บทที่ 126 ร่างกายแบบจิ่วยินเสวียนยิน
ระหว่างทางกลับในใจหลิวตันนึกถึงคำพูดของจงเทา “ถ้าคุณอยากจะช่วยน้องชายของคุณละก็ คุณจะต้องขอให้ฉิงเทียนช่วยเท่านั้น” แต่ด้วยความเกลียดชังระหว่างน้องชายของเขาและฉิงเทียนนั้น “ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องหาทางอื่นเท่านั้น” หลิวตันคิดขณะที่ขับรถอยู่
ณ ห้องนั่งเล่นบ้านตระกูลซู ฉิงเทียน, ฉิงหยู และตระกูลซูก็ได้พากันกลับมาที่บ้านของตระกูลซู
“ฉิงเทียน ทำไมคุณถึงไม่เอาชนะเขาเสียล่ะ?” ทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน ซูกังก็ได้ถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ หากว่าฉิงเทียนสามารถรักษาหลิวไห่ได้ เขาก็จะได้รับ 1หมื่นล้านหยวนไปแล้วแท้ๆ และจงเทาก็จะส่งมอบยาขวดนั้นมาให้ด้วย
ด้วยความรู้ด้านยาจีนที่เขาศึกษามาเป็นเวลาหลายปี ยาลูกกลอนสีและกลิ่นอ่อนๆของยาขวดนั้น เป็นยาที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย ถ้าเขาได้มันมาแล้วละก็
จะให้คุณพ่อนำไปศึกษา แล้วจากนั้นก็นำไปปรุงยาก็จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับยีเย่ากวนอย่างมาก ถึงแม้ว่าฉิงเทียนจะช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงของยีเย่ากวนด้วยการเป็นที่สนใจของมวลชนให้แล้วก็ตามที แต่ใครล่ะที่จะไม่ต้องการให้ร้านขายยาของตัวเองนั้นมีชื่อเสียงเพิ่มมากขึ้นไปอีก
“คือว่า….” เมื่อถูกซูกังพูดเหมือนตำหนิเขา ฉิงเทียนก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี อย่างไรก็ตามตอนนั้นเขาก็ได้เดิมพันกันด้วยทรัพย์สินของคนอื่น ซึ่งซูกังก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เขากลับจู่ๆยอมแพ้ซะอย่างนั้น ดังนั้นฉิงเทียนจึงรู้สึกผิดต่อซูกังอยู่หน่อยๆ
“คุณพ่อคะ ฉิงเทียนก็ได้ช่วยฟื้นฟูชื่อเสียงของร้านขายยาของเราแล้วไม่ใช่เหรอคะ? หนูเชื่อว่าร้านยีเย่ากวนของเราจะฟื้นคืนกลับมาได้หลังจากพรุ่งนี้ไปนะคะ” ซูเสวี่ยพูดอย่างไม่พอใจ
“กังเอ๋อ ศิษย์พี่นั้นทำดีแล้ว” ซูกังกล่าว “เป็นลูกผู้ชายก็ควรที่จะเที่ยงตรงในทุกๆสิ่ง อีกทั้งชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้ให้ความเคารพต่อแพทย์แผนจีนโบราณของพวกเราด้วย”
เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาและคุณพ่อนั้นทั้งคู่ออกมาต่อต้านเขาเพราะคำพูดเมื่อครู่ของเขา เขาจึงทำได้แค่ยิ้มแบบแห้งๆตอบ “ไม่เป็นไรๆ ผมแค่ถามออกมาเฉยๆแค่นั้นเอง”
………….
ระหว่างทางกลับ ซูเสวี่ยก็ได้พูดกับฉิงเทียน “ฉิงเทียน ท่าทีของคุณพ่อเมื่อสักครู่….”
ก่อนที่ซูเสวี่ยจะพูดจบ ฉิงเทียนก็พูดขึ้นมาก่อน “ในวันนี้สิ่งที่ผมทำลงไปนั้นมันหุนหันพลันแล่นกันไปหน่อย ไม่อย่างนั้นก็คงได้ 1หมื่นล้านหยวนกันมาแล้ว”
“ไม่อย่างนั้น ค่าตัวของเสวี่ยเอ๋อของผมคงได้ขึ้นเป็น 2 เท่าเป็นแน่” จากนั้นฉิงเทียนก็ได้บีบจมูกของซูเสวี่ย
“ฉันเกลียดนายแล้ว” ซูเสวี่ยชักจมูกที่น่ารักของเธอกลับมาและทำหน้าไม่พอที่อย่างมากที่ฉิงเทียนบีบจมูกของเธอ แล้วถลึงตาใส่ฉิงเทียน
ฉิงเทียนนั้นได้ฝึกมาให้เมินเฉยต่อการถลึงตาใส่มาแล้วและถามกลับไป “การฝึกวิชาของเสวี่ยเอ๋อเป็นอย่างไรแล้วบ้าง?”
ที่ฉิงเทียนจู่ๆถึงได้ถามคำถามนี้กับซูเสวี่ย เพราะทันทีที่ฉิงเทียนได้กลับมาเขาก็พบว่าซูเสวี่ยนั้นได้อยู่ในขั้นเหลียนฉีแล้ว ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ซูเสวี่ยนั้นฝึกวิชาได้ไวมาก
ฉิงเทียนนั้นยังต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือนเขาถึงจะฝึกถึงขั้นเหลียนฉีได้
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนถาม ซูเสวี่ยก็ได้ทำสีหน้าเหมือนรอให้เขาถามอยู่แล้วและพูดขึ้น “ฉิงเทียน ตอนนี้ฉันอยู่ขั้นเหลียนฉีแล้ว”
“ทำไมคุณถึงฝึกได้เร็วขนาดนี้?” ฉิงเทียนถามอย่างอดไม่ได้
เมื่อถูกฉิงเทียนถาม ซูเสวี่ยเองก็ได้พูดอย่างสงสัยในตัวเองเช่นกัน “ฉันก็ฝึกตามวิชาที่คุณให้มานั่นแหละ ตั้งแต่ฉันฝึกวิชานั้นมา ทุกๆคืนฉันจะฝึกวิชาตลอดทั้งคืนโดยที่ไม่มีคุณ แล้วพบว่าฉันก็ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นในตอนเช้าและความอ่อนล้าในวันนั้นๆก็ได้หายไปทั้งหมด”
“จนกระทั่งคืนหนึ่งฉันก็ได้ฝึกตามปกติ แล้วฉันก็รู้สึกได้ว่าฉันสามารถที่จะผ่านกำแพงบางอย่างไปได้ แล้วจากนั้นฉันก็ได้ฝึกสำเร็จถึงขั้นเหลียนฉีค่ะ” ซูเสวี่ยตอบด้วยสายตาที่ใสซื่อ
หลังจากที่ได้ยินที่ซูเสวี่ยพูด ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะคิด: บางทีร่างกายของซูเสวี่ยนั้นอาจจะเหมาะสมแก่การฝึกวิชามากก็ได้ ไม่อย่างนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะฝึกได้รวดเร็วเช่นนี้
แล้วก็เกิดความเงียบขึ้นในรถ
“เพ่าฝู เพ่าฝู” ฉิงเทียนเรียกหาเพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้ของเขา
“ร่างกายแบบจิ่วยินเสวียนยินนั้น หากฝึกวิชามากเกินไปจะทำให้พลังหยินในร่างกายนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่รีบหาทางปล่อยออกมาล่ะ ผู้ที่มีร่างกายแบบจิ่วยินเสวียนยินนั้นจะระเบิดและตายในขั้นหยวนยิงเจ้าค่ะ”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฉิงเทียนตกใจ
“ฉิงเทียน ระวัง!” ทันทีที่เสียงของซูเสวี่ยดังขึ้นมา ฉิงเทียนก็ได้โยกพวงมาลัยหลบไปทางขวาแล้วจอด
“ฉิงเทียน เป็นอะไรไปเหรอ?” ซูเสวี่ยถามอย่างเป็นกังวล
ฉิงเทียนที่มือจับพวงมาลัยอยู่ก็ได้พูดและยิ้มให้กับซูเสวี่ย “ไม่เป็นอะไรหรอก ผมแค่จู่ๆก็ใจลอยนิดหน่อยเท่านั้น”
กลับไปที่ทะเลความรู้ฉิงเทียนถามอย่างเป็นกระวนกระวาย “แล้วมีหนทางแก้ไหมเพ่าฝู มีวิธีที่จะเอาร่างกายแบบจิ่วยินเสวียนยินออกจากร่างกายของซูเสวี่ยได้บ้างไหม?”
“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ” เพ่าฝูไม่ได้กล้าที่จะมองไปที่ตาของฉิงเทียน
“ไม่มีทางเลยงั้นเหรอ” ฉิงเทียนรู้สึกสับสนแล้วพูด “ถ้าฉันไม่นำพาซูเสวี่ยมายังโลกแห่งเซียน ซูเสวี่ยก็คงไม่เจอปัญหาเช่นนี้ใช่ไหม ?”
“ถ้าไม่ได้ฝึกวิชา ผู้ที่มีร่างกายแบบจิ่วยินเสวียนยิน นั้นก็จะไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาเจ้าค่ะ!”
“เราทำร้ายเสวี่ยเอ๋อหรือนี่” ฉิงเทียนพูดต่อว่าตัวเอง
เพ่าฝูมองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังหดหู่อยู่ในทะเลความรู้และปลอบเขา “นายท่านนั้นเป็นคนจิตใจดี คุณแค่อยากจะช่วยนายหญิงให้กลายเป็นเซียนเท่านั้น!”
“แต่ถ้าฉันรู้ก่อนว่าเสวี่ยเอ๋อนั้นมีร่างกายแบบนี้ ฉันก็คงไม่ให้เธอฝึกหรอก” ฉิงเทียนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย