ตอนที่ยังเป็นเลขา ไอรินจะตื่นเจ็ดโมงเช้าทุกวัน งานที่บริษัทเข้าเก้าโมงเช้า เลิกหกโมงเย็น ตอนกลางคืน ถ้าวันไหนที่บอสเอาแต่ใจมากเป็นพิเศษ กว่าไอรินจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว
แต่พอกลับมาอยู่บ้าน ไอรินก็ไม่สามารถตื่นหรือนอนเวลาเดิมได้อีก ทั้งแสงแดด ทั้งเสียงไก่ขัน และเสียงแม่ที่ลุกขึ้นมาเตรียมตัวไปสอน ปลุกให้ไอรินตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวัน แรก ๆ เธอยังไม่ชินและค่อนข้างเพลีย แต่พอใช้ชีวิตมาได้สักพัก ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง เธอเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม และตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาช่วยแม่เตรียมอาหาร
“แม่ไปโรงเรียนเถอะ เดี๋ยวแปลงผักกับไก่รินจัดการเอง” ไอรินรับหน้าที่ดูแลแปลงผัก รวมถึงให้อาหารไก่ที่เลี้ยงไว้ พอเห็นแม่พะวงหน้าพะวงหลังก็รีบเร่งให้ครูไอยราไปทำงาน
แม่กลัวว่าเธอจะจัดการไม่ได้ เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก ไม่รู้ว่าหลังบ้านจะเละขนาดไหน
“ระวังลื่นนะริน”
“จ้า แม่ก็ด้วยนะ”
“อือ อยู่บ้านดี ๆ”
ไอรินมีเงินเก็บจำนวนมากจากการทำงานกับพลชเป็นเวลาครึ่งปี คอนโดก็ไม่ต้องผ่อนอีกแล้ว ไม่มีภาระและหนี้สินที่ต้องกังวล เธอเอาเงินก้อนหนึ่งไปลงทุนเพื่อกินเงินปันผล และรับงานแปลมาทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านจนเกินไป
ที่จริง ตั้งแต่ไอรินเรียนจบและมีงานทำ ครอบครัวของเธอก็ไม่เคยต้องลำบากอีกเลย ในแต่ละวันแม่ที่อยู่บนดอยแทบไม่ได้ใช้เงินสักบาท คุณครูไอยรามีแต่คนรักใคร่ นอกจากไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้ และพืชผักที่ปลูกเองแล้ว บางวันชาวบ้านก็หอบหิ้วเอาเนื้อสัตว์ หรือปลาตัวโต ๆ มาให้ไม่เคยขาด
ไอรินเพิ่งรู้ว่าเงินที่ส่งมาให้แม่ทุกเดือน แม่เอามันไปเก็บไว้ในธนาคาร เพื่อเป็นเงินสำรองให้ลูกสาวคนเดียวใช้ในอนาคต ซึ่งก็คือเธอเอง
ขาเรียวก้าวไปตามทางที่ชื้นแฉะ ต้นเดือนมีนาคมอากาศเริ่มอุ่นขึ้น แต่เพราะฝนที่ตกลงมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้อากาศเย็นลงอีกครั้ง ไอรินต้องสวมทั้งเสื้อตัวหนาและผ้าพันคอก่อนออกจากบ้าน บนดอยสูงหลังจากค่ำคืนที่ฝนตกหนักเต็มไปด้วยหมอกขาวทึบ
“แม่น้อย แม่นิด แม่หน่อย หนาวไหม”
ไอรินชะโงกหน้าเข้าไปคุยกับไก่ไข่เพศเมียทั้งสามตัว ไก่ตัวอวบหันมาสบตาก่อนจะเมินไปอีกทาง
“อ้าว ถามแค่นี้ทำไมต้องเชิดหน้าใส่ด้วย”
ไอรินแทรกตัวเข้าไปในเล้าไก่ขนาดไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่มาก เพียงพอสำหรับไก่ประมาณสิบกว่าตัวอยู่ด้วยกันได้ ความสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดานประมาณเมตรกว่า ทำให้ไอรินต้องก้มตัวตลอดเวลาเพื่อไม่ให้หัวชนเข้ากับหลังคา
“ขอรินเก็บไข่หน่อยน้า ไหนดูหน่อย วันนี้มีไข่ให้รินหม่ำกี่ฟอง”
ไก่ทั้งสามตัวรู้หน้าที่ ลุกจากจุดที่กกไข่เดินไปกินข้าวเปลือกเงียบ ๆ ปล่อยให้มนุษย์ตัวโตเก็บไข่ฟองโตไปทำอาหารต่อ
ไข่พวกนี้ไม่มีเชื้อ ปล่อยไว้ก็ไม่มีทางฟักออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ เพราะแม่ไก่ทั้งสามไม่ได้ถูกตัวผู้ผสมพันธุ์ แต่เธอได้ยินแม่เปรย ๆ มาสักพักแล้วว่าอยากเอาสามสาวไปผสมกับตัวผู้บ้านอื่น เพราะตั้งแต่ไอรินมาอยู่ด้วย ไข่ไก่ที่ได้จากแม่ไก่แค่สามตัวมันเริ่มไม่เพียงพอ
ไอรินเก็บไข่ทั้งสี่ฟองลงตะกร้า วันนี้แม่นิดกับแม่หน่อยให้ไข่ตัวละหนึ่งฟอง ส่วนแม่น้อยให้สองฟอง พอเก็บเสร็จไอรินก็มุดออกมาจากเล้าไก่ เดินไปดูแปลงผักต่อ
โชคดีที่ฝนเมื่อคืนไม่ได้ทำให้แปลงผักพัง ไอรินเก็บผักกาดขาวหัวใหญ่ใส่ตะกร้า ตั้งใจว่าจะทำผัดผักกาดใส่ไข่เป็นมื้อเที่ยง
ร่างบางยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กวาดตามองรอบ ๆ ที่ยังปกคลุมไปด้วยหมอกหนา เธอยืดแขนออกกว้าง หลับตาพริ้มพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด เมื่อได้รับออกซิเจนจนพอใจจึงหมุนตัวกลับ
ในตอนนั้นเองที่ไอรินรู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว
ตุบ!
“ไอริน..”
เสียงเรียกแหบพร่าลง ความข่มปร่าตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ท่าทางเฉยเมยของไอรินทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายปวดหนึบ พอหายตกใจเธอก็ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน
ทำเหมือนว่าเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“คุณ.. มาเที่ยวเหรอคะ”
“ผมมาหา..”
“ถ้ามาเที่ยว จองที่พักหรือยังคะ”
“ยังไม่ได้จอง ไอริน ผมมาหา-”
“งั้นคุณคงมาผิดที่แล้วค่ะ ที่นี่เราไม่ทำโฮมสเตย์รับนักท่องเที่ยวหรอกนะคะ ถ้าไม่ได้จองมาก่อนคุณต้องไปติดต่อกับผู้ใหญ่บ้าน เดินไปอีกสองร้อยเมตรแล้วเลี้ยวขวาก็จะถึง ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ไอริน ฟังผมก่อน!”
ไวกว่าความคิด สองแขนเอื้อมไปกอดรัดร่างบอบบางที่กำลังจะเดินจากไปตามที่หัวใจมันโหยหา ทันทีที่ได้เห็นหน้า พลชก็มั่นใจเต็มร้อยว่าเขารักไอริน
ทั้งรักและคิดถึง อยากกอด อยากหอม อยากบอกให้เธอรู้ว่าสามเดือนที่ผ่านมา คนโง่คนนี้ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยแม้แต่คืนเดียว เขาคิดถึงไอริน คิดถึงมากจนกลับไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์ของตัวเองไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็เห็นเป็นภาพของเธอ ที่ซ้อนทับขึ้นมาทั่วทุกตารางนิ้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20