ครั้งสุดท้ายที่เจอกันลูกชายยังดูมีความสุขดี พิมพ์ดาวรู้จากแม่บ้านอย่างปานมาบ้างว่าไอรินลาออกไปแล้ว แต่เธอเคารพการตัดสินใจของเด็ก ๆ จึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพิ่งรู้จากปากของวิลล์ก่อนหน้าไม่นานนี้เอง ว่าตั้งแต่ไอรินลาออกไป พลชก็กลายเป็นซอมบี้บ้างานจนล้มอย่างที่เห็น
สามเดือนที่ผ่านมาพลชได้นอนอาทิตย์ละไม่ถึงสิบชั่วโมง บินไปคุยงานด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่บางงานให้คนอื่นไปแทนก็ได้ ทำงานไม่สนเดือนไม่สนตะวัน จนสุขภาพที่เคยแข็งแรงเริ่มทรุดโทรมลง
และในที่สุดร่างกายก็ทนไม่ไหว ชัทดาวน์ตัวเองก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
“ดีน ทำไมเป็นแบบนี้ลูก ฮึก”
มือสั่น ๆ ยกมือใหญ่ของลูกชายขึ้นมาแนบแก้มที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา พิมพ์ดาวอดโทษตัวเองไม่ได้ที่เป็นแม่ไม่ได้เรื่อง ไม่รู้เลยว่าลูกกำลังแย่..
ไหล่บางถูกบีบเบา ๆ หญิงวัยกลางคนหันกลับไปมอง ก่อนจะโผเข้ากอดคู่ชีวิตอย่างคนที่ต้องการแหล่งพึ่งพิง
“คุณคะ ลูก ฮึก ลูก”
“ไม่เป็นไรนะที่รัก” ฟิลิปโปเองก็เสียใจไม่น้อย แต่เขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมา แค่นี้ทุกอย่างมันก็เลวร้ายพอแล้ว “เดี๋ยวลูกก็หายแล้ว”
.
.
สองวันต่อมาพลชได้สติ ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตกใจเมื่อไมค์บอกว่าตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาล เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าไม่วันใดก็วันหนึ่ง ร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักคงทนไม่ไหว
แต่ถ้าให้อยู่เฉย ๆ เขาก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะเมื่อไหร่ที่ว่าง พลชก็เอาแต่คิดถึงใครบางคนที่เคยเข้ามาในชีวิต
เขาจำเป็นต้องทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ ทำงานให้หนัก ๆ สมองจะได้เลิกคิดเพ้อเจ้อ ก็แค่เลขาลาออก เขาทำงานมาเป็นสิบปีโดยที่ไม่มีเลขาก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร วันนี้แค่ต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่มีเลขาข้างกายเหมือนช่วงเวลาหกเดือนนั้น..
แค่นี้เอง
พลชถอนหายใจ งานทุกอย่างถูกแด๊ดแย่งไปทำหมดแล้ว พอไม่มีอะไรทำใบหน้าของอดีตเลขาก็ลอยเข้ามาซ้ำ ๆ
ไม่รู้ว่าป่านนี้ทำอะไรอยู่.. แต่พลชมั่นใจว่าไอรินคงกำลังมีความสุข เพราะเธอได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการแล้ว
ไม่รู้ว่าลืมกันไปแล้วหรือยัง
“ทำไมทำหน้าหงอยแบบนั้นวะ”
พลชสะดุ้งกับเสียงทักที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เมื่อเห็นว่าเป็นใครใบหน้าซูบตอบก็ฉายแววขุ่นเคือง
“ไม่มีมารยาท เข้ามาทำไมไม่เคาะห้องก่อน”
“สภาพแบบนี้ยังจะปากดีอีกนะมึง” คุณหมอวายุค่อนขอดเพื่อนสนิทที่สภาพดูไม่จืด “กูเคาะจนมือจะหักแล้ว มึงนั่นแหละมัวแต่เหม่อคิดถึงใครถึงไม่ได้ยิน”
พอเพื่อนสวนกลับแบบนั้นพลชก็ได้แต่อึกอัก เขาหลบสายตาวายุแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วเข้ามามีอะไร”
“ก็ได้ข่าวว่าเพื่อนป่วยหนัก เลยอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าใกล้ตายหรือยัง”
“ก็เห็นแล้วนี่ว่ายังไม่ตาย ออกไปได้แล้ว กูจะนอน”
“อะไรของมึงวะ”
วายุไม่ทำตาม ทั้งยังลากเก้าอี้เข้าไปใกล้เตียง นั่งลอยหน้าลอยตาใส่เพื่อนเหมือนคนว่างงาน
“กูไม่ไป สภาพแบบนี้มึงคงลุกขึ้นมาเตะกูไม่ได้”
พลชมองตาขวาง เขาไม่มีแรงลุกไปเตะเพื่อนจริง ๆ นั่นแหละ ทำได้แค่ทดไว้ในใจ ค่อยเอาคืนตอนหายดี


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20