เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 116

บทที่ 116 ความสามารถที่น่าทึ่ง

“ได้เจ้าค่ะนายท่าน”

แล้วเขาก็เห็นหน้าจอกำลังติดต่อตือโป๊ยก่ายโผล่ขึ้นมา มีสัญลักษณ์รูปโทรศัพท์ขนาดใหญ่บอกว่ากำลังรอการรับสายปรากฏขึ้นมา

“ดูเหมือนสัญลักษณ์โทรศัพท์กำลังรอเรียกสายจังเลยแฮะ” ฉิงเทียนแอบคิดในใจ

หลังจากนั้นสักพักก็มีชายที่ดูแข็งแกร่งปรากฏขึ้นมาในจอ เขานั้นมีเอวกับคอที่หนาและใบหน้าที่เต็มไปด้วยเนื้อหนัง เขานั้นกำลังขี่เมฆไปในท้องฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆ แต่เขาไม่ได้มีใบหน้าเป็นหมูเหมือนอย่างที่เห็นในนิยายเลย

ฉิงเทียนที่ไม่มั่นใจจึงได้ถามออกไป “ขอโทษนะครับ ใช่ลูกพี่หมูรึเปล่าครับ?”

หลังจากที่ได้ยินคำถามของฉิงเทียน ตือโป๊ยก่ายก็ได้ขี่ช้าลงแล้วตอบเขาพร้อมกับยิ้ม “น้องฉิงไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เจ้าลืมลูกพี่ของเจ้าแล้วรึ?”

หลังจากที่ได้ยินที่ตือโป๊ยก่ายพูด ฉิงเทียนก็ได้ตอบกลับอย่างอายๆ “ลูกพี่หมูครับนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นพี่ ผมเลยไม่แน่ใจว่าใช่ลูกพี่รึเปล่า ได้โปรดอภัยให้ผมด้วย!”

หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบายตือโป๊ยก่ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขากับฉิงเทียนนั้นถึงจะเคยติดต่อกันมาก่อนก็จริงแต่ก็ยังไม่เคยวิดีโอคอลหากัน จึงไม่น่าแปลกที่ฉิงเทียนจะไม่รู้จักเขา

เมื่อคิดได้เช่นนี้ตือโป๊ยก่ายก็ได้โบกมือแล้วพูดขึ้น “ข้าเข้าใจแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของน้องฉิงหรอก มันเป็นความผิดของข้าเองที่ไปโทษน้องฉิง”

การขอโทษของตือโป๊ยก่ายนั้นทำให้ฉิงเทียนเลยไม่รู้จะว่าอย่างไรต่อดี อย่างไรเสียตือโป๊ยก่ายนั้นเป็นถึงเซียนกลับมาขอโทษเขาที่เป็นคนธรรมดา

ดูเหมือนว่าตือโป๊ยก่ายนั้นจะต่างกับที่เขาอ่านในไซอิ๋ว ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้

“แล้วไม่ทราบว่าน้องฉิงมีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นรึ?” เมื่อตือโป๊ยก่ายเห็นว่าฉิงเทียนเงียบไปและรู้ว่าเขาจะต้องมีธุระอะไรกับเขาแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงได้ถามอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อได้ยินที่ตือโป๊ยก่ายถามเขาว่ามีธุระอะไรกับเขาไหม ฉิงเทียนจึงได้ถามไปว่าถึงความต่างระหว่างวิชาแพทย์ของผู้ฝึกวิชาและคนธรรมดา

หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนถาม ตือโป๊ยก่ายที่กำลังยืนอยู่บนเมฆนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขำ

เมื่อเห็นเช่นนี้ฉิงเทียนนั้นจึงได้รู้ว่าเขาน่าจะถามเรื่องที่ดาดๆมากแน่ๆ และเพ่าฝูที่อยู่ข้างๆเขานั้นเมื่อเห็นตือโป๊ยก่ายที่กำลังหัวเราะเยาะ จู่ๆหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปและพูดกับตือโป๊ยก่ายบนจอ “บังอาจมาหัวเราะนายท่านของข้า ข้าจะเอาสายฟ้าฟาดใส่เขา”

ทันทีที่เพ่าฝูพูดจบ ท้องฟ้าที่สดใสอยู่ในจอนั้น ตือโป๊ยก่ายนั้นก็โดนสายฟ้าฟาดใส่

“ใคร ใครกันที่บังอาจทำร้ายพุทธพิธีทูตคนนี้” ตือโป๊ยก่ายที่โดนสายฟ้าฟาดใส่นั้น ทุกรูขุมขนของเขาก็ขยายขึ้นมาทันทีและพูดด้วยความโกรธ

ที่อีกด้านหนึ่งของจอ ฉิงเทียนที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็หันมามองที่เพ่าฝู นี่เรื่องบังเอิญอย่างนั้นเหรอ? ใช่ๆมันจะต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ ฉิงเทียนพูดกับตัวเองในใจ

“ไอ้ลูกเต่าสารเลวตัวไหนกันที่บังอาจมาทำกับพุทธพิธีทูต….” ตือโป๊ยก่ายพูดด่าอีกครั้ง

“กล้าพูดว่าข้างั้นเหรอ ข้าจะฆ่าเจ้า!” ขณะที่เพ่าฝูพูดอยู่นั้นเธอก็วาดรูปสัญลักษณ์สายฟ้าขนาดยักษ์ขึ้นมาในทะเลความรู้ของฉิงเทียนแล้วขว้างใส่ตือโป๊ยก่ายในจอ

ในโลกเซียน ก็ได้มีสายฟ้าขนาดมหึมาที่เทียบไม่ได้กับสายฟ้าเมื่อสักครู่ฟาดใส่ตือโป๊ยก่าย ในเวลานี้ตือโป๊ยก่ายได้ระวังตัวอยู่แล้ว ในชั่วขณะที่สายฟ้าออกมา เขาก็ได้เร่งความเร็วของเมฆ แล้วสายฟ้านั้นก็ได้ฟาดใส่ลงตรงพื้นที่เปล่าๆ

เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ตือโป๊ยก่ายก็ได้พูดอย่างภูมิใจ “คิดว่าจะผ่าใส่ผู้เฒ่าหมูได้งั้นเหรอ” จากนั้นมองดูสายฟ้าที่ผ่าพลาดเขาไปอย่างภูมิใจ

แต่สายฟ้าอันนั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ตือโป๊ยก่ายคิด ตามการวาดมือของเพ่าฝูนั้น สายฟ้าที่พาดผ่านลงไปนั้นก็ได้เลี้ยวและมุ่งหน้าไล่ตามตือโป๊ยก่ายไป

ฉิงเทียนก็ตกใจขึ้นมากับภาพเหตุการณ์นี้ ซึ่งทำให้เขาถึงกับนิ่งไป

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ตือโป๊ยก่ายนั้นจึงได้อยากที่จะหารอยแยกที่กำแพงแล้วมุดเข้าไปมาก เพราะพุทธพิธีทูตอย่างเขานั้นกลับมาถูกทำให้ขายหน้าต่อหน้าคนธรรมดาอย่างเขาเสียได้

ฉิงเทียนที่อยู่อีกทางด้านหนึ่งของจอนั้น ที่ได้เห็นท่าทีของตือโป๊ยก่ายและสภาพที่น่าสงสารของเขานั้น ฉิงเทียนจึงได้รีบเปิดหัวข้อแล้วถามขึ้นมา “ลูกพี่หมูครับ คุณยังไม่ได้บอกผมถึงความต่างระหว่างวิชาแพทย์ของผู้ฝึกวิชาและคนธรรมดาเลยนะครับ?”

หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนถาม ตือโป๊ยก่ายก็ได้ใช้ยันต์กับตัวเขา และพบว่าร่างกายของเขาที่ดูเละเทะเมื่อครู่ก็ได้กลับมาสะอาดเหมือนเดิม โดยไม่เหลือเค้าสภาพที่ดูไม่ได้เมื่อสักครู่เลย

หลังจากที่จัดการกับเสื้อผ้าของเขาเสร็จ ตือโป๊ยก่ายก็ได้พูกตอบกลับมา “น้องฉิงมีแต่คนธรรมดาเท่านั้นแหละที่ใช้ยา ส่วนผู้ฝึกวิชานั้นไม่จำเป็นต้องใช้ยา ดังนั้นจึงไม่มีอาชีพหมออยู่ในบรรดาผู้ฝึกวิชา”

เมื่อได้ยินที่ตือโป๊ยก่ายอธิบาย ฉิงเทียนก็ได้นึกถึงจางจ้งจิ่งขึ้นมาและถาม “ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมถึงได้มีแผนกยาเซียนอยู่บนสวรรค์ได้ล่ะครับ?”

เขาประหลาดใจที่ฉิงเทียนนั้นรู้เรื่องของแผนกยาเซียนบนสวรรค์ได้ มนุษย์เบื้องล่างอย่างเขานั้นกลับสามารถรู้เรื่องบนสวรรค์ได้ แต่ตือโป๊ยก่ายก็ยังตอบกลับไป “มีหมอยาอยู่ในแผนกยาเซียนก็จริง แต่พวกเขานั้นมีหน้าที่แค่ทำยาขึ้นมาแทนที่จะรักษาคน”

“ซึ่งหัวหน้าของพวกเขาก็คือไท่ซ่างเหล่าจวินที่ไม่ใช่หมอ”

หลังจากที่ฉิงเทียนได้ฟัง เขาก็เริ่มเข้าใจเรื่องของโลกผู้ฝึกวิชานั้นไม่ว่าจะเก่งกาจแค่ไหน ขอแค่ปรุงยาอมฤตได้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาทำหน้าที่รักษาเหมือนอย่างมนุษย์โลก

และยาอมฤตนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเหล่าผู้ฝึกวิชา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหมอยาที่ไหนก็ได้ แต่เขาก็ยังชื่นชมอยู่ดี!

“ดูเหมือนว่าผมจะได้รู้เรื่องของผู้ฝึกวิชามากขึ้นแล้ว” ฉิงเทียนคิดในใจ มันคงเป็นเรื่องตลกจริงๆที่เขานั้นไม่รู้เรื่องของผู้ฝึกวิชาเลยเช่นนี้ ดูเหมือนเขาจะต้องหาหนังสือเกี่ยวกับผู้ฝึกวิชามาอ่านเสียแล้ว

“มีอะไรให้ข้าช่วยอีกไหมน้องฉิง?” ตือโป๊ยก่ายถามขึ้นมาหลังจากที่ฉิงเทียนพูด

ในเวลานี้ตือโป๊ยก่ายนั้นอยากที่จะปิดกล้องมาก เพราะเขานั้นเสียหน้าต่อหน้าของฉิงเทียน และเขาที่พูดมากออกไปเมื่อสักครู่ ตอนนี้ตือโป๊ยก่ายจึงได้รู้สึกอับอายขึ้นมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย