อภิชาตลูกเขย นิยาย บท 3

มีรถหรูมากมายจอดอยู่ด้านนอกภัตตาคารไฮหยวนซึ่งเป็นภัตตาคารที่หรูหราที่สุดในเมืองหยุนโจว

คนที่มีปัญญามารับประทานอาหารที่นี่ต้องเป็นพวกนักธรุกิจที่ร่ำรวยหรือไม่ก็เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งล้วนเป็นชนชั้นสูงในเมืองหยุนโจว ถ้าครอบครัวไหนมาจัดงานแต่งที่นี่ได้ก็เอาไปคุยโวกันได้ทั้งนั้น

วสินจึงจัดงานหมั้นที่ภัตตาคารนี้พร้อมจองห้องส่วนตัวทั้งสามห้องไว้ใช้สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

“ว้าว คู่หมั้นหนิงหนิงนี่น่าทึ่งมากจริงๆ”

“ไม่ใช่ว่าคนธรรมดา ๆ จะมาจัดงานที่ภัตตาคารไฮหยวนแบบนี้ได้นะ”

สมาชิกตระกูลทิพย์บดีต่างชื่นชมในความสามารถนี้ของเขา

หนิงหนิงเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจเพราะเธอพึงพอใจอย่างมาก แม่ของเธอก็ยิ้มแป้นเช่นเดียวกันแต่ก็พูดติดตลกเพื่อกลบเกลื่อนความสามารถของลูกเขยตัวเอง

ไม่นานแขกทั้งหลายก็เดินทางมาถึงทางเข้าของภัตตาคารไฮหยวน

ในระหว่างนี้เองชายหนุ่มรูปงามในชุดทักซิโดสีดำก็รีบเดินไปประตูรถให้หนิงหนิงพร้อมรอยยิ้ม “แม่ พ่อ หนิงหนิงมาถึงกันแล้ว ผมรอทุกคนอยู่นะครับ ทุกคนพอใจกับการจัดงานไหมครับ”

“พอใจ พอใจมากจ้ะ วสิน ลูกนี่ช่างคิดจังเลยนะจ๊ะ” ยิ่งวรรณามองลูกเขยของตัวเองมากเท่าไหร่ เธอก็หญิงชื่นชอบเข้ามากขึ้นเท่านั้น

ครอบครัวของวสินไม่ได้ออกประกาศเกี่ยวกับงานอย่างเป็นทางการเหมือนกับครอบครัวของภานุ แต่พวกเขาก็มีเงิน

ช่วงนี้แค่มีเงินก็สามารถทำอะไรหลายๆอย่างให้สำเร็จได้แล้ว ครอบครัวของวสินทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ใครๆก็รู้ว่าวงการอสังหาฯนั้นเป็นตัวสร้างเงิน แค่โครงการดีๆสักโครงการก็ทำเงินได้เป็นสิบล้านซึ่งเป็นเงินมากกว่าที่ตระกูลทิพย์บดีทั้งตระกูลทำได้ซะอีก

“หนุ่มคนนั้นดูเฉลียวฉลาดดีนะ”

“พวกเขาสมกันมากเลย วรรณาได้ลูกเขยดีจริงๆ!”

เหล่าญาติๆต่างพรั่งพรูคำชมออกมากันอีกครั้ง

จะมีก็แต่ครอบครัวของพิมมาเท่านั้นที่ไม่ได้เอ่ยชมด้วยเพราะพวกเขาแต่ละคนต่างกำลังจัดการอารมณ์ลบๆของตนเอง

“ลุงๆป้าๆครับ อย่ามัวมายืนแถวนี้กันเลยครับ เข้าไปด้านในกันเถอะครับ” วสินเริ่มพาเหล่าแขกเหรื่อเข้าไปด้านในตัวภัตตาคาร

แต่แล้วก็มีคนรีบเดินมาหาวสินพร้อมพูดว่า “นายน้อยวสิน แย่แล้วครับ มีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น พนักงานต้อนรับบอกผมว่าวันนี้ไม่มีห้องส่วนตัวว่างพอเลยครับ พวกเขาเลยบอกให้เราย้ายไปภัตตาคารอื่นหรือไม่ก็ให้มาวันอื่นแทนครับ”

“อะไรนะ พวกเขากล้าบอกให้ฉันเปลี่ยนวันจัดงานหมั้นเหรอ” พอวสินได้ยินแบบนั้นเขาก็โกรธจัด

เรื่องนี้จึงทำให้บรรดาแขกเริ่มสงสัย วรรณาจึงรีบถามออกไปว่า “วสิน มีเรื่องอะไรเหรอลูก”

วสินส่ายมือไปมาเพื่อปฏิเสธ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับแม่ ผมรับมือได้ ทุกคนตามผมเข้ามาเถอะครับ”

แต่พวกสมาชิกตระกูลทิพย์บดีก็โดนพนักงานต้อนรับมาขวางไว้พร้อมบอกกับพวกเขาว่าไม่มีห้องส่วนตัวไหนว่างเลยและขอให้เขาย้ายไปที่อื่นแทน

“แม่งเอ้ย!”

“ฉันต้องการห้องส่วนตัวตอนนี้และเดี๋ยวนี้!”

“ผู้จัดการนายไปไหน เรียกเขามาพบฉันเดี่ยวนี้ ฉันคือวสิน ชัชวาลและนี่ก็เป็นงานหมั้นของฉัน มาดูกันว่าเขาจะกล้าทำฉันขายหน้าไหม” วสินตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด พนักงานต้อนรับกลัวเขามากจนรีบเผ่นไปหาผู้จัดการ

ไม่กี่นาทีต่อมา

พนักงานต้อนรับกลับมาพร้อมกับนำแขกเข้าไปด้านใน

“ว้าว วสิน นายนี่เจ๋งจริงๆ”

“พวกเขาไม่มีทางเลือกจนต้องทำตามที่นายสั่งสินะ”

“วรรณา ลูกเขยเธอคนนี้นี่อนาคตไกลแน่ ๆ”

“หนิงหนิงจะได้เป็นคุณหญิงผู้ร่ำรวยและมีความสุขกับชีวิตแน่ ๆ เลย”

แขกเหรื่อต่างพรั่งพรูคำชมออกมาไม่ขาดสาย วรรณาและครอบครัวของเธอก็มีความสุขจนยิ้มไม่หุบ หนิงหนิงอารมณ์ดีมากจนกอดแขนคู่หมั้นของเธอ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มและพูดออกมาอย่างเขินอายว่า “ที่รัก คุณเยี่ยมมากเลยค่ะ” ผู้คนในงานต่างหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขกับการแสดงความรักนี้

วสินส่ายมือเพื่อปฏิเสธ “ทุกคน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับอย่าชมกันเยอะเลย พอดีผู้จัดการร้านเคยเป็นคนขับรถให้พ่อผมครับ เขาเลยต้องเคารพพ่อผม ฉะนั้นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆคือพ่อผม ไม่ใช่ผมหรอกครับ ผมก็แค่นักศึกษาจบใหม่คนนึง”

ข้ออ้างของเขาที่สร้างความขำขันล้วนเรียกคำชมจากบรรดาแขก

และการชมอีกรอบก็เริ่มขึ้น

“ถ่อมตัวและก็ไม่ทะนงตัว เขานี่เยี่ยมในทุกๆด้านจริงๆ”

“หนิงหนิง หนูนี่ได้สามีดีจังเลยนะ”

“ตระกูลทิพย์บดีนี่โชคดีจริงที่ได้ลูกเขยแบบเขา”

ประโยคนั้นพูดโดยหัวหน้าตระกูลทิพย์บดีซึ่งนั่งอยู่ในเก้าอี้ประธาน คำชมของเขาทำให้วสินภาคภูมิใจในตัวเองอย่างมากส่วนสีหน้าของหนิงหนิงและครอบครัวล้วนอาบไปด้วยความสุข

มนุษย์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบการแข่งขัน ความลำเอียงของดิเรกผู้เป็นหัวหน้าตระกูลย่อมทำให้ลูกชายคนสุดท้องของเขาไม่พอใจ

“พ่อ ภานุของเราก็ดีไม่แพ้กันนะคะ พอบริษัทเรามีปัญหาครอบครัวเขาก็มาช่วยไว้ตั้งหลายรอบ ถ้าไม่มีภานุ ครอบครัวเราก็คงไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้นะคะ” มาลัย ภรรยาของลูกชายคนสุดท้องรีบพูดขึ้นมาทันที

ดิเรกหัวเราะลั่น “ใช่แล้วล่ะ มาลัยพูดถูกแล้วล่ะนะ ถึงแม้ว่าวันนี้เราจะมาต้อนรับคนใหม่เข้าสู่ครอบครัว แต่เราก็ต้องไม่ลืมคนเก่า ฉันถูกใจภานุตั้งแต่ตอนแรกที่ได้เห็นหน้าเขาแล้วล่ะ หลังเรียนจบปริญญาโทไม่ว่าเขาจะเลือกจับทางธุรกิจหรือรัฐศาสตร์ เขาก็คงประสบความสำเร็จไม่แพ้พ่อเขาแน่ มิลินของเราก็ได้สามีดีเหมือนกันนะ เธอไม่ทำให้ครอบครัวขายหน้าสักนิดเดียว”

“ยังไงตระกูลทิพย์บดีของเราก็มีลูกสาวตั้งสี่คน ถ้าไม่นับลูกสาวของลูกชายคนรองที่ยังเรียนอยู่ สามคนที่เหลือก็มีสามีกันหมดแล้ว ฉันพอใจในลูกเขยของฉันนะแต่ก็มีแค่บางคนที่ฉันไม่พอใจเท่าไหร่”

ระหว่างที่หัวหน้าตระกูลกำลังพูดอยู่ที่โต๊ะอาหาร ลูกชายคนที่สี่และห้าต่างมีสีหน้าพึงพอใจ แต่ครอบครัวของพิมมากลับได้แต่ก้มหน้าเงียบพร้อมภาวนาไม่ให้มีใครสังเกตเห็นพวกเขา

ในระหว่างนั้นเองผู้จัดการร้านก็กำลังรอรับสายโทรศัพท์สายหนึ่งอยู่ด้านนอกห้องส่วนตัว พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาก็มองไปที่ชื่อของสายที่โทรเข้ามาแล้วหลุดยิ้มออกมา จากนั้นก็รับสายพร้อมทำเสียงเอาอกเอาใจว่า “ท่านครับ เราเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วครับ ห้องประธานเราก็เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ”

“ทีนี่เราก็แค่ต้องรอแขกวีไอพีมา”

“อะไรนะ งั้นแขกคนอื่นๆก็ต้องออกไปน่ะสิ”

“มันจะไม่ดีเอานะ แขกคนอื่นๆที่นี่ก็เป็นแขกวีไอพีกันทั้งนั้น” ไม่ต้องรอให้ผู้จัดการร้านพูดจบ ปลายสายก็ตะโกนด่าแทรกขึ้นมาทันที

“ฉันขอเตือนนายเลยนะ แขกที่จะมาวันนี้มีอิทธิพลมากๆ ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา นายจะไม่ได้เสียแค่งานแต่จะเสียชีวิตด้วย!”

เสียงทุ่มลึกดังมาจากปลายสายแล้วสายก็ตัดไปเหลือไว้เพียงเสียงตู ตู ตู ของสัญญานที่โดนตัด

ผู้จัดการร้านยืนนิ่งสีหน้าเขาซีดเซียวอาบไปด้วยเหงื่อชุ่ม

“ค คนที่มีอิทธิพลมากๆงั้นเหรอ”

ตอนที่ 3 บอกให้นายไสหัวไป 1

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: อภิชาตลูกเขย