ตอนที่ 747 ขอคืนดี
โจวกังมีนิสัยใจร้อนและตรงไปตรงมา เขาโลเลหรือเปลี่ยนใจน้อยครั้งนัก เรื่องบางเรื่องหากไม่เตือนสติเขาบ้าง เขาก็จะคิดไม่ถึงโดยสิ้นเชิง
…
ไป๋จื่อและตงฟางมู่ออกจากจวนสกุลเมิ่ง กลับไปยังคฤหาสน์ตงฟาง เพิ่งออกจากรถม้าได้ไม่ทันไรก็เห็นมีใครบางคนยืนอยู่ที่หน้าประตูราวกับรูปปั้นหิน ปล่อยให้เกล็ดหิมะบนท้องฟ้าตกใ ใส่บนศีรษะ คิ้ว และปลายผม
บนผ้าคลุมสีเขียวเข้มมีหิมะบางๆ ปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง ทุกครั้งที่ข้ารับใช้ด้านข้างกางร่มให้ เขาก็จะปัดมันออกอยู่ร่ำไป
เด็กสาวขมวดคิ้ว เขามาเพื่อเรียกคะแนนสงสารหรือไร คิดจะใช้สารรูปนี้ร้องขอความเห็นใจจากนางและมารดาของนางหรือไร
ข้ารับใช้รีบยื่นบันไดมาให้ตงฟางมู่ก้าวลงจากรถม้า ก่อนที่เขาจะประคองไป๋จื่อลงมาจากรถม้าบ้าง
เผยชิงหานมองเด็กคนนั้นอย่างตะลึงงัน เด็กคนที่เหมือนกับเขาอย่างยิ่ง เพียงแค่มองปราดเดียวก็จำได้ว่าเป็นลูกของเขาเผยชิงหาน!
เขาอยากเดินเข้าไปหา ทว่าเท้าคล้ายกับหนักเป็นพันชั่ง ขยับไม่ได้แม้สักนิดเดียว คำพูดร้อยพันที่เดิมทีสุมอยู่ในอก บัดนี้กลับเขาพูดอะไรไม่ออกเลย
ตอนนี้เขาทำได้เพียงมองนางลงจากรถอย่างตะลึงลาน มองนางเดินมาหาเขาทีละก้าว มองประตูที่ปิดสนิทเปิดออก มองเงาร่างของนางที่กำลังจะหายไปจากสายตาของเขา ตอนนี้เขาถึงรู้สึกต ตัวว่าหากตอนนี้เขาไม่พูดอะไรออกไปบ้างก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
เผยชิงหานถลันไปข้างหน้า จับแขนของไป๋จื่อเอาไว้อย่างแน่นหนาเหมือนกับห่วงเหล็กก็ไม่ปาน “เหยียนเอ๋อร์ เหยียนเอ๋อร์ เป็นพ่อที่ไม่ดีเอง พ่อผิดไปแล้ว พ่อถูกคนชั่วหลอกใช้ จึงคิด ว่า…” เขาพูดไม่ออก หากพูดออกไป ตงฟางมู่ต้องตีเขาจนตายเป็นแน่
“เหยียนเอ๋อร์ เจ้าเชื่อพ่อนะ พ่ออยากรับเจ้ากลับบ้าน เจ้ากลับไปกับพ่อนะ พ่อจะชดใช้ให้เจ้าอย่างดี ให้โอกาสพ่อสักครั้งได้หรือไม่”
ไป๋จื่อสะบัดมือเขาไม่ออก ตงฟางมู่จึงเงื้อมือขึ้นฟาด จนเผยชิงหานต้องหดมือกลับทันทีด้วยความเจ็บปวด
ตงฟางมู่ดึงร่างไป๋จื่อมาที่ด้านหลังตนเอง เงาร่างสูงใหญ่บดบังเบื้องหน้าเผยชิงหานไว้ เขาเอ่ยเสียงเย็น “เผยชิงหาน เจ้ายังมีหน้ามาที่นี่อีกหรือ เจ้ามาเดินเพ่นพ่านที่นี่ได้ตามใ ใจชอบหรือไร”
เผยชิงหานพลันรู้สึกหวั่นใจ จึงรีบกล่าวขึ้นว่า “ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ดีเอง ข้าผิดต่อหว่านเอ๋อร์ และยิ่งผิดต่อเหยียนเอ๋อร์ ท่านพ่อ ข้าขอร้องท่าน ให้ข้าได้พบหว่านเอ๋ อร์ด้วยขอรับ!”
ตงฟางมู่ยื่นมือออกไปดันอีกฝ่าย วาจาเจือโทสะ “อยากพบย่อมได้ ที่ศาลาว่าการเมืองวันที่สิบ ถึงวันนั้นแล้วพวกเจ้าได้พบกันแน่นอน”
“เหตุใดเป็นที่ศาลาว่าการเมืองเล่าขอรับ” เผยชิงหานรีบถาม
ตงฟางมู่หัวเราะอย่างเย็นชา “ถึงตอนนั้นแล้วเจ้าก็จะรู้เอง จะถามมากมายไปไย”
จากนั้นประตูก็ปิดลง ราวกับโลกถูกแบ่งแยกเป็นสองฝั่ง หนึ่งอบอุ่นดังฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งหนาวยะเยือกจนเสียดแทงกระดูก
เผยชิงหานนึกถึงคำพูดของตงฟางหว่านเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ สายตาของนางเฉยชาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยามที่นางมองเขา ราวกับกำลังมองก้อนดินก้อนหนึ่ง นางบอกว่าต้องการแยกทางกับเขา!
ข้าอยากแยกทางกับท่าน!
สิบสามปีมานี้ ไม่ว่าเขาจะเย็นชากับนางเพียงใด พาอนุมาเย้ยหยันต่อหน้านางมากแค่ไหน จงใจให้ข้ารับใช้ทำไม่ดีกับนางกี่ครั้ง นางก็ไม่เคยบอกว่าจะแยกทางกับเขา
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ตงฟางหว่านเอ๋อร์จะแยกทางกับเขา!
มีเพียงยามที่สูญเสียไปแล้วเท่านั้น ถึงจะรู้สึกเห็นคุณค่าขึ้นมา
ยามที่ได้ครอบครองไว้ กลับไม่รู้ว่าตนเองมีสิ่งที่มีค่าเพียงใด คิดเพียงว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าควรมองเท่านั้น
บัดนี้สูญเสียไปแล้ว เขาถึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่เขาสูญเสียไปคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาแล้ว
ไป๋เจินจูรู้ประสาทีเดียว ไม่รอให้เผยชิงหานเอ่ยปาก นางก็คุกเข่าลงตรงหน้าเขาทันที ก่อนจะโขกศีรษะลงบนพื้น หมอบอยู่อย่างนั้นอย่างไร้เสียง ไม่ยอมหยัดกายขึ้น
เผยชิงหานมองศีรษะของนางด้วยแววตาวาวโรจน์อยู่เนิ่นนาน ไฟโทสะในใจมีแต่จะเพิ่มพูนขึ้น จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นว่า “ที่ข้าพาเจ้าไปยังคฤหาสน์ตงฟางในวันนั้น ตอนที่หว่านเอ๋อร์เอ่ยถึง ไป๋จื่อ สีหน้าของเจ้าแปลกไป ดูท่าเจ้าจะรู้อยู่แล้วว่าไป๋จื่อเป็นบุตรีของข้าใช่หรือไม่”
ไป๋เจินจูเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำตานองหน้า ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่ในดวงตาของเผยชิงหานมีแต่ความชิงชัง ไหนเลยจะเห็นน้ำตาของนางอยู่ในสายตา
นางกล่าวเสียงสะอื้นไห้ “ท่านโหว ตอนนั้นข้าไม่รู้เช่นกันว่าไป๋จื่อเป็นบุตรีของท่าน ต่อมาได้ยินจากท่านลุงและท่านป้าระหว่างมาเมืองหลวง แต่ตอนนั้นข้าไม่มีแม้แต่บ้านให้อยู่อาศั ย ต่อให้รู้ข้าก็ไม่กล้าพูดออกมา”
“เจ้าช่างสรรหาเหตุผลให้ตนเองดีจริงๆ พูดเหมือนกับเจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมมมากมายอย่างไรอย่างนั้น เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่ที่จะให้เจ้าหลอกได้จริงๆ หรือ” เมื่อนึกถึงภาพในตอนนั้น นขึ้นมา เขาก็พบว่ามีช่องโหว่อยู่มากมาย น่าเสียดายที่ในหัวใจของเขาตอนนั้นไม่มีเด็กคนนั้นเลย เขาจึงไม่ได้ทำการตรวจสอบขั้นพื้นฐานที่สุดด้วยซ้ำ เรื่องนี้จริงหรือเท็จ เพียงสอบ บถามใครสักคนในหมู่บ้านก็ใช้ได้แล้ว ทว่าเขาไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง บางทีส่วนลึกในหัวใจของเขาอาจจะหวังให้เด็กคนนั้นตายจากโลกนี้ไปกระมัง!
“ท่านโหว เหยียนเอ๋อร์ไม่กล้าหลอกท่านโหว ทุกคำพูดเป็นความจริงเจ้าค่ะ”
“เหยียนเอ๋อร์? เจ้ายังคู่ควรกับชื่อนี้อีกหรือ นางสารเลว เจ้าคิดว่าตนเองยังคู่ควรหรือไร”
วาจาของเผยชิงหานเหมือนกับน้ำเย็นจัดกะละมังหนึ่ง ที่สาดลงบนศีรษะของไป๋เจินจูอย่างฉับพลัน มันหนาวเหน็บจนเสียดกระดูก น้ำทุกหยดไหลลงในอาภรณ์ของนาง เย็นยะเยือกจนนางตัวสั่ นเครือ
ตื่นจากฝันหวานเป็นเช่นนี้เองหรือนี่
จากคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวผู้สูงศักดิ์ สู่นางสารเลวคนหนึ่งในพริบตา
แม้แต่ชื่อนี้นางก็ไม่คู่ควรแล้ว แต่ไป๋จื่อคู่ควรใช่หรือไม่ ถือสิทธิ์อะไรกันถึงคู่ควร
“ท่านโหว ท่านอย่าได้ลืมว่าเป็นท่านเองที่พาข้ากลับมา ข้าไม่ได้ขอให้ท่านพาข้ามาที่นี่เลยด้วยซ้ำ วันนี้ท่านพบบุตรีที่แท้จริงของตนเองแล้ว ก็จะทอดทิ้งข้าอย่างนั้นหรือเจ้า าคะ” นางหยุดร้องไห้ เลยเงยหน้าขึ้นมองเผยชิงหานที่มีสีหน้าคร่ำเคร่งอย่างยิ่ง จู่ๆ หัวใจที่กำลังหวาดหวั่นของนางก็เยือกเย็นขึ้นได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา
พฤษภาคม 2569 แล้วจ้า หายไปเดือนกว่าแล้ว ไรด์อย่าลืมกลับมาอัพให้อ่านต่อนะคะ กำลังสนุกเลย...
แอดรบกวนลงให้อ่านจนจบได้ไหมคะ รออ่านอยู่น้า...
สนุกมากค่ะ แอดรบกวนอัปให้อ่านจนจบได้ไหมคะรออ่านอยู่น้าาาาา...
อัพเดทตอนใหม่เมื่อไรค่ะ...
คุณแอดมินผู้ใจดี ช่วยอัพเดทตอนใหม่เยอะๆเลยนะคะ ชอบมาก สนุก พลีสสสสส...
รอตอนต่อไปอยู่นะคะ...
เอาใจช่วยหูเฟิงทวงคทนอำนาจนะ...
ถ้าพ่อไม่ถูกเมียรังแกจนเกือบตายก็คงไม่ตื่นสินะ...
ดีใจกับเสี่ยวเฟิง...