สามเดือนต่อมา
.
“พี่รินจ๋าาาาา”
เสียงเรียกสดใส มาพร้อมกับเสียงหอบหายใจแฮ่ก ๆ เมื่อร่างเล็กกระจิดริดวิ่งเข้ามาใกล้ ไอรินละสายตาจากหนังสือไปมองด้วยแววตาขบขัน
“คำแก้ว จะวิ่งมาเร็ว ๆ ทำไม พี่ไม่ได้หนีไปไหนซะหน่อย เดี๋ยวก็ล้มจนได้ ดูสิ.. หอบเป็นลูกหมาเลยเรา”
“ไม่ได้ ๆ คำแก้วต้องรีบเพราะครูให้มาตามพี่รินจ้ะ”
“แม่เหรอ” ไอรินเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน “แม่ให้มาตามพี่จริง ๆ เหรอคำแก้ว”
“จริงจ้ะ”
“แล้วตอนนี้แม่อยู่ที่ไหนล่ะ”
“ครูอยู่ที่โรงเรียนจ้ะพี่ริน” เด็กน้อยตอบเสียงใส “พี่รินรีบไปหาครูเถอะจ้ะ เดี๋ยวคำแก้วถูกดุว่าเถลไถล”
ไอรินหลุดหัวเราะ ยื่นมือไปบีบปากที่ยื่นออกมาน้อย ๆ ของคำแก้ว ครูไอยราดุมาก เด็ก ๆ มักจะพูดกันแบบนั้น
แต่ก็จริงอย่างที่เด็ก ๆ พูดกัน แม่ของเธอดุมากจริง ๆ จำได้ว่าสมัยเด็ก ๆ ไอรินไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่ ถูกแม่ทำโทษให้อดขนมเป็นประจำ
แต่ก็เป็นเพราะแม่และครูคนนี้นี่แหละ ที่คอยสั่งสอนและผลักดัน จนไอรินเติบโตขึ้นมาเป็นไอรินได้อย่างทุกวันนี้
“ก็ได้ ๆ คำแก้วพาพี่ไปสิ”
“ได้เล้ย คำแก้วจะนำทางพี่รินเอ๊ง!”
ไอรินหัวเราะด้วยความเอ็นดู คำแก้ว เด็กสาวตัวน้อยวัยแปดขวบเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน นิสัยซุกซนตามวัย พูดเก่ง เข้ากับคนง่าย และฉลาดเป็นกรด
ไอรินไม่ได้กลับบ้านมาเกือบสองปี เด็กน้อยตัวสูงขึ้นแค่นิดเดียว แต่พูดเก่งขึ้นมากจนบางทีไอรินก็แอบฟังไม่ทัน
ขาเรียวก้าวตามร่างน้อยไปตามทางอย่างระมัดระวัง เพราะแม้จะถูกถางให้เป็นทางเดินแล้ว แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบายเท่าในตัวเมือง ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และกอหญ้ารกชัฏ ทุก ๆ สามสิบก้าวจะพบกับเนินดิน สูงต่ำต่างกันไป
หญิงสาวกระชับเสื้อกันหนาวเข้าหาตัว ปลายเดือนกุมภาพันธ์ภาคเหนืออุณหภูมิไม่เกินสิบห้าองศา แต่ถ้าอยู่บนดอยสูงแบบนี้ต่อให้เป็นช่วงเวลากลางวันก็จะอยู่ที่ประมาณสิบองศาเท่านั้น ส่วนกลางคืนบางครั้งลดต่ำกว่าห้าองศาก็ยังมี เมื่อเช้าไอรินตื่นมาเจอแม่คะนิ้งที่เกาะอยู่บนต้นหญ้า มันเป็นความสวยงามที่เธอไม่ได้เห็นมาสักพักแล้ว
“โอ๊ะ! ครูอยู่ตรงนั้นจ้ะพี่ริน” คำแก้วชี้นิ้วสั้นป้อมให้พี่สาวดู ไอรินมองตามจนได้เห็นร่างที่คุ้นเคยกำลังนั่งคุยกับใครบางคนอยู่
เธอไม่แน่ใจว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร เพราะอีกฝ่ายสวมฮู้ดและนั่งหันหลังให้ แต่ที่มั่นใจคือคนที่แม่คุยด้วยเป็นผู้ชายแน่นอน เพราะขนาดตัวของเขาใหญ่โตจนบังคุณครูไอยราเกือบมิด
“มีคนมาเหรอคำแก้ว”
“ใช่แล้วจ้ะ! เป็นฝรั่งด้วย มาหาพี่รินแหนะ”
“ฝะ ฝรั่งเหรอ.. มาหาพี่?”
ไอรินอดหัวเราะไม่ได้
“แต่คุณก็ยังจะดั้นด้นมาจนได้นะคะ คุณมาร์ติน”
มาร์ตินหัวเราะเสียงดังเหมือนชอบอกชอบใจนักหนา เขาดึงฮู้ดลง เผยให้เห็นเส้นผมสีทองสวยสะดุดตา นัยน์ตาสีฟ้าสว่างฉายแววยินดีที่ได้เจอกับไอรินเสียที
“ผมอยากมาหาคุณ ลำบากกว่านี้ก็จะมาครับ”
ไอรินหลบสายตาที่แฝงความนัยบางอย่าง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แม่และคำแก้วเดินกลับมาพอดี ทั้งคู่วางจานที่มีชมพูสีสดหั่นเป็นชิ้นลงตรงหน้า
“ชมพู่ที่เด็ก ๆ ปลูกเองค่ะ อาจจะไม่ได้หวานฉ่ำหรือสวยมากเพราะเราไม่ได้ใส่สารเคมี แต่รับรองว่าดีต่อร่างกายแน่นอน” คุณครูไอยราพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วสมกับที่เป็นครูมายี่สิบกว่าปี เด็กหญิงคำแก้วที่พอจะฟังออกนิด ๆ พยักหน้ารับด้วยสีหน้าแสนจะภูมิใจ
“หนูปลูกเองจ้ะ!”
“ขี้โม้” หัวทุยถูกขยี้เบา ๆ ไอยรามันเขี้ยวกับท่าทางยืดอกภูมิใจของเด็กน้อยเหลือเกิน “ไม่ใช่แค่เราที่ปลูกเสียหน่อย”
“ครูง่า” เด็กน้อยพอถูกรู้ทันก็หน้างอง้ำ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ทั้งสามคนด้วยความเอ็นดู
ทั้งสี่คนนั่งพูดคุยกันสักพัก คุณครูไอยราก็ขอตัวอีกครั้งเพราะต้องไปตรวจการบ้าน ถึงวันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่หน้าที่ของครูไม่มีวันหยุด ส่วนคำแก้วก็เดินตามหลังครูต้อย ๆ เด็กน้อยบอกว่าจะไปช่วยครูหยิบของ แต่ไอรินคิดว่าคงไปช่วยยุ่งมากกว่า
เมื่ออยู่กันสองคนมาร์ตินก็ได้โอกาส เอ่ยร้องขอให้ไอรินพาทัวร์รอบ ๆ หมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและต้นไม้น้อยใหญ่
“ไม่เหนื่อยเหรอคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20