ความรักสีคราม นิยาย บท 146

ตั้งแต่ที่เจนนี่เล่าให้เธอฟังเรื่องเหตุการณ์ลักพาตัวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน วิเวียนก็อยากที่จะถามฟินนิคถึงเรื่องนั้นมาโดยตลอด

แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัวและเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างสะเทือนใจ วิเวียนจึงไม่เคยถามฟินนิคออกไปเลยสักครั้ง

เธอไม่ได้คาดหวังให้เขาเล่าเรื่องในอดีตของเขาให้เธอฟังด้วยตัวเอง แต่แบบนี้มันหมายความว่าเขายอมเปิดใจให้เธอแล้วใช่ไหม

ฟินนิคจับมือของวิเวียนและสอดประสานนิ้วของเขาเข้ากับของเธอในขณะที่ยืนมองป้ายหลุมศพ เขากระพริบตาแล้วเอ่ยถาม “ผมคิดว่าคุณรู้ว่าเธอคือใครใช่ไหม”

วิเวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะพยักหน้าแล้วเอ่ยตอบไป “ค่ะ ฉันได้ยินเรื่องของเธอมาบ้างนิดหน่อย”

“งั้นคุณก็คงเคยได้ยินเรื่องเหตุการณ์ลักพาตัวที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนสินะ” ฟินนิคเอ่ยต่ออย่างเฉยเมย “โดยเฉพาะเรื่องที่ผมทิ้งเธอเอาไว้เพื่อช่วยชีวิตตัวเอง”

วิเวียนรู้สึกประหม่าและพูดอะไรไม่ออก

ในทางกลับกัน ฟินนิคกลับดูสงบและมีรอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่บนใบหน้าของเขาในขณะที่พูด “คุณไม่ต้องรู้สึกประหม่าไปหรอก คุณพูดกับผมตรง ๆ ได้เลย”

หลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดวิเวียนก็เอ่ยออกมา “มีคนเคยเล่าให้ฉันฟังมาก่อน แต่ฉันไม่เชื่อ”

แววตาของฟินนิคเข้มขึ้นในขณะที่เขาเอ่ยตอบกลับไป “ทำไมล่ะ”

“ฉันไม่คิดว่าคุณเป็นคนประเภทที่จะทิ้งใครซักคนไปแบบนั้น แล้วยิ่งตอนนั้นเธอเป็นแฟนของคุณด้วย” วิเวียนเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น เธอหันไปมองฟินนิคแล้วเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ “ฉันพูดถูกไหมคะ”

ฟินนิคไม่ได้ตอบคำถามของเธอในทันที เขามองไปที่ป้ายหลุมศพและเอ่ยพึมพำกับตัวเองแทน “ผมจะไม่ทิ้งใครเลยจริง ๆ น่ะเหรอ ขนาดตัวผมเองยังไม่แน่ใจเลย…”

วิเวียนรู้สึกตกใจ

ไม่แน่ใจเหรอ

เขาหมายความว่ายังไงกันที่ว่าไม่แน่ใจ

ฟินนิคเอ่ยเปลี่ยนหัวข้อ “อีฟเวลินกับผมรักกันมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลของผมกับตระกูลมอร์ริสันมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาหลายชั่วอายุคน”

วิเวียนประหลาดใจ

อีฟเวลินเป็นคนของตระกูลมอร์ริสันเหรอ

ตระกูลมอร์ริสัน ตระกูลแจ็คสัน และตระกูลนอร์ตัน เป็นสามตระกูลที่สำคัญของเมือง S และพวกเขามีชื่อเสียงกันมาอย่างยาวนาน

งั้นอีฟเวลินก็เป็นทายาทสินะ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ความรักสีคราม