ตอนที่ 703 ไข่มุกเทียบกับตาปลา
ฉู่เฟิงสาวเท้าเข้าในโถงดอกไม้ ไป๋เจินจูเดินตามอยู่เบื้องหลัง ทั้งสองคนสบสายตากัน คนหนึ่งมีสีหน้าเหนียมอาย อีกคนหนึ่งหมายจะสอบสวน
ไป๋เจินจูคำนับอีกฝ่ายอย่างง่ายๆ ตามที่ได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์สอนมารยาท ใช้ท่าทางที่สง่างามที่สุด ทว่าในสายตาของฉู่เฟิงนั้น นางกลับดูน่าขันดังเดิม
ขณะนี้ฉู่เฟิงมีสีหน้าเรียบเฉย เขายกมือขึ้นเบาๆ เอ่ยว่า “คุณหนูเผยไม่ต้องมากพิธี นั่งเถอะ!”
ข้ารับใช้รีบยกชาต้มใหม่เข้ามา ฉู่เฟิงถือจอกชาไว้ในมือ เป่าไล่ความร้อนอย่างเชื่องช้า พร้อมกับพิจารณามองไป๋เจินจูไม่วางตา ครั้งก่อนเขาพบนางเพียงไม่นาน จึงไม่ได้มองดูให้ชั ดเจน วันนี้พบกันอีกครั้ง นางยิ่งมีสีหน้าซีดเซียวกว่าครั้งก่อน พาให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก
สตรีตรงหน้าผู้นี้แตกต่างจากหมอไป๋ที่ได้พบในงานเลี้ยงเมื่อคืนวานราวเหวกับฟ้า
ลำคอของฉู่เฟิงแห้งผาก ทว่ากลับไม่มีความรู้สึกอยากดื่มชา เขาวางจอกชาลงหลังจากนั้น แล้วเอ่ยถามไป๋เจินจู “ตอนที่คุณหนูเผยอยู่ที่เมืองชิงหยวน ยังมีญาติคนอื่นหรือไม่”
สีหน้าที่แฝงไว้ด้วยความเขินอายของไป๋เจินจูพลันชะงักค้าง นางเงยหน้ามองฉู่เฟิง สบสายตาคมปลาบของชายหนุ่ม ในใจนางพลันลนลาน ไม่รู้ว่าเขามีเจตนาใดถึงได้ถามเช่นนี้
“ไม่อยากพูดหรือ” ฉู่เฟิงเห็นนางไม่ตอบ จึงเอ่ยถามไปอีก
ไป๋เจินจูดึงสติกลับมา ขณะเดียวกันก็บอกกับตนเองว่าจะลนลานไม่ได้ ยิ่งในเวลาเช่นนี้ ยิ่งต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้
นางยิ้มหวาน กดเก็บสีหน้าลุกลี้ลุกลนไว้ ก่อนจะก้มหน้าลงกึ่งหนึ่งพลางเอ่ย “ท่านอ๋องมีใจเป็นห่วงนัก ก่อนที่ข้าจะมาเมืองหลวง ที่บ้านของข้าเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ท่านย่า มีอันเป็นไป ส่วนบ้านของท่านย่าก็พังทลาย โชคดีที่ท่านพ่อกำลังตามหาข้าในยามที่ไร้ที่พึ่งพิง ข้าถึงได้มีวันนี้เจ้าค่ะ”
วาจาของนางคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้ตอบคำถามของฉู่เฟิงให้ชัดเจน
ฉู่เฟิงย่อมไม่พอใจ เขาจึงถามอีกว่า “เจ้ามีพี่น้องที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันหรือไม่”
ไป๋เจินจูพลันหวั่นใจ แววตาที่เรียบสงบเมื่อครู่นี้ ฉายแววลนลานขึ้นมาอีกครั้ง
“เป็นอะไรไป ไม่อยากพูดอีกแล้วหรือ มีหรือว่าไม่มีกันแน่” ฉู่เฟิงเค้นถาม
“ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านอ๋องถึงถามหรือเจ้าคะ หากท่านใคร่รู้เช่นนี้ ไยไม่ไปถามท่านพ่อของข้าเล่า” ไป๋เจินจูกัดฟันถาม
ฉู่เฟิงยักไหล่ “ข้าก็อยากไปถามเขาอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้บิดาเจ้าสลบไสลไม่ได้สติ ข้าจึงทำได้เพียงมาถามเจ้า อีกอย่างเจ้ารู้เรื่องนี้ดีที่สุด มาถามเจ้าโดยตรงย่อมดีกว่า ไยต้องอ อ้อมไปอ้อมมาด้วยเล่า เรื่องที่เล่าเพียงไม่กี่คำก็ชัดแจ้ง เจ้ากลับอ้ำอึ้ง วกไปวนมา เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่”
มือของไป๋เจินจูที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อสั่นเทาไม่ยอมหยุด ริมฝีปากก็เริ่มสั่นด้วยเช่นกัน
ทีแรกบิดาตำหนิเซียงอี๋เหนียง สั่งขังไว้ในโรงฟืน จากนั้นเซียวอ๋องก็มาหาถึงที่ เขาสอบสวนนางทันทีที่เห็นหน้า นี่ไม่มีทางใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
หรือว่าเรื่องจะแดงแล้ว ไป๋จื่อยังไม่ตายใช่หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วตงฟางหว่านเอ๋อร์รับนางเป็นบุตรีแล้ว
ยิ่งคิด ไป๋เจินจูก็ยิ่งหวาดกลัว สีหน้าซีดเผือดลงยิ่งกว่าเดิม หากเป็นจริงเช่นที่นางคิดไว้ หากไป๋จื่อยังไม่ตาย รวมถึงตงฟางหว่านเอ๋อร์รับนางเป็นบุตรีแล้ว เช่นนั้นไป๋เจิน นจูผู้นี้จะมีจุดจบเช่นไรกัน
นางรู้สึกหนาวสันหลังวาบ ภายในโถงดอกไม้จุดเตาทำความร้อนเอาไว้ อบอุ่นราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ทว่านางกลับตัวสั่นงันงกอยู่ตลอดเวลา
ครั้นเห็นไป๋เจินจูมีท่าทางเช่นนั้น ฉู่เฟิงก็กระจ่างแจ้งแก่ใจ สตรีตรงหน้าเขาผู้นี้เป็นตัวปลอม จะเป็นตัวปลอมก็ช่างเถอะ เขาไม่ได้สนใจเท่าไรนัก แต่ตอนนี้บุตรีผู้สูงศักดิ์ปราก กฏกายออกมาแล้ว แล้วตัวปลอมเช่นนางจะยังมีประโยชน์อะไรอีก การหมั้นหมายระหว่างเขากับตัวปลอมผู้นี้ช่างน่าขันเสียจริง
เขาฉู่เฟิงกลายเป็นตัวตลกของทั้งเมืองหลวงรวดเร็วนัก!
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...