“เยี่ยนเอ๋อร์?” หนิงซูเฟยเรียกชื่อขัดจังหวะความคิดของฉินเจียวเยี่ยน
ฉินเจียวเยี่ยนที่กำลังเหม่อลอย รีบหันมาขานรับคำเรียกในทันใด “พะ เพคะ”
ในขณะที่เซียวชิงเฟิงลอบระบายลมหายใจอย่างหนักหน่วง พลางพิงพนักพิงเก้าอี้อย่างท้อใจ แหงนหน้ามองเพดานของตำหนักอย่างอ่อนใจ
เหนียงเหนียง... แล้วท่านจะมาเรียกนางในยามนี้ด้วยเหตุใดเล่า!?
หนิงซูเฟยที่ไม่ได้รับรู้ความคิดของโอรสเลี้ยงเลยแม้แต่น้อย เอ่ยชวนลูกสะใภ้คนใหม่ด้วยเสียงสดใส “นี่ก็ใกล้จะยามอู่แล้ว พวกเจ้าอยู่ทานอาหารกับข้าสักมื้อก่อนเถิด”
“ได้สิเพคะ เหนียงเหนียง” ฉินเจียวเยี่ยนสะบัดความคิดที่ยังค้างอยู่ในศีรษะทิ้งไปในทันที เมื่อได้ยินเกี่ยวกับอาหาร “หม่อมฉันยังไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารในวังหลวงเลยเพคะ”
เซียวชิงเฟิง เจ้าจะยังไม่เคยได้ลิ้มรสอาหารในวังหลวงได้อย่างไร
แล้วอาหารในงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระราชสมภพของเสด็จพ่อเล่า?
เห็นเจ้ากินอย่างเอร็ดอร่อย...
“ดีจริง” หนิงซูเฟยพยักหน้าอย่างพึงพอใจในท่าทางกระตือรือร้นของลูกสะใภ้ นางจึงหันไปสั่งหมัวมัวข้างกาย “จินหมัวมัว ให้คนเตรียมตั้งสำรับเลยเถิด”
“เพคะ ซูเฟย” จินหมัวมัวรับคำ แล้วจึงล่าถอยออกไปสั่งนางกำนัลและขันทีให้เตรียมตั้งโต๊ะ
อย่างไร เขาในฐานะพี่ชาย และเหนียงเหนียงเองก็เลี้ยงดูเขามาอย่างดี เขาคงต้องเตือนน้องชายคนนี้ให้ระวังไว้เสียหน่อยแล้ว
“อย่างไร วันนี้ เจ้าก็จงไปตรวจสอบเสบียงให้ดี เลือกทหารองครักษ์ที่ไว้ใจได้ ติดตามไปให้มากหน่อยก็แล้วกัน” เซียวชิงเฟิงบอก “เมืองซีเหยานั้น จะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล ยิ่งเกิดภัยแล้งเช่นนั้น ชาวบ้านอาจจะไม่พอใจได้ การจัดเตรียมทหารฝีมือดีไปช่วยงาน น่าจะดีกว่ามาก”
เซียวชิงฉีคิดตามก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่”
“เช่นนั้น หลังทานอาหารร่วมกับหมู่เฟย เสด็จพี่ และพี่สะใภ้แล้ว ข้าจะไปตรวจเสบียงที่คลังเสบียงหลวง พลิกดูข้าวสารให้ครบทุกกระสอบเลยพ่ะย่ะค่ะ”
*ยามอู่ หมายถึง ช่วงเวลา 11.00-12.59 น.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาของท่านอ๋องธงแดง NC
เมื่อไหร่ตอนใหม่จะมาหรอคะ รอนานจุงเบย อดใจไม่ไหว 🥹...