ราชินีหงสาร้อยเล่ห์ นิยาย บท 9

เซียวจิ่นหมิงยกกำปั้นทุบโต๊ะแต่งตัวฉีซินจื่อ ไม้ลวดลายดอกแพร์ที่งดงามมีรอยแตกหลายจุดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เห็นสีหน้าเซียวจิ่นหมิงเยือกเย็น ฉีซินจื่ออดไม่ได้ที่จะดีอกดีใจในความโชคร้ายของคนอื่น พูดประณามขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “ศิษย์พี่เป็นถึงองค์ชาย ยังเป็นประมุขของบ้าน พี่พระชายาทำแบบนี้ เท่ากับเป็นการเหยียบย่ำหน้าศิษย์พี่ให้จมดิน”

เซียวจิ่นหมิงยิ่งฟังก็ยิ่งโกรธ รอหลังจากที่เช็ดน้ำหมึกบนใบหน้าออกจนหมดแล้ว เขามองดูตัวเองใน ใบหน้าซีกขวาเหมือนถูกทุบตบตีจนแดงไปหมด

ปัง.... สติสัมปชัญญะขาดสะบั้นลง เซียวจิ่นหมิงกำกระจกในมือจนแหลกละเอียด....

“หยุน หรั่น เฟิง!!”

เซียวจิ่นหมิงกัดฟันพร้อมกับคำรามด้วยเสียงต่ำ หันหลังก้าวเดินออกไป ฝีเท้าเร่งรีบกระทั่งใช้วิชาตัวเบา

ฉีซินจื่อคิดจะตามไปดูความสนุก แต่เพิ่งเดินไปเพียงครึ่งก้าวก็หยุดชะงักฝีเท้า ให้ศิษย์พี่ไปหาเรื่องนังสาระเลวคนนั้นเองดีแล้ว ตอนนี้ศิษย์พี่โกรธโมโหขนาดนี้ นางไม่อยากถูกความโกรธของศิษย์พี่ลามาถึงตน

“หยุนหรั่นเฟิง!!”

เซียวจิ่นหมิงตะคอกอย่างโกรธโมโห มาพร้อมกับเปลวเพลิงแห่งความขุ่นเคือง เตะประตูใหญ่จิ้งสุ่ยซวนดังปัง

ท่าทีของเขาเวลานี้บูดบึ้งเหมือนรากษส แวดล้อมไปด้วยความเกลียดชัง แววสังหารเป็นประกาย ความเยือกเย็นที่เอ่อล้นออกมา ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง

ภายในเรือน หยุนหรั่นเฟิงหันมาก็เห็นเซียวจิ่นหมิงที่โกรธจัด ทันใดนั้นเสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น

เหี้ย ทำไมมาไวขนาดนี้?

ตอนที่นางขีดเขียนบนใบหน้าเซียวจิ่นหมิงไปเรื่อย ก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องกลับมาอาละวาดแน่ เพราะนางใช้ปากกาเคมี ปกติจะล้างออกยาก มองดูใบหน้าครึ่งหนึ่งของเซียวจิ่นหมิงในเวลานี้ แดงเหมือนอย่างก้นลิงก็รู้แล้ว

หยุนหรั่นเฟิงหวาดกลัว รีบวิ่งเข้าไปในห้องอย่างไม่แม้แต่จะครุ่นคิด

และเมื่อนางเพิ่งก้าวเท้า เงาร่างที่น่ากลัวก็ขวางทางนางไว้

“เจ้าดนหาที่ตาย....”

เซียวจิ่นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงน่ากลัว ลงมือไวเหมือนอย่างไฟ คว้าบีบคอของหยุนหรั่นเฟิงไว้

การขาดลมหายใจอย่างกะทันหัน ทำให้หัวสมองของหยุนหรั่นเฟิงว่างเปล่า ความเอาตัวรอดทำให้นางพยายามดิ้นรน

“เซียวจิ่นหมิง....เจ้าปล่อยมือ!”

สายตาเซียวจิ่นหมิงแดงก่ำ จับจ้องมองหยุนหรั่นเฟิงอย่างแน่นิ่ง ใบหน้าขนาดเท่าฝ่ามือค่อยๆ แดงขึ้นภายใต้สายตาของเขา ลูกตาเริ่มปรือขึ้น.....

ความรู้สึกเฮือกสุดท้ายกระตุ้นหยุนหรั่นเฟิง ความหวาดกลัวพลุ่งพล่าน นางคว้าจับมือเซียวจิ่นหมิงไว้อย่างสุดชีวิต ดิ้นรนอย่างสุดแรง แต่มือใหญ่บนคอนาง ราวกับถูกตราตรึง ไม่ว่านางจะดิ้นรนสักเพียงใด นางก็ไม่อาจสั่นคลอนได้แม้แต่น้อย

หยุนหรั่นเฟิงเคยตายแล้วครั้งหนึ่ง ไม่อยากที่จะตายอีกเป็นซ้ำสอง

ดังนั้นจึงยอมพูดอย่างยอมแพ้ว่า “เซียวจิ่นหมิง เจ้าปล่อยมือ เราเพิ่งแต่งงานกันสองวันเอง เจ้าบีบคอข้าตายไป ยังต้องเดือดร้อนทำศพให้ข้า สูญเงินไม่พอ ชื่อเสียงจวนองค์ชายแปดก็จะเสื่อมเสียไปด้วย.....”

ใบหน้าเล็กน้อยของนางเขียวม่วง ร้องพูดคร่ำครวญว่า “ข้ารับประกัน....ข้ารับประกันว่าจะไม่ทำเรื่องชั่ว ได้ไหม?.....”

“เชอะ” สายตาเซียวจิ่นหมิงแดงก่ำ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุว่า “ตอนนี้รู้จักพูดขอร้อง สายไปแล้ว”

ในใจหยุนหรั่นเฟิงหนักอึ้ง รู้สึกเสียใจในความวู่วามของตนเอง

นางทนกับความเจ็บปวดบนคอ มือทั้งคู่คว้าจับมือเซียวจิ่นหมิงไว้แล้วออกแรงดึง แรงอันเล็กน้อยกลับยิ่งกระตุ้นทำให้เซียวจิ่นหมิงโกรธจัด

หลินหลังที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงแล้ววิ่งออกมา เห็นภาพนี้แล้วก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

เสียงคุกเข่าดังขึ้น หลินหลังคุกเข่าคลานมาพูดขอร้องว่า “องค์ชายโปรดอภัย ยังไงคุณหนูก็เป็นพระชายาที่ฮ่องเต้ประทานพระราชโองการ หากท่านบีบคอคุณหนูตาย จะเรียนฮ่องเต้ว่าอย่างไร.....”

เซียวจิ่นหมิงไม่หวั่นไหว

หลินหลังคิดอะไรไม่ออก กระโจนไปกอดขาเซียวจิ่นหมิงไว้ แล้วกัดอย่างแรง ราวกับหมาป่าเฝ้าลูก แววตาโหดเหี้ยม

ความเจ็บปวดที่ขาทำให้มือเซียวจิ่นหมิงผ่อนลง

หยุนหรั่นเฟิงหรี่ตาลง...แล้วในตอนนี้

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ราชินีหงสาร้อยเล่ห์