“อิน! ทำแบบนั้นไม่ได้นะ จะเทน้ำตาลทั้ง ๆ ที่ไม่ตวงไม่ได้ แล้วเทขนาดนั้นอยากให้เป็นเค้กเชื่อมน้ำตาลหรือไง”
เสียงดุ ๆ จากเพื่อนสนิททำเอาคุณหมอสะดุ้งสุดตัว อินทัชยืนเก้ ๆ กัง ๆ อย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก มือยังถือหลักฐานอย่างถุงน้ำตาลไว้ด้วยซ้ำ
“คือ..”
“แล้วนั่นอะไรน่ะ เราบอกให้ใช้ไฟร้อยแปดสิบ อินใช้แค่นั้นเค้กจะสุกได้ยังไง โอ้ย!”
“มิตาอย่าเพิ่งหงุดหงิดสิ ผมก็พยายามอยู่นี่ไง” คุณหมอได้แต่พูดเสียงอ่อย
เขาพยายามมากจริง ๆ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งเละ ยิ่งทำก็ยิ่งใช้ไม่ได้ แต่อินทัชไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เสียหน่อย
เค้กที่ตั้งใจทำให้ภรรยา จนถึงตอนนี้แม้แต่ขั้นตอนตวงน้ำตาลอินทัชยังทำผิด ๆ ถูก ๆ
เวลาก็กระชั้นเข้ามาทุกที ยิ่งใกล้วันคุณหมอก็ยิ่งเครียด เครียดกว่าตอนเรียนไม่รู้กี่เท่า
“ถ้าอินยังทำไม่ได้อินก็จะไม่มีเค้กให้คุณลิษานะ อีกแค่สามวันเอง พยายามหน่อยสิ”
“ก็มันยาก”
“งั้นก็สั่งทำเอาล่ะกัน!” เชฟสาวที่หัวฟูกับการเข็นคุณหมอขึ้นภูเขาเริ่มทนไม่ไหว
“ไม่เอา ผมอยากทำเอง”
“อิน!”
มิตากุมขมับแน่น เธอสนิทกับอินทัชก็จริง แต่สาบานได้ว่าไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขามาก่อน มุมที่ดื้อแพ่งเอาแต่ใจ มุมที่ทำเรื่องง่าย ๆ ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดีแล้วที่เป็นแค่เพื่อนกัน มิตาไม่ได้ต้องการมีคนรักที่เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง แต่ในฐานะเชฟคนหนึ่ง ถ้ามีคนรักแล้วต้องปวดหัวเวลาเข้าครัวแบบนี้ เธอขออยู่เป็นโสดดีกว่า
“เฮ้อ”
“อย่าเพิ่งถอนหายใจสิ”
อินทัชหน้าหงอย ตอนนี้เขาไม่เหมือนคุณหมอคนเก่งที่ใครต่อใครชื่นชมเลย เขาไม่คิดว่าการทำเค้กก้อนเล็ก ๆ แค่ก้อนเดียวมันจะยากขนาดนี้ ยากกว่าตอนปีสองที่ต้องผ่าอาจารย์ใหญ่ครั้งแรกด้วยซ้ำ
ถ้าความเก่งเรื่องทางการแพทย์ส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้ ความแย่เรื่องการเข้าครัวก็คงไม่ต่างกัน อินทัชยังจำได้ดีว่าแม่เคยเผาครัวเพราะแค่จะอุ่นอาหารกิน ส่วนเขาขนาดมีเชฟมือทองคอยประกบข้างยังพังไม่เป็นท่า
คุณหมอกวาดตามองห้องครัวในบ้านหลังเล็กของเพื่อนด้วยความรู้สึกผิด เพราะตอนแรกมันสะอาดเอี่ยมทุกส่วนไม่มีแม้แต่ฝุ่นจับ แต่พอเขาเข้ามาเท่านั้นแหละ เละ
“อินก็ตั้งใจหน่อยสิ ถ้าพรุ่งนี้ยังทำไม่ได้เราแนะนำให้ซื้อ อย่าฆ่าคุณลิษาทางอ้อมด้วยเค้กประหลาด ๆ ของอินเลย”
มิตาตัดสินใจพูดตรง ๆ เวลานี้มานั่งเกรงใจกันก็ไม่เกิดประโยชน์ สู้พูดออกไปเลย ดีกว่าปล่อยให้อินทัชเอาเค้กที่ชวนท้องเสียนี่ไปเป็นของขวัญวันเกิดภรรยา
เธอไม่อยากเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทำให้อลิษาท้องเสียหรอกนะ เสียชื่อเชฟอย่างมิตาหมด
.
.
“อะไรคะ”
อลิษามองหน้าหล่อ ๆ ของสามีสลับกับเอกสาร อินทัชมานั่งรอเธอเลิกงานเพราะจะพาไปดินเนอร์ คุณหมอแวะมาที่บริษัทตั้งแต่บ่ายสาม เขานั่งรอโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ แม้ว่าอลิษาจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสาร ไม่ได้สนใจเขาเลยก็ตาม
ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นเธอเห็นคุณหมอยิ้มกว้างโดยที่ไม่ได้เล่นมือถือหรือคุยกับใคร เขานั่งอยู่เฉย ๆ แล้วยิ้มออกมาคนเดียว ก็เลยอดถามไม่ได้ กลัวว่าสามีจะทำงานหนักจนเพี้ยนไป
“ดีมากจ้ะ แล้วมะปราง..”
ปุ้ง!
“ว๊าย!”
อลิษาปล่อยมือจากสามีมาปิดหูตัวเอง ดวงตาคู่สวยแตกตื่นเพราะความตื่นตกใจ แต่เมื่อเห็นต้นเหตุของเสียงดังผู้บริหารสาวก็หัวเราะออกมา
“สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่ลิษา!”
“สุขสันต์วันเกิดครับพี่ลิษา”
น้อง ๆ ดึงพลุฉลองอันเล็ก ๆ ในมือ ก่อนจะเข้ามารุมล้อมอวยพรวันเกิดอลิษา มะปรางเป็นคนเข้ามาสวมหมวกวันเกิดให้ อลิษารับของขวัญที่น้อง ๆ ส่งมาให้ด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะได้ของถึงมีความสุข แต่เธอมีความสุขเพราะน้อง ๆ จำวันเกิดได้ต่างหาก
ทุก ๆ ปีอลิษาไม่เคยรอคอยวันเกิด เกือบลืมมันไปด้วยซ้ำว่าเป็นวันไหน แต่เพราะมีน้อง ๆ เลยพอจะจำได้บ้าง
เธอมักจะได้ของขวัญจากน้อง ๆ ได้รับคำอวยพรน่ารัก ๆ และปิดท้ายด้วยการไปกินเลี้ยงฉลองด้วยกัน วันเกิดของอลิษาเลยไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป
“ไม่มีเค้กเหรอ”
อลิษาถามยิ้ม ๆ น้องในออฟฟิศเอาของขวัญมาให้ครบทุกคนรวมถึงมะปราง แต่น่าแปลกที่ไม่มีเค้ก ทั้ง ๆ ที่ปกติจะขาดไม่ได้ เด็กพวกนี้อยากให้เธออ้วนขึ้นอีกนิด เลยใช้ช่วงวันเกิดขุนเธอให้อ้วนด้วยเค้กหวาน ๆ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นกันจ๊ะ”
“คือ..”
“มะปรางเป็นคนบอกไม่ให้เอาเค้กมาเซอร์ไพรส์เองค่ะพี่ลิษา เค้กมันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพแถมยังอ้วนด้วย” มะปรางแก้ตัวเร็วรัวจนลิ้นแทบพันกัน เธอลอบสังเกตสีหน้าของหมออินทัช คุณหมอสุดหล่อเกร็งจนหน้าแทบจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20