“ไม่รับเหรอครับ”
“หืม?”
“นั่นน่ะ” นุกุลพยักเพยิดไปที่มือถือเครื่องบางที่สั่นไม่หยุด “ไม่รับเหรอครับ เจ้านายโทรมานะ”
“ไม่ค่ะ นี่มันนอกเวลางานนะคะ รินไม่รับสายบอสนอกเวลางานค่ะ” ไอรินตอบยิ้ม ๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย
อย่างเธอน่ะเหรอจะไม่รับสายพลช งานของเธอมีคำว่านอกเวลางานที่ไหนกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาไอรินต้องพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาเรียกเมื่อไหร่ก็ต้องไปหา ถ้าโทรมา ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ต้องรับสาย
สามเดือนที่ผ่านมามันเป็นแบบนี้ตลอด แต่วันนี้ไอรินกลับไม่อยากรับสายอีกฝ่าย และปล่อยให้มือถือสั่นอยู่แบบนั้น
สุดท้ายก็เงียบไปเอง
ไอรินเลิกสนใจมือถือ เธอหันไปพูดคุยกับทีมงานของนุกุลอย่างสนิทสนม ถึงไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ แต่ทุกคนล้วนคุยเก่ง ไม่มีจังหวะให้ต้องรู้สึกอึดอัดเลย ไอรินถึงได้รู้สึกสบายใจ
ร้านอาหารกึ่งบาร์ ด้านนอกที่ไอรินและคนอื่น ๆ นั่งอยู่เป็นส่วนของร้านอาหารปกติ แต่เมื่อก้าวเข้าไปด้านในบรรยากาศจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง บาร์ที่นี่เปิดเพลงฟังสบาย และมีเครื่องดื่มมึนเมาหลากหลาย ที่นุกุลเลือกที่นี่เพราะทีมงานลงความเห็นกันว่า หลังกินข้าวเสร็จแล้วจะไปดื่มกันต่อ มาร้านนี้ทีเดียวจะได้ไม่ต้องขับรถไปที่อื่นให้วุ่นวาย ส่วนไอรินตั้งใจว่าจะกลับหลังจากมื้อเย็นจบลง เพราะรู้ว่าตัวเองกับแอลกอฮอล์เป็นของต้องห้ามกัน
หลังจากมื้อฉลองจบลง ทีมงานทุกคนล้วนพุ่งตัวเข้าไปในบาร์เพื่อปลดปล่อยหลังจากทำงานหนักมานาน เหลือแค่ไอรินและนุกุลที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม อินทีเรียหนุ่มลอบสังเกตท่าทางของไอริน ดูเหมือนว่าเพื่อนคนนี้กำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ท่าทางของเธอไม่ร่าเริง เอาแต่มองมือถือด้วยสายตาที่หม่นหมองแปลก ๆ
“ริน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
“เปล่าค่ะ” ไอรินตอบกลับแทบจะทันที เธอฝืนยิ้มให้เพื่อน แต่เมื่อถูกจ้องกลับมารอยยิ้มที่มีก็ค่อย ๆ จางหายไป
“ริน ถ้าไม่รังเกียจ ระบายให้ผมฟังได้นะ”
นุกุลไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านเลย แต่ไหนแต่ไรเขามักจะหนีความวุ่นวายทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ไอรินคือเพื่อน เขาจะปล่อยให้เพื่อนเศร้าแบบนี้ได้ยังไง
“นุไม่อยากฟังเรื่องของรินหรอก”
ไอรินปฏิเสธอ้อม ๆ จะให้เธอเล่าอะไร ให้บอกกับนุกุลว่าตัวเองเป็นคู่นอนของเจ้านายตัวเอง แล้วดันเผลอชอบเขาขึ้นมา ในตอนที่เขากำลังจะเริ่มต้นดูใจกับคนที่คู่ควรอย่างนั้นเหรอ
นุกุลไม่ควรต้องมารับรู้เรื่องราวน่าอายแบบนี้
“เอาเป็นว่าถ้ารินทนไม่ไหวแล้วอยากระบายกับใครซักคน รินเลือกผมได้นะ ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ”
“ขอบคุณนะคะ” ไอรินยิ้มจนตาปิด นุกุลเป็นเพื่อนที่ดีมากจริง ๆ เขาไม่เซ้าซี้ ไม่ล้ำเส้น และให้เกียรติเธอเสมอ
เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
“แล้วนี่รินจะกลับเลยไหมครับ”
“กลับเลยค่ะ สองทุ่มกว่าแล้ว รินไม่อยากกลับดึก”
“กลับยังไงครับ มีใครมารับหรือเปล่า”
ไอรินส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ไม่มีค่ะ แต่เดี๋ยวรินเรียกรถ..”
“ใช่คุณไอรินจริง ๆ ด้วย!”
ไอรินหันไปตามเสียงนั้น ก่อนจะพบกับเจ้าของเส้นผมสีสว่างไสว และรอยยิ้มกว้างที่แสนเจิดจ้า ใช้เวลานึกไม่ถึงเสี้ยววินาทีไอรินก็จำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือใคร
“คุณมาร์ติน?”
“ถ้ารินไม่โอเคจริง ๆ เดี๋ยวผมไปส่ง..”
“ไม่เป็นไรนุ ถ้านุไปแล้วคนอื่น ๆ จะอยู่ยังไง” ไอรินปฏิเสธด้วยความเกรงใจ ก่อนจะหันไปพูดกับมาร์ติน “เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะคุณมาร์ติน เดี๋ยวรินขอเรียกรถก่อน”
“ครับ” มาร์ตินยิ้มกว้าง หันไปพูดคุยกับนุกุลระหว่างรอให้รถที่ไอรินเรียกมาถึง
ไม่เกินห้านาทีรถที่เรียกก็มาถึง ไอรินเอ่ยลานุกุล และรับปากว่าถึงที่พักแล้วจะส่งข้อความมาบอก อีกฝ่ายจะได้สบายใจ
“ถ้ามีอะไรโทรหาผมได้ตลอดเลยนะริน”
“รู้แล้ว ขอบคุณนุมากนะ ไว้เจอกันค่ะ”
“ไว้เจอกันครับ”
.
.
“คุณมาร์ตินมาทานมื้อเย็นเหรอคะ”
ไอรินถามเมื่อขึ้นมานั่งบนรถด้วยกันแล้ว มัวแต่คุยเรื่องกลับบ้านจนลืมถามไปเลยว่าเขาไปที่ร้านนั้นได้ยังไง
“เพื่อนผมเป็นเจ้าของร้านครับ”
“แบบนี้นี่เอง” ไอรินพยักหน้าหงึกหงัก “งั้นแปลว่าพอส่งฉันเสร็จ คุณก็ต้องนั่งรถกลับไปที่ร้านอีกเหรอคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20