ตอนที่ 717 ลบหลู่
ไป๋จื่อดันร่างอีกฝ่าย ยิ้มว่า “พี่สาวอย่าล้อข้าเล่นเลย ตอนที่ข้าเพิ่งมาที่นี่ ท่านไม่พูดกับข้าด้วยซ้ำไป”
ชิงเหลียนหัวเราะขึ้น “นั่นข้าเป็นฝ่ายผิดเอง เจ้าเป็นถึงคนที่ท่านตงฟางส่งมา อีกทั้งจิ้นอ๋องยังให้ความสำคัญกับเจ้าอีก พวกข้าเป็นเพียงบ่าว ไหนเลยจะกล้าตีสนิท ทว่าเจ้าจิตใจด ดี มีเมตตา ยอมให้บ่าวอย่างพวกข้านับถือเป็นพี่เป็นน้องกับเจ้า”
เด็กสาวส่งเสียง ‘เชอะ’ ก่อนจะเชิดคางเล็กละเอียดเอ่ย “ในสายตาของข้าไป๋จื่อ คนก็คือคน ไม่มีแบ่งสูงส่งหรือต่ำต้อยหรอก ไม่มีใครอยากเป็นบ่าวหรือไพร่ไปตลอดชีวิต ถึงจะเป็นเรื่องทา างโลกที่ไม่มีทางเลี่ยง แต่ข้าไม่เห็นด้วยนักหรอก”
ฝ่ายชิงเหลียนจับมือไป๋ขื่อไว้จนแน่น “สาวน้อย เจ้าอย่าได้พูดมั่วไป หากมีใครได้ยินเข้า แล้วบอกกล่าวไปว่าเจ้าลบหลู่ เช่นนั้นก็แย่แล้ว!”
ไป๋จื่อแลบลิ้น ด้วยสนทนากันอย่างออกรออกชาติ นางจึงลืมไปว่าที่นี่คือวังหลัง พูดเรื่องเหล่านี้ไม่เหมาะสมจริงๆ ถึงอย่างไรเสียการแบ่งชนชั้นก็เกี่ยวพันกับราชวงศ์อย่างแนบแน่น
“เซียวอ๋องไปแล้วใช่หรือไม่” ไป๋จื่อคำนวณเวลาดู ขณะนี้ผ่านถึงเวลาไปตรวจดูไทเฮาแล้ว หากนางคำนวณไม่ผิดพลาด วันนี้ไทเฮาจะฟื้นขึ้นมาได้
ชิงเหลียนส่ายหน้า “ข้ามาที่นี่เพื่อบอกเจ้าเรื่องนี้ ท่านอ๋องไม่ยอมออกจากห้องบรรทมของไทเฮา ราวกับว่าจงใจรอเจ้าอยู่อย่างนั้นแหละ”
ไป๋จื่อกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ เอนกายตากแดดต่อ “เช่นนั้นก็ให้เขารอไปเถอะ เมื่อข้านอนเต็มอิ่มแล้วค่อยตัดสินใจว่าวันนี้อยากพบเขาหรือไม่”
ชิงเหลียนวางพัดในมือลง “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็พักผ่อนเสียเถอะ ข้าจะกลับไปดูที่ด้านหน้าสักหน่อย หากมีเรื่องอะไรจะรีบมาบอกเจ้าโดยเร็ว”
จากนั้นชิงเหลียนเพิ่งกลับหลังหันไป กำลังคิดจะก้าวเท้าก้าวแรก นางกำนัลสาวคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างเร่งร้อน หายใจไม่ทันเลยทีเดียว “เร็ว หมอไป๋ เร็วเข้าเถิด ไทเฮาฟื้นแล้ว ไทเฮ ฮาฟื้นแล้วเจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋จื่อพลันดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ในทันใด ไม่สนใจยาที่กำลังเดือดอยู่ในหม้อ ทว่าก็ยังกำชับให้ชิงเหลียนลดไฟในหม้อลงครึ่งหนึ่ง คอยเคี่ยวมันด้วยไฟอ่อนอย ย่างช้าๆ
ไป๋จื่อรีบร้อนมาถึงหน้าตำหนัก นางกำนัลสองคนกำลังดูแลไทเฮาดื่มชา เมื่อเห็นไป๋จื่อเข้ามาแล้ว นางกำนัลคนหนึ่งก็พูดขึ้นในทันที “ไทเฮา ท่านนี้คือหมอไป๋ หมอที่รักษาพระนางเพคะ”
ฉู่เฟิงที่นั่งอยู่หน้าเตียงมองตามสายตาไทเฮา หันกลับไปเห็นเงาร่างผอมบางเข้ามาจากข้างนอก เขามองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัดเพราะแสงอาทิตย์ จนกระทั่งนางเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เขาถึงจ จะมองเห็นใบหน้าของนางได้เสียที
งดงามกว่าตอนที่เขาพบในงานเลี้ยงวันนั้นเสียอีก โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น มันทั้งเป็นประกายและสดใส สีขาวและดำแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ยามที่นางอมยิ้ม มุมปากของนางยกโค้งขึ้นเล็ก กน้อย ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเม้มเข้าหากันเบาๆ น่ามองยิ่งนัก
ไป๋จื่อถวายบังคมให้ไทเฮาที่พิงร่างอยู่บนกายนางกำนัล
ไทเฮาอ้าปากเอ่ยว่า “ตามสบายเถอะ”
เสียงของไทเฮาแหบพร่าอยู่บ้าง แต่ทุกพยางค์ที่เปล่งเสียงออกมากลับชัดแจ้ง แตกต่างจากคนสามัญธรรมดา
เด็กสาวเหยียดกายขึ้น แล้วช้อนสายตามองไทเฮาที่นั่งอยู่บนเตียง ยิ้มว่า “ไทเฮาสวรรค์คุ้มครอง ดูท่าจะไม่เป็นไรแล้วเพคะ”
ไทเฮาเพิ่งฟื้นขึ้นมาได้ไม่นาน ยังไม่เข้าใจสถานการณ์เต็มที่ รู้เพียงว่าตนเองป่วย ในเมื่อเพิ่งฟื้นขึ้นมาเช่นนี้ นางจึงไม่รู้ว่าเด็กสาวที่เอ่ยวาจาอยู่ตรงหน้าเป็นใคร เคยพบอ อีกฝ่ายมาก่อนหรือไม่ แต่ดูจากการแต่งกายของแล้วก็ไม่เห็นเหมือนคนในวังเลยสักนิด!
ชิงเหลียนเป็นนางกำนัลคนสนิทที่อยู่ข้างกายไทเฮา ครั้นเห็นไทเฮามีท่าทางเช่นนั้น นางก็รีบเข้าไปใกล้ในทันที แล้วเอ่ยด้วยเสียงอันนุ่มนวลว่า “ไทเฮาเพคะ แม่นางไป๋เป็นหมอ หลังจาก พระนางล้มป่วย นางเป็นคนที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ตลอดเวลาเลยเพคะ”
คราวนี้ไทเฮาถึงจะเข้าใจ มิน่าเล่าสายตาของนางกำนัลทั้งหลายที่มองนางถึงผิดแผกไป แม้กระทั่งหลานชายของตนเอง ก็ยังมองนางด้วยสายตาแปลกไปจากปกติเช่นกัน!
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...