปากยกยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้น “นอนพอแล้ว”
“นาโน” เชอร์รีนเจ็บที่หัวใจตอนเรียกชื่อเธอ
“อืม?” นาโนหันหน้ามาเล็กน้อยแล้วมองมาที่เธอ “มีอะไรเหรอ”
“วันนี้ให้ฉันไปช้อปปิ้งเป็นเพื่อนนะ”
เชอร์รีนคิดในใจ สิ่งที่เธอชอบที่สุดคือการช้อปปิ้ง มันช่วยลดความฟุ้งซ่านได้ดีที่สุด
นาโนส่ายหน้า “ฉันเหนื่อย ฉันอยากนอนมากกว่า”
“งั้นฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง!”
“กลับไปเถอะ เธอมีงาน แถมยังมีเบบี๋อีกตั้งสองคน เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับ วันนี้จะยังไม่กลับอีกได้ยังไง”
เชอร์รีนส่ายหน้าปฏิเสธ
เธอจะวางใจปล่อยนาโนทิ้งไว้แบบนี้ได้อย่างไร เธอไม่ไปหรอกและไม่กล้าไปด้วย
“ฉันไม่เป็นไร ตอนวันเกิดเธอบอกว่าฉันเป็นตัวยุ่งไม่ใช่เหรอ? เป็นตัวยุ่งแล้วจะปล่อยให้ตัวเองเป็นอะไรไปได้ยังไงล่ะ? ก็แค่ผู้ชายคนเดียว ฉันต้องมีชีวิตอยู่เพื่อผู้ชายอย่างนั้นเหรอ”
“เชอร์รีนฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า ฉันรักชีวิตของตัวเองมากกว่าเขานะ สูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อผู้ชาย มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่คนอย่างนาโนจะทำ!”
เชอร์รีนยังปฏิเสธที่จะออกไป แต่นาโนก็ผลักไสเธอให้ออกจากห้อง
เธอเหนื่อยมาก เหนื่อยมากจริงๆ
เหนื่อยตั้งแต่กายหยาบจนถึงจิตวิญญาณข้างใน นาโน เธอเจ็บปวดรวดร้าวและเหนื่อยถึงที่สุดแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานขาว รู้สึกว่าแผ่นสีขาวนั่นเป็นเสมือนดอกไม้แพรวพราวสีแสบตา จนมีน้ำตาไหลออกมาจากหางตาเรียวทั้งสองข้าง ไหลผ่านซึมลงที่เสื้อและจางหายไป
ความรู้สึกนี้ทำให้นาโนหลับไปเนิ่นนาน
กระทั่งถึงเวลาบ่ายสองโมง เธอจึงตื่นขึ้นมา
เธอเอื้อมมือคลำหาโทรศัพท์มือถือ กลับพบว่ามีสิบกว่าสายที่ไม่ได้รับ และทั้งหมดก็คือสายของเชอร์รีน
เธอลุกขึ้นนั่งแล้วโทรกลับไป ทันทีที่อีกฝ่ายรับสายก็โดนเชอร์รีนดุกลับมาอย่างแรงจากปลายสาย
นาโนนั่งฟังเงียบๆ แต่เธอไม่เคยรู้สึกว่าคำดุด่าว่าทอของหล่อนเป็นสิ่งไม่ดีเลย สุดท้ายเธอเลยพูดขึ้น “ฉันผิดไปแล้ว จะไม่ปิดเสียงตอนนอนอีกแล้ว”
“ถ้าเธอปิดเสียงอีก ฉันจะฆ่าเธอ!” น้ำเสียงเชอร์รีนบอกว่าไม่ได้ล้อเล่น “ซารางมาฉีดยาอยู่ที่โรงพยาบาล มาอยู่กับเธอหน่อยสิ”
เธอตอบทันที “ได้”
เธอลุกขึ้นเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดรสกระโปรงสีเขียว ผมม้วนเป็นลอนธรรมชาติ สวมรองเท้าส้นแบน และใส่แว่นตากันแดดเพื่อปกปิดดวงตาที่บวมแดง ถึงจะดูโทรมไปหน่อยแต่ก็ยังสวย
การเจอกันครั้งนี้ นาโนไม่เห็นซารางร้องไห้
ซารางเองก็ไม่ค่อยชินเท่าไรนัก “เชอร์ ทำไมวันนี้เธอไม่ทำฉันร้องไห้ล่ะ”
“เชอร์เหนื่อยน่ะ” นาโนตอบ
ซารางครุ่นคิด “เชอร์ เธอต้องทำฉันร้องไห้สิ ไม่งั้นฉันไม่ชินนะ!”
นาโนยกมือขึ้นขยี้ผมของหล่อน “เชอร์รีนพลังงานหมดแล้วจริงๆ รอให้มีแรงก่อน รับรองว่าทำเธอร้องไห้แน่ วันนี้ขอติดไว้ก่อน ร้องไห้มาสองวันติดแล้วนี่”
เชอร์รีน “...”
หลังจากนั้นนาโนก็โทรหาทนายความ ให้ทนายมาร่างสัญญาที่โรงพยาบาล
สิ่งที่เธอขอร้องง่ายดายมาก ทรัพย์สินของตระกูลเตชะโสภาเธอไม่อยากได้ แค่ให้ดนัยมาเซ็นก็เพียงพอแล้ว
นาโนมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายในชีวิตที่เหลือของเธอเอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ครูเจ้าเสน่ห์คนนี้ประธานจอง