มีหลายคนเคยพูดเอาไว้ว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ ไอรินไม่เคยเชื่อคำพูดเหล่านั้น สำหรับเธอไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เวลาก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ตามหน้าที่ของมัน
ไอรินไม่เคยสนใจว่าเวลาจะผ่านไปเร็วหรือช้า เธอมาจากครอบครัวชนชั้นล่างของสังคม มีแม่เป็นครูบนดอยสูง ที่ต้องสอนคนเดียวเกือบทุกวิชา แต่รายได้กลับสวนทางเพียงเพราะเป็นครูที่อยู่บนดอย ความรักในวิชาชีพ และสงสารเด็ก ๆ ที่ด้อยโอกาส ทำให้ครูไอยราไม่กล้าทิ้งเด็กเหล่านั้นแล้วลงมาทำงานในเมือง ช่วงวัยประถมไอรินจึงเติบโตอยู่ที่นั่น มีครูคนเดียวคือแม่
วัยมัธยม ไอรินได้เข้าไปเรียนในตัวเมือง แต่ก็เป็นแค่โรงเรียนวัดเล็ก ๆ โชคดีที่เธอเรียนเก่ง หัวไว ช่วงมัธยมปลายจึงสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดได้ เธอตั้งใจเรียนอย่างหนักจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ได้ พร้อมกับทุนเปล่าช่วยค่าเทอมจนกว่าจะเรียนจบ
ทุนช่วยแค่ค่าเทอม แปลว่าที่เหลือเธอต้องจ่ายเองทั้งหมด ทั้งค่ากิน ค่าที่พัก และค่าอุปกรณ์การเรียน เพราะไม่อยากรบกวนเงินเดือนอันน้อยนิดของแม่ ไอรินจึงทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย อาศัยรูปร่างหน้าตารับงานออกบูธต่าง ๆ บางครั้งถ้าโชคดีก็ได้รับงานพริตตี้ที่ได้เงินสูงกว่า แต่การเป็นพริตตี้มันไม่ง่าย และการแข่งขันก็สูงลิบ ไอรินจึงไม่ค่อยได้รับโอกาสบ่อยนัก
ในที่สุดเธอก็สามารถส่งตัวเองเรียนจนจบได้ หลังเรียนจบไอรินก็เข้าสมัครงานในตำแหน่งเลขา ทุ่มเททุกอย่างทั้งแรงกายและแรงใจกับงานแรกเพราะความไฟแรงและอ่อนเดียงสา แต่ทำงานได้เพียงแค่สองปีก็ต้องลาออกเพราะถูกเจ้านายลวนลาม และบริษัทเลือกที่จะเขี่ยเธอทิ้งแทนคนทำผิดจริง ๆ
ชีวิตของไอรินโลดโผนมาตลอด พอได้งานใหม่ เธอได้รับข้อเสนอที่ตัวเองเพิ่งหนีมา แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือทุกอย่างอยู่ภายใต้สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร เธอจะไม่มีทางถูกเอาเปรียบ หรือถูกลวนลามฟรี ๆ เหมือนที่เจ้านายคนเก่าทำ รวมถึงได้รับค่าตอบแทนที่คุ้มค่า
ขายร่างกายกิน ไอรินไม่ได้รู้สึกแย่กับคำพวกนั้น ร่างกายเธอ เธอมีสิทธิ์ที่จะมอบให้ใคร หรือทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน หรือเข้าไปเป็นมือที่สามของใคร
ไอรินตอบรับสัญญานั้น และใช้ชีวิตที่เป็นทั้งเลขาหน้าห้อง และเลขาบนเตียงมาเป็นเวลาเกือบครึ่งปีเต็ม
ทุกอย่างมันควรเป็นไปตามสัญญา มันไม่ควรมีความรู้สึกใด ๆ เกิดขึ้นทั้งนั้น แต่ไอรินไม่ใช่หินไม่ใช่ปูน และพลชก็ไม่ใช่เจ้านายที่แย่ กลับกัน เขาไม่เคยดูถูกดูแคลนเธอ ทั้งยังปฎิบัติต่อเธออย่างดี.. ดีเกินไปด้วยซ้ำ
รู้ตัวอีกทีก็รักเขาไปแล้ว มันเป็นรักข้างเดียวที่ทั้งสุขสม และขื่นขมในเวลาเดียวกัน
.
.
อีกสามวันจะถึงวันเกิดคุณแพทริเซีย
ไอรินมองเจ้านายหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอย่างขะมักเขม้น ตั้งแต่วันนั้นพลชก็ไม่ได้พูดถึงแพทริเซียอีก ไม่แม้แต่นัดออกไปเจอกัน เขายังใช้ชีวิตปกติ ทำงาน กลับเพนท์เฮ้าส์ มีเซ็กซ์กับเธอ ทุกอย่างปกติจนไอรินลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองเหลือเวลาอีกไม่นาน
อีกแค่สามวันเท่านั้น
“มีอะไรไอริน” พลชเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร “คุณมองผมจนจะพรุนแล้วนะ อยากได้อะไร หืม?”
“เปล่าค่ะ รินแค่กำลังคิดว่าเย็นนี้จะทำอะไรให้บอสทานดี”
“คุณทำอะไรมาผมก็ทานจนหมดเกลี้ยงทุกที คุณก็รู้”
“แต่วันนี้รินอยากทำเมนูพิเศษ”
คนเป็นเจ้านายนิ่งคิดสักพักก็พยักหน้าอนุญาตเบา ๆ เขาลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาเลขาคนสวย ช้อนใบหน้างดงามไม่มีที่ติขึ้นมอง แววตาของไอรินสั่นระริกคล้ายมีบางอย่างอยู่ในใจ ถึงจะสงสัยแต่พลชไม่คิดจะคาดคั้น
ริมฝีปากทั้งคู่สัมผัสกันแผ่วเบา ไม่มีการลุกล้ำเข้าไปภายใน พลชทำเพียงขบเม้มกลีบปากอิ่มเบา ๆ ก่อนจะยอมปล่อยให้ไอรินเป็นอิสระ
“เจอกันที่เพนท์เฮ้าส์นะ”
“ค่ะบอส”
“ผมจะรอทานอาหารมื้อพิเศษจากคุณ”
“รินจะทำสุดฝีมือค่ะ”
.
.
หกโมงเย็น พลชกลับมาถึงเพนท์เฮ้าส์เร็วกว่าทุกวัน ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ที่ภายในเพนท์เฮ้าส์มืดเหมือนไม่มีใครอยู่ แต่เมื่อเดินเข้าไปภายใน ใบหน้าที่เรียบสนิทก็ค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20