บทที่ 110 บอกกับฉิงหยู
“มันง่ายมากเลยค่ะเจ้าค่ะ นายท่านก็แค่ออกไปข้างนอกด้วยการต่อยเข้าไปที่กำแพงเจ้าค่ะ” เพ่าฝูบอกเขาขณะที่เธอกำลังเตะน้ำในทะเลความรู้
“ช่างง่ายดาย!” ว่าแล้วฉิงเทียนก็กระโดดสูงขึ้นไปจากนั้นก็ใช้หมัดต่อยเต็มแรงไปที่เพดานด้านบน
“ฟู่ๆ….” เขาเห็นดินที่หล่นมาจากรอยแยกด้านบนตรงจุดที่ฉิงเทียนได้ต่อยลงไป แล้วจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดังตุบที่ของเศษดินที่หล่นลงมาที่ตัวเขา
มีแสงสีทองคลุมรอบตัวของฉิงเทียนเอาไว้ ทำให้เศษดินที่ตกลงมาไม่โดนตัวของฉิงเทียน
แสงพระอาทิตย์ส่องรอดรูเข้ามาโดนหน้าของฉิงเทียน จากนั้นเขาก็ได้กระโดดบนท้องฟ้า
“โว้ว, แสงแดดส่องจ้าเลยแฮะ!” ฉิงเทียนยกมือขึ้นมาบังแดดเอาไว้แล้วร้องออกมา จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมา!
ตั้งแต่ตอนที่ฉิงเทียนตกลงไปในห้องใต้ดินนั้นจนกระทั่งเขาสามารถออกมาได้ ฉิงเทียนนั้นไม่ได้เจอแสงแดดหรือสูดลมหายใจมาตลอดหลายวัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีผลกระทบกับความอยู่รอดของฉิงเทียน แต่ฉิงเทียนเองก็เป็นคนธรรมดาที่อาศัยอยู่บนโลกเช่นกัน เขาจึงยังชอบแสงแดดและอากาศมากอยู่ดี
ขณะที่ฉิงเทียนสูดลมหายใจอยู่นั้น เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ก็พูดขึ้นมา “นายท่านเจ้าคะเพ่าฝูเพิ่งทานพลังวิญญาณไปเยอะมากเลย ตอนนี้เพราะเพ่าฝูขอตัวนอนก่อนนะเจ้าคะ!”
“เพ่าฝู เธอจะนอนแล้วงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนถาม แต่ทว่าไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเพ่าฝูแล้ว
“เจ้าตัวน้อยนี่หลับสนิทไวดีจริงๆ” ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง “ช่างเถอะ ให้หลับไปก่อน! เดี๋ยวเราค่อยถามเธอตอนที่เธอตื่นแล้วก็ได้”
ในเวลานี้ฉิงเทียนรู้สึกว่าถาวเป่าสวรรค์นั้นน่าอัศจรรย์ใจมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีเขาคิดว่าถาวเป่าสวรรค์นั้นเป็นเพียงแค่แอพโทรศัพท์เท่านั้น แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นภูตใช้งานไปเสียแล้ว ซึ่งช่างดูคล้ายกับสิ่งที่เรียกว่า*AIมาก ซึ่งหลังจากนี้เพียงแค่เขาออกคำสั่งเพ่าฝูก็จะจัดการเรื่องของถาวเป่าสวรรค์ให้เขาได้! เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขึ้นมา (*Artificial Intelligence ปัญญาประดิษฐ์)
หลังจากที่ฟื้นจากโลกของตัวเองอยู่พักหนึ่ง ฉิงเทียนก็คิ้วขมวดอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่มองลงไปที่หลุมตรงหน้าเขา ซึ่งเดิมทีมีชั้นดินหนาๆปิดปากหลุมนี้อยู่แต่ในตอนนี้ถูกพังทลายลงไปด้วยหมัดของฉิงเทียน ถ้ามองลงไปก็จะพบว่าเป็นหลุมที่ใหญ่และมองดูเหมือนไร้ก้นหลุมเสียด้วย
ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าก็คงจะตกใจแน่ “ไม่ได้การ กลบหลุมนี้ก่อนดีกว่า” มองไปที่หลุมนั้น ฉิงเทียนจึงว่าจะกลบมันด้วยดินรอบๆ
ซึ่งพอมองไปรอบๆแล้วเขาก็พบว่าไม่มีดินพอที่จะใช้กลบหลุมนั้นได้เลย
…………
หลังจากที่คิดอยู่พักใหญ่ๆ ฉิงเทียนก็ยังคิดหาทางแก้ไม่ออก
“จริงด้วยสิ! เราทำแบบนั้นก็ได้นี่นา” แล้วเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ แล้วจากนั้นเขาก็โบกมือของเขาแล้วดินที่อยู่ทุกหนแห่งรอบๆก็ได้ลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่ในอากาศ ลอยอยู่เหนือหลุมจนมีขนาดได้พอๆกับหลุม
ฉิงเทียนจุงได้ตัดการควบคุม แล้วดินเหล่านั้นก็ได้ตกลงไปในปากหลุมนั้น
“วู้ว” หลุมนั้นถูกปิดทันที “เรานี่ช่างสุดยอดจริงๆ” หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้วฉิงเทียนก็พูดชมตัวเอง
หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉิงเทียนจึงได้**ขึ้นรถเมล์สาย11เพื่อไปยังยี่เย่ากวน (**เนื่องจากเท้าทั้งสองข้างแยกออกจากกันดูเหมือนเลข “11” เวลาเดินทางด้วยการเดินเท้าจึงมักเรียกว่า “ขึ้นรถเมล์สาย 11” )
“ไม่ได้โผล่หน้าไปเป็นวัน ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว” เขาคิดขณะที่กำลังเดินทางอยู่
ฉิงเทียนนั้นเดินเท้าด้วยความเร็วที่สูงมาก ขาทั้งสองข้างของเขานั้นเร็วมากจนแทบจะมองไม่เห็น เห็นเพียงแค่เงาภาพติดตาเท่านั้น ต้นไม้สองข้างทางก็ได้เคลื่อนที่ไปด้านหลังอย่างรวดเร็วมาก ซึ่งแม้แต่รถก็ยังไม่เร็วเท่านี้เลย
……….
เมื่อใกล้ถึงตัวเมือง ฉิงเทียนก็ได้ช้าลงและกลับมาเดินอย่างช้าๆ
ณ ยี่เย่ากวน
“ดังนั้นตอนนี้พี่ก็เป็นผู้ฝึกตนงั้นเหรอครับ” ฉิงหยูมองมาที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่เบิกกว้าง
เมื่อเห็นท่าทีที่ประหลาดใจของฉิงหยู ฉิงเทียนก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่คนธรรมดาจะยอมรับตัวตนของผู้ฝึกตนได้ อย่างไรเสียตั้งแต่เด็กจนโตพวกเขานั้นต่างก็เป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว แล้วจู่ๆการที่มีคนมาบอกว่ามีผีและเซียนจริงๆในโลกนี้ ก็ย่อมที่จะไม่เชื่อ
ฉิงเทียนจึงได้โบกมือไปที่ฉิงหยู และพบว่าฉิงหยูนั้นกำลังลอยขึ้นมา แล้วทันใดนั้นก็มีน้ำลอยมาตรงหน้าเขาแล้วจากนั้นเขาจึงได้หยุดใช้พลัง
เมื่อเห็นภาพน่าทึ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉิงหยูก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
“มีผู้ฝึกตนอยู่จริงๆด้วย พี่เป็นผู้ฝึกตนจริงๆด้วย” เขาพูดอย่างตื่นเต้นและจับมือของฉิงเทียนเหวี่ยงไปมา
“ก็มีจริงๆน่ะสิ” ฉิงเทียนตอบ “พ่อแม่จะต้องยินดีมากแน่ๆถ้ารู้ว่าพวกเราที่อยู่ที่นี่จะไม่ลำบากและถูกรังแกอีกต่อไปแล้ว” ทันใดนั้นฉิงหยูก็น้ำตาไหลออกมา
เมื่อเห็นท่าทีของฉิงหยูแล้ว ฉิงเทียนก็พูดอย่างขมขื่น “ไม่ต้องกังวลไปนะเสี่ยวหยู ต่อจากนี้พี่จะไม่ยอมให้พวกเราทั้งคู่ต้องลำบากอีกแล้ว”
“และพี่ก็จะออกตามหาคนที่ฆ่าพ่อแม่ของพวกเราด้วย”
เมื่อฉิงหยูได้ยินที่พี่ชายของเขาพูดเรื่องของพ่อแม่ก็ตกใจขึ้นมา เพราะพ่อแม่ของเขานั้นตายด้วยอุบัติเหตุทางรถ
“เสี่ยวหยู ตอนนี้น้องก็โตมากพอแล้ว พี่จะบอกน้องให้ว่าการตายของพ่อแม่ของพวกเรานั้นไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน ในคืนก่อนที่พ่อแม่ของพวกเราจะประสบอุบัติเหตุนั้น พี่บังเอิญได้ยินว่าพ่อแม่ของพวกเรากำลังจะพาพวกเราหนีไปที่ไหนสักแห่ง แต่สุดท้ายก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อนวันที่พวกเขาจะพาพวกเราหนีไป ซึ่งหมายความว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ” ฉิงเทียนพูดแล้วกำหมัดแน่น และมีไฟแห่งความโกรธขึ้นมาในตาของเขา
หลังจากที่ได้ยินที่พี่ชายเล่า ฉิงหยูก็พูดขึ้นมา “พี่ครับ แล้วทำไมพี่ถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังมาก่อนเลยล่ะครับ”
“เพราะน้องยังเด็กมากไม่ใช่รึไง?” ฉิงเทียนที่เก็บอาการและกลับคืนสู่ใบหน้าปกติ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย