ทุกครั้งที่เมืองร้างมีการจัดงานประมูล ถือเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั้งเมือง
สิงห์ทิพย์อัคคีอร่ามและหลงหมิงต่างรอหลัวซิวอยู่ที่นอกเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น อย่างไรเสียสิงห์ทิพย์อัคคีอร่ามก็ถือเป็นสัตว์ประหลาดจากยุคโบราณ หากขี่มันเข้าไปในเมืองดูจะเป็นจุดสนใจเกินไป
หลัวซิวหยิบตราของปรมาจารย์กลั่นยาระดับ 4 ออกมา และนำมาติดไว้บนหน้าอก จากนั้นจึงเดินตรงไปยังประตูใหญ่ของงานประมูล
ด้านหน้าประตูใหญ่ มีผู้ฝึกตนระดับฝึกจิต เป็นชายวัยกลางคนสองคนกำลังยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นมีคนเดินเข้ามาก็รีบเข้าไปขวางเอาไว้ทันที
แต่เมื่อทั้งสองสังเกตเห็นตราของนักกลั่นยาที่ติดอยู่บนหน้าอก สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขาเผยรอยยิ้มออกมา พลางโค้งคำนับแล้วพูดว่า : “เชิญนายท่านด้านใน !”
ภาพนี้ ทำให้ฝูงชนที่มารวมตัวกันอยู่ใต้ค่ายกลฉายภาพอดไม่ได้ที่จะหันมองและเริ่มพูดคุยซุบซิบกัน
“เด็กหนุ่มเสื้อคลุมยาวดำเมื่อครู่เป็นใครกัน ?”
“ดูเหมือนจะติดตราของปรมาจารย์กลั่นยาระดับ 4......”
“ปรมาจารย์ที่อายุน้อยเช่นนี้ แต่ดูไม่คุ้นตานัก เหมือนจะไม่ใช่คนในเมืองร้างเรา”
หลัวซิวทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงพูดคุยเหล่านี้ เขาเดินตรงเข้าไปในงานประมูลที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราทันที
พื้นที่ภายในงานประมูลมีขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นห้องโถงใหญ่ที่สามารถรองรับผู้คนได้กว่าพันคน มีค่ายกลฉายภาพตั้งอยู่โดยรอบ และกำลังฉายภาพของสมบัตินานาชนิดที่จะปรากฏขึ้นในงานประมูล
ตอนที่หลัวซิวเดินเข้ามา ที่นั่งในห้องโถงใหญ่เต็มหมดแล้ว บางคนมาเพื่อประมูลสมบัติ แต่บางคนก็มาเพื่อร่วมสนุกเท่านั้น
หลัวซิวไม่ได้ใช้สำนึกของเขาในการตรวจสอบโดยทันที แต่กระแสสัมผัสพลังชีวิตทำให้เขามั่นใจได้ว่า คนกว่าพันคนที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ มีผลการฝึกตนที่ต่ำที่สุดอยู่ในแดนฝึกจิตขั้น 3 และในนั้นมีหลายสิบคนที่มีออร่าของชีวิตที่สมบูรณ์ จนถึงระดับของราชายุทธ์แล้ว
ส่วนภายในห้องส่วนตัวบางห้องบนชั้น 2 หลัวซิวสัมผัสได้ถึงออร่าชีวิตที่ผันผวน ราวกับสัตว์ร้ายตัวใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่ ซึ่งเป็นไปได้อย่างมากว่าอาจมีผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิยุทธ์อยู่ด้วย
การค้นพบนี้ ทำให้หลัวซิวมีท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้นเล็กน้อย ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ หากเปิดเผยตัวตนออกมาและทิ้งไพ่ใบสุดท้าย อาจจัดการกับราชายุทธ์ระดับธรรมดาได้ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิยุทธ์ คงจะต้องตายอย่างแน่นอน
ผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิยุทธ์ ต่อให้เป็นจักรพรรดิยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุด ก็สามารถโจมตีเขาให้ตายภายในเสี้ยววินาทีได้ และไม่ทันที่จะมีโอกาสกระตุ้นผู้พลังผู้อมตะออกมาใช้ได้เลย
หลัวซิวนั่งตรงมุมที่ไม่เป็นจุดสนใจ จากนั้นจึงหลับตาลงเพื่อตั้งสติ และรอให้การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
“แก๊ง !”
จากนั้นเสียงก้องกังวานของระฆังก็ดังขึ้น ฝูงชนที่ส่งเสียงดังอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของงานประมูลต่างก็เงียบเสียงลงทันที ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่แท่นประมูลสูงที่วางอยู่ตรงกลางห้องโถงใหญ่
มีลำแสงส่องสว่างลงมายังแท่นประมูล มีชายชราสวมใส่ชุดผ้าทอปรากฏตัวขึ้นบนแท่นประมูลพร้อมด้วยรอยยิ้ม สายตาของฝูงชนนับพันต่างจับจ้องไปที่เขา
“เหอะ ๆ อันดับแรก ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูลเมืองร้างในครั้งนี้ ข้าจะไม่ขอพูดให้มากความ การประมูลอย่างเป็นทางการเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้ !”
หลังจากเสียงของชายชราสิ้นสุดลง บนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าของเขา ก็ปรากฏแสงประกายแวววาว มีกระบี่เล่มยาวที่ดูราวกับแกะสลักจากคริสทัลค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา เปล่งประกายออร่าที่เย็นเยือก มีแสงสะท้อนแวววาวที่น่าสะพรึงกลัวฉาบอยู่บนใบมีด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: มหายุทธ์ สะท้านภพ
มึงๆ กูๆ เชี้ยไรเยอะแยะวะ นิยายจีนนะโว้ย อ่านเจอแล้วสดุดเสียรมตลอด...
แปลต่อทีค่า รออ่านอยู่นะคะ🥺🥺...
มีต่อไหมครับ...
รออยู่นะครับ...
เรื่องเก่าอัพเดตบ้าง ไม่ใช่ลงแต่เรื่องใหม่...
เมื่อไรจะลงซักที...
เค้ายังแปลอยู่ไหมครับ...
ไม่ลงให้อ่านซักที...
รออานยุ...
รอต่อไปครับ...