“ไม่เป็นไร หากเขามีพรสวรรค์จริงๆ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร” เฟิ่งชิงหัวเงยหน้าไปมองอีกด้านหนึ่ง “รอให้กลับมาแล้วค่อยว่ากัน”
เฟิ่งชิงหัวเข้าไปในโรงยาโดยมีอู๋ตู่จื่อเดินตามมา ตอนแรกตั้งใจจะพูดบางอย่างแต่ก็ได้แต่กลืนคำพูดลงไป และเป็นผู้ช่วยให้เจ้านายไปเงียบๆ
ตอนค่ำ ด้านนอกประตูจวนเจ้าผู้อารักขา เฟิ่งชิงหัวและอู่ตู๋จื่อแอบไปซุ่มอยู่ในที่ลับแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นโคมลอยทั้งสามดวงลอยขึ้น สีหน้าของพวกเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมา
ไม่นานนัก เงาร่างดำก็โฉบผ่านกลางท้องฟ้า และล่วงลงมาอยู่บนจวนเจ้าผู้อารักขาอย่างแผ่วเบาไร้ซุ่มเสียง
“ลงมือ!” เฟิ่งชิงหัวกล่าวเสียงกร้าว เงาร่างดำทั้งสี่ทิศพุ่งทะยานเข้ามาห้อมล้อมคนผู้นั้นเอาไว้
ในมือของทุกคนถือตาข่ายผืนใหญ่เอาไว้ ตั้งใจจะใช้จับเป็นคนผู้นี้
เงาดำบินทะยานไปทั่วฟ้าแล้วกระโดดขึ้นไปอยู่เหนือคนผู้นั้น กระบี่ที่อยู่ในมือของเขาพุ่งทะยาน เมื่อปะทะเข้ากับตาข่ายก็เกิดเปลวไฟจากการกระทบกัน แต่ไม่สามารถทำให้ตาข่ายขาดได้
เมื่อเฟิ่งชิงหัวเห็นเช่นนี้ก็รีบเอ่ยว่า “เอาตาข่ายพื้นขึ้น!”
มีเงาดำอีกแปดนายยกตาข่ายจากพื้นขึ้นไปคลุมร่างของคนผู้นั้นเอาไว้ และขังเขาไว้ตรงกลาง ตาข่ายฟ้าและตาข่ายดินสอดประสานเข้าด้วยกัน มัดคนผู้นั้นเข้ามาอยู่ตรงหน้าเฟิ่งชิงหัว
ในตาข่ายมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ คนผู้นั้นสวมใส่ชุดสีดำและหน้ากากรูปสัตว์ร้าย รอบกายของเขามีรังสีความพิศวงออกมาทั่ว ผมที่สยายอยู่ด้านหลังเป็นสีเงิน และเนื่องจากเขานั่งอยู่ผมของเขาจึงละพื้น ตัดกับตาข่ายสีดำกลายเป็นคู่สีตรงข้าม
เฟิ่งชิงหัวเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของเขาเย็นชา “เหลียนเจี้ยง ยังไม่ยอมมอบตัวอีกหรือ!”
“ที่แท้ก็คือชิงหัวนี่เอง มิน่าเล่าทหารเลวพวกนี้ถึงได้กล้ามาจับข้า” ชายผู้นั้นยิ้มแล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน ราวกับไม่สนใจว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางการผูกมัด
อู่ตู๋จื่อกล่าวเสียงแข็ง “เจ้าทำร้ายพวกเดียวกัน ทรยศอาจารย์และบรรพบุรุษ สมควรแล้วที่โดนลงโทษ ยังไม่ยอมมอบตัวอีกรึ!”
“ใช้แค่ตาข่ายพังๆ แค่นี้น่ะหรือ” ชายผู้นั้นยิ้ม เสียงที่กล่าวผ่านหน้ากากออกมาสดใสและน่าฟัง ใครจะคิดว่าชายที่สง่างามเช่นนี้จะทำเรื่องบ้าระห่ำอย่างนั้นได้
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในชั่วพริบตา ชายที่นั่งอยู่ในตาข่ายหยิบของสีเงินสองชิ้นออกมาจากอก เป็นถุงมือไหมทอที่ฟันไม่เข้าและพิษไม่อาจซึมผ่านเข้าไปได้
เมื่อเฟิ่งชิงหัวเห็นเช่นนั้นสีหน้าของนางก็เครียดขึ้น นางดึงกระบี่ออกมาแล้ววิ่งเข้าหาชายผู้นั้น แต่ชายผู้นั้นเพียงใช้ถุงมือจับปลายกระบี่ของเฟิ่งชิงหัวเอาไว้ ขยับเล็กน้อย กระบี่ยาวก็ส่งเสียงหักดังเคร้ง
วินาทีถัดมา ชายผู้นั้นก็ใช้มือทั้งสองจับตาข่ายฟ้าเอาไว้แล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว และสะบัดเงาดำที่จับตาข่ายฟ้ากระเด็นออกไปและใช้โอกาสนี้สะบัดตัวออกมา
“ชิงหัว หากข้าไม่มีที่พึ่งพาอื่น ข้าจะกล้าหักหลังอาจารย์ได้อย่างไร เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว” ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ
เฟิ่งชิงหัวกดข้อมือเอาไว้ เข็มเล็กจำนวนหลายร้อยอันพุ่งทะยานเข้าหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
“ร้อยเข็มพายุสาลี่?” ชายผู้นั้นเลิกคิ้ว “ได้ยินมาว่ายังเป็นแค่ชิ้นทดลองอยู่ไม่ใช่หรือ คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำออกมาเป็นงานจริงแล้ว ไม่เสียแรงที่ชิงหัวเป็นศิษย์คนโปรดในสำนัก”
เหลียนเจี้ยงกล่าวพลางดูดซับเข็มพวกนั้นจนหมด ภายในชั่วพริบตาเข็มพวกนั้นก็ได้กลายเป็นขยะกองอยู่บนพื้น
“ได้ยินมาว่าถุงมือไหมทอเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เจ้าภูมิใจ ร้อยเข็มพายุสาลี่เจ้าก็เป็นคนลงมือทำเช่นกัน ข้าอยากจะจับตัวเจ้าไปลองศึกษาดูยิ่งนัก”
“เหลวไหล ปัญญาอ่อน” เฟิ่งชิงหัวกล่าว พลางเหาะขึ้นไปด้านบนและเริ่มต่อสู้กับเข้าทันที
วรยุทธ์ของทั้งสองต่างกันไม่มากนัก ปะทะกันอยู่พักใหญ่ก็ยังดูไม่ออกว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ
เมื่อเห็นจันทร์กระจ่างกลางท้องฟ้า แสงจันทร์สาดส่องสู่พื้นดินฉาบลงที่กายของคนทั้งสอง
เฟิ่งชิงหัวยิ้มเย็น “เจ้่าคิดว่า ข้าจะโจมตีโดนไม่เตรียมตัวอะไรเลยงั้นหรือ ทั้งหมดนั้นก็แค่เอาไว้ถ่วงเวลาเท่านั้นเอง”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พลิกชะตาหมอยา เฟิ่งชิงหัว
จะอัพเรื่องนี้ต่อไปมั้ยค่ะ😭...
เรื่องนี้หายไปนาน...