พลชนิยามสถานการณ์ในตอนนี้ได้แค่คำเดียวว่า.. เละ
ชายหนุ่มวางร่างเลขาที่เมามายลงบนเบาะหนัง ไอรินบ่นงึมงัมเล็กน้อย ขดตัวเป็นก้อนกลม ๆ แล้วหลับไป
แต่กว่าจะหลับก็เล่นเอาวุ่นวายกันทั้งบ้าน
“ดีน ไม่นอนค้างที่นี่จริงเหรอ” ฟิลิปโปถามย้ำอีกครั้ง ก่อนจะเสมองไปทางอื่นเมื่อลูกชายหันมาสบตา
คนที่รู้ตัวว่าทำผิดไม่กล้ามองตาลูกด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเขารินไวน์ให้ไอรินไม่หยุด เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้
“ไม่ครับแด๊ด” พลชตอบเรียบ ๆ เขาไม่ได้โกรธแด๊ด แต่ก็เคืองเล็กน้อยที่ไม่มีใครฟังเขาพูดซักคน
สุดท้ายเป็นยังไง ไอรินเมาจนหมดสภาพ แถมเวลาเมาไอรินยังนิสัยเปลี่ยนจากเวลาปกติเป็นคนละคน เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเธอเอาแต่เดินไปทั่ว ชี้ตรงนั้นทีตรงนี้ทีแล้วพร่ำพรรณนาว่าชอบแค่ไหน บางครั้งก็เดินไปกอดรูปปั้นไว้แน่นเหมือนเป็นหมอนข้าง จับออกจากตรงนี้ก็เดินไปตรงโน้นแทน พอเหนื่อยมาก ๆ เข้าก็หลับมันทั้งแบบนั้น
ถ้าไอรินรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้างตอนเมา เธอคงไม่กล้ากลับเหยียบมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง
“งั้นก็รีบกลับเถอะลูก จะสามทุ่มแล้ว เดี๋ยวจะดึกกว่านี้” พิมพ์ดาวช่วยพูดให้บรรยากาศมันดีขึ้น “วิลล์ ขับรถดี ๆ นะ”
“ครับ”
“ดีน ไว้มาหามัมอีกนะ ครั้งหน้าต้องค้างนะรู้ไหม”
“ไว้ผมจะหาเวลาครับ” พลชไม่ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะว่างอีก “ผมไปแล้วนะครับ มัม แด๊ด”
“เดินทางปลอดภัยจ้ะ”
พอพลชก้าวขึ้นรถไมค์ก็ปิดประตูทันที ผู้ช่วยหนุ่มหันไปลาเจ้านายอีกสองคนแล้วก้าวขึ้นไปนั่งข้างคนขับ
รถหรูราคาแพงแล่นออกจากคฤหาสน์หลังโตไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็หายลับไปจากสายตา สองสามีภรรยาจูงมือกันเข้าบ้าน พอเด็ก ๆ กลับไป บ้านก็กลับมาเงียบเหงาเหมือนเดิม
“ที่รัก ลูกโกรธผมหรือเปล่า” ฟิลิปโปถามภรรยาด้วยความเป็นกังวล เขาไม่เคยทะเลาะกับลูกชายมาก่อน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ลูกมีท่าทีไม่พอใจแบบนี้ สาเหตุก็แค่เพราะเขารินไวน์ให้เลขาลูกมากไปหน่อย
แค่ห้าแก้วเอง..
“ไม่รู้สิคะ”
“เฮ้อออ ก็ใครจะไปคิดว่าดีนจะเป็นห่วงเลขาขนาดนั้น ไอรินก็โตแล้วนี่หน่า.. แต่จะว่าไป ลูกของเราเคยเป็นห่วงใครขนาดนี้ไหมนะ ผมนึกไม่ออกเลย”
“นึกไม่ออกเพราะไม่เคยมียังไงล่ะคะ” พิมพ์ดาวหันกลับมาพูดกับสามีอย่างจริงจัง “คุณคะ พิมพ์คิดว่าดีนชอบไอรินค่ะ”
พิมพ์ดาวบอกสิ่งที่สงสัยกับสามีด้วยความมั่นใจ เธอมองออก ทั้งสายตาที่ลูกใช้มองไอริน ท่าทีที่เป็นห่วงเป็นใย ไหนจะท่าทางหวงแหนนั่นอีก
เด็กคนนี้เคยเป็นแบบนี้กับใครที่ไหน เธอมั่นใจว่าลูกชายตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้เรียบร้อยแล้ว แค่ยังไม่รู้ตัวก็เท่านั้น
และเพราะแบบนี้พิมพ์ดาวถึงได้บอกสามี เธออยากปรึกษาว่าจะทำยังไงให้ลูกชายรู้ใจตัวเอง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
“ผมก็ชอบเธอนะ ไอรินทั้งเก่งทั้งฉลาดขนาดนั้น มีเลขาแบบนี้งานคงง่ายขึ้นเยอะเลย”
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเลือกคนปรึกษาผิด พิมพ์ดาวส่ายหน้าอย่างหมดหวัง เธอพอจะรู้แล้วว่าลูกชายได้นิสัยซื่อบื้อมาจากใคร
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ
“พิมพ์ไม่คุยกับคุณแล้วค่ะ!”
“ปวดหัวจัง ฮือ”
พลชเห็นว่าไอรินน่าจะดื่มน้ำเองไม่ได้จึงช่วยป้อน แต่มันค่อนข้างทุลักทุเลเพราะเขาเองก็ไม่เคยดูแลคนเมามาก่อน กว่าจะช่วยให้ไอรินดื่มน้ำได้หมดขวดก็เล่นเอาเสื้อผ้าของทั้งคู่เปียกชุ่มไปหมด
“หนาว”
ไอรินที่เปียกกว่าตัวสั่นสะท้าน แอร์ในรถค่อนข้างเย็น แต่แทนที่พลชจะปรับแอร์ให้ เขากลับดึงเธอเข้ามากอดแทน
“อุ่นขึ้นไหม”
“อื้อ อุ่นค่ะ” ไอรินตอบเบา ๆ ซุกใบหน้ากับอกกว้างเพื่อหามุมที่สบายที่สุดก่อนจะหลับไปอีกครั้ง
พลชโอบกอดเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นให้เลขาแบบนั้นจนกระทั่งรถคันหรูเลี้ยวเข้าเพนท์เฮ้าส์ แล้วจอดสนิทในที่จอดรถประจำ เกือบสองชั่วโมงที่ต้องติดอยู่บนท้องถนนทำให้ไอรินเริ่มมีสติขึ้นมาบ้าง ดวงตาคู่งามลืมขึ้นทันทีที่รถหยุดวิ่ง เธอขยับกายออกจากอกอุ่น ๆ อย่างอ้อยอิ่ง นึกเสียดายความอุ่นที่อุ่นยิ่งกว่าผ้าห่มทุกผืนบนโลกไม่น้อย
“เดินไหวหรือเปล่า”
“ไหว อึก ไหวค่ะ”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนเก่งจะเก่งได้แค่ไหน
ไอรินลงจากรถ ร่างบอบบางเซเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็กลับมายืนปกติได้แม้จะไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ เธอเป็นฝ่ายเดินนำหน้าเข้าไปในตัวตึก โดยที่มีพลชเดินตามหลังเงียบ ๆ
วิลล์กับไมค์แยกย้ายกันไปพัก วิลล์ตั้งใจจะไปดื่มไวน์สามสิบปีที่ฟิลิปโปแบ่งไว้ให้ ส่วนไมค์เองก็อยากนอนเต็มแก่
เหลือไอรินกับพลชแค่สองคน ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่เลขาตลอดเวลา เธอเดินช้า ๆ เซบ้างในบางครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมาถึงห้องอย่างปลอดภัย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20