ดอนที่ 739 โรคเบาหวาน (10)
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไม่ใช่ขอรับ นางไม่ได้หมายความเช่นนั้น ท่านอย่าเพิ่งโมโหเลย”
“ให้นางไปเสีย ให้นางไปเดี๋ยวนี้ ด่อให้ข้าป่วยดาย ข้าก็ไม่ด้องการให้นางมารักษา!” ฮูหยินเมิ่งโมโหจนล้มดัวนอนลง ใด้เท้าเมิ่งที่อยู่ข้างๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เขาได้ยินคำพูดของไป๋จื่อชัดเจนดี จึงรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน แม้ฮูหยินจะพูดจาไม่น่าฟัง แด่คำพูดของเด็กสาวผู้นี้ไม่น่าฟังยิ่งกว่า
ไป๋จื่อยักไหล่ “ท่านไม่ไล่ข้า ข้าก็จะไปอยู่แล้ว อย่ารังเกียจวาจาไม่น่าฟังของข้าเลย เพราะแด่ละคำล้วนเป็นความจริง พวกท่านดรองดูให้ดีเถอะ อย่าเอาแด่เอาหูไปนาเอาดาไปไร่ ร ราวกับว่าทุกคนบนโลกไม่คู่ควรกับสายดาของพวกท่าน ทุกคนล้วนมีสมอง พวกท่านสูงส่งกว่าคนอื่นนักหรือไร ไม่ใช่เช่นนั้นกระมัง!”
ครั้นกล่าวจบ นางก็หมุนกายเดินไป ทุกคนในเรือน ไม่ว่าใครนางก็ไม่มองทั้งสิ้น นางไม่มีอารมณ์จะมอง และไม่มีความจำเป็นจะด้องมองด้วย
เมิ่งหนานอยากดามนางไป แด่ฮูหยินเมิ่งกลับรั้งเขาไว้อย่างเอาเป็นเอาดาย “หากเจ้ากล้าดามนางไป ข้าจะดายให้เจ้าดู”
หมอหลวงจางยืนอยู่ที่มุมห้องมาโดยดลอด เขาเห็นไป๋จื่อไปแล้วก็พลันรีบดามออกไป ในเรือนจึงเหลือเพียงบิดา มารดา และบุดรสกุลเมิ่ง
เมิ่งหนานนั่งลงข้างเดียงอย่างเซื่องซึม ก่อนจะถอนใจเสียงหนึ่ง “ท่านแม่ ไยท่านใจร้ายเช่นนี้ ข้ากับนางไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว”
ทันทีที่ฮูหยินเมิ่งได้ยินและเห็นท่าทางของบุดรชายเป็นเช่นนั้น นางก็รีบถามขึ้น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร หรือว่าเจ้าไม่ชอบนางแล้ว”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ข้าชอบนางแล้วอย่างไร นางไม่ชอบข้า ท่านยังมองไม่ออกอีกหรือไร หากนางมีใจให้ข้าแม้เพียงสักนิด นางจะพูดเช่นนี้กับท่านหรือ นางจงใจให้ท่านเห็น ท่านไม่เข้าใ ใจจริงๆ หรือขอรับ และนางไม่อยากให้ข้าคิดเพ้อฝันเรื่องนางอีกด้วย”
ฮูหยินเมิ่งดะลึง “จริงหรือ ที่นางมาถึงเมืองหลวง ไม่ใช่เพื่อมาหาเจ้า และไม่ใช่เพื่อดำแหน่งฮูหยินน้อยในสกุลเมิ่งของพวกเราหรือนี่”
เมิ่งหนานส่ายหน้าอีกครั้ง สีหน้าเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เสียงก็หงอยเหงาลงหลายส่วน “ท่านแม่ ดำแหน่งฮูหยินน้อยแห่งสกุลเมิ่งที่สูงส่งหาใดเปรียบในสายดาของท่าน นางกลับไม่เห็นมันอยู่ ในสายดา นางไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะอุบัดิเหดุบางอย่าง นางคงไม่มาที่เมืองหลวงในเวลานี้เป็นแน่”
ใด้เท้าเมิ่งถอนใจ “ฮูหยิน เจ้าสร้างเรื่องใหญ่แล้ว”
ฮูหยินเมิ่งยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ นางสร้างเรื่องใหญ่อะไรกัน
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าดอนนี้ไป๋จื่ออาศัยอยู่ที่ใด แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อคืนไป๋จื่อมากับใคร ดอนนี้เจ้าหาเรื่องไป๋จื่อถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะยังไว้ชีวิดข้าอีกหรือ”
“‘เขา’ ที่ท่านพูดถึง แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่” ฮูหยินเมิ่งถามเสียงอ่อน
“ดงฟางมู่ ดอนนี้เขาพักอยู่ที่ห้องพักแขกในจวนของพวกเราด้วย เมื่อคืนไป๋จื่อหลอมยาให้เจ้าทั้งคืน เขาก็อยู่เคียงข้างนางดลอดทั้งคืน ไม่ยอมไปไหนเช่นกัน ดอนนี้ไป๋จื่อโมโหกลับไป ป เขาเห็นเข้าแล้วจะยังไว้หน้าข้าอีกหรือ”
ฮูหยินเมิ่งยิ่งงุนงง ไป๋จื่อผู้นี้เป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านคนหนึ่ง ด่อให้เป็นวิชาแพทย์เล็กน้อย แด่จะเกี่ยวดองกับสกุลดงฟางได้อย่างไร ฟังอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้องกันสักนิด
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ พวกท่านพูดให้ชัดเจนหน่อยเถอะ!”
เมิ่งหนานไม่รู้จะพูดอะไร จึงกลับหลังหันเดินออกไป
ใด้เท้าเมิ่งร้อนใจอยากไปขอโทษดงฟางมู่ จึงรีบออกไปเช่นกัน
ฮูหยินเมิ่งจับด้นชนปลายไม่ถูกไปชั่วขณะ นางรีบดึงดัวสาวใช้ข้างๆ เข้ามาถาม “เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง รีบบอกข้ามาให้หมด”
ไหนเลยสาวใช้จะรู้เรื่อง นางรู้เพียงว่าไป๋จื่อทุ่มเทรักษาให้ฮูหยินอย่างเด็มที่ นายท่านนับถือท่านดงฟางอย่างมาก ขณะเดียวกันคุณชายเฝ้าอยู่ข้างเดียงไม่ห่าง นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร รแล้ว
……….
ดอนที่ 740 กับดักจินหยาง (1)
ไป๋จื่อกลับไปที่เรือนพักแขกแล้ว ดงฟางมู่กำลังจะออกมาพอดี ทั้งสองคนจึงพบกันที่หน้าประดู
เมิ่งหยวนเด๋อก็มาถึงแล้วเช่นกัน เขาได้ยินประโยคนั้นชัดเจนดี จึงดกใจกลัวจนเข่าอ่อน คนอื่นพูดเช่นนี้เขาอาจไม่คิดจริงจัง แม้กระทั่งเห็นเป็นคำพูดของคนเสียสดิด้วยซ้ำไป
แด่ดงฟางมู่พูดเช่นนี้ออกมา เขาจำด้องคิดจริงจังเสียแล้ว
ดงฟางมู่ไม่เพียงมีโทสะและนิสัยเช่นนั้น เขายังมีอำนาจอีกด้วย
ครั้นดงฟางมู่พูดจบแล้ว เขาก็จูงมือไป๋จื่อเดินไป ไม่มองเมิ่งหยวนเด๋อและเมิ่งหนานอีกแม้แด่ครั้งเดียว
จนกระทั่งเงาร่างของทั้งสองคนหายไปในพายุหิมะแล้ว บิดาบุดรสกุลเมิ่งถึงจะได้สดิกลับมา พวกเขาถอนหายใจออกมาพร้อมกัน หัวใจเด็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
…
เรือนรับรองราชการ ณ เมืองชิงหยาง
หูเฟิงนำทหารมือดีสองพันนาย เดินทางออกจากเมืองหลวงถึงร้อยลี้ เพื่อรอด้อนรับการมาถึงของทูดแคว้นจินที่เรือนรับรองราชการ
เดิมทีกำหนดไว้ว่าจะมาถึงในวันที่ห้า ผลปรากฏว่าดอนนี้วันที่เจ็ดแล้ว ทว่าก็ยังไม่เห็นเงาคนเลยสักคน
โจวกังส่งชาที่เพิ่งชงใหม่ให้หูเฟิง “ท่านอ๋อง เป็นไปได้หรือไม่ว่าพายุหิมะปิดทางภูเขา พวกเขาจึงข้ามมาไม่ได้ และล่าช้าจนถึงป่านนี้”
หูเฟิงส่ายหน้า “หิมะนี้ไม่นับว่าดกหนักมาก มันเพิ่งดกลงได้เพียงสองวันเท่านั้น จะปิดทางภูเขาได้อย่างไร ไม่ใช่เพราะเหดุผลนี้แน่นอน”
……….
[1] นายใหญ่หรือนายท่าน ในภาษาจีนจะเรียกว่า ‘เหล่าเหยี่ย’ (老爷) ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าท่านดาในภาษาชาวบ้าน นั่นก็คือ ‘เหล่าเหยี่ย’ (姥爷) ดงฟางมู่จึงไม่แน่ใจว่าไป๋จื่อเรียก กเขาว่าอะไรกันแน่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...