บทที่ 150 รักษาหลิวไห่
ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นน่าสงสารแล้วเข้าสวมกอดซูเสวี่ย แล้วมือก็เริ่มเข้าลูบคลำตัวของซูเสวี่ย
“อย่าดื้อนะ อย่าดื้อ!” ซูเสวี่ยแกะมือที่ไม่อยู่สุขของฉิงเทียนออกไปแล้วพูดขึ้น “ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย!”
“หืม, มีเรื่องอะไรยังงั้นรึที่รัก?” มือของฉิงเทียนยังคงเกาะแกะอยู่ที่ตัวของซูเสวี่ยอยู่ แล้วใบหน้าของเขาที่ยิ้มขึ้นมาและพูดขึ้น “ขอแค่ที่รักบอกผมมา รับรองว่าผมจะจัดการให้เรียบร้อยทันที”
แล้วซูเสวี่ยก็ได้หันหน้ามาหาฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ที่รัก คุณยังจำเรื่องของผลไม้ที่คุณให้พ่อของฉันเมื่อคราวก่อนได้ไหมคะ?”
“จำได้สิ, พ่อของคุณก็ดีใจอย่างมากไม่ใช่รึไง?” ฉิงเทียนเมื่อได้ยินที่ซูเสวี่ยจู่ๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งๆที่ผ่านไปนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะซูเสวี่ยพูดเรื่องนี้ขึ้นมาฉิงเทียนก็คงจะลืมไปแล้ว
“ยีเย่ากวนของพวกเราใช้ผลไม้พวกนั้นทำเครื่องดื่มค่ะ” เธอพูดต่อ “แต่ตอนนี้พวกเรามีผลไม้เหลือไม่มากแล้วค่ะ”
“ได้ เดี๋ยวผมจะโทรไปหาที่ไร่บอกให้พวกเขาอย่าเพิ่งขายผลไม้ แล้วจากนั้นก็เอาผลไม้ไปส่งให้ที่ยีเย่ากวนแทนละกันนะ” ฉิงเทียนตอบตกลงทันที
“เยี่ยมไปเลยค่ะ!” ซูเสวี่ยพูดอย่างดีใจ
ซูเสวี่ยนั้นได้คิดทำเครื่องดื่มนี้ด้วยตัวของเธอเอง ไม่เพียงแต่จะเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยแล้วแต่ยังเต็มไปด้วยคุณสมบัติทางยา ซึ่งดีต่อสุขภาพของผู้คน แต่ยังช่วยรักษาความอ่อนเยาว์และความนุ่มนวลของผิวอีกด้วย ถ้าเกิดผลิตออกมาเป็นจำนวนมากล่ะก็ จะต้องขายดีอย่างแน่นอน!
“แล้วผมจะรอดูความประสบความสำเร็จของเครื่องดื่มของคุณนะที่รัก” ฉิงเทียนกล่าว
พูดจบฉิงเทียนก็ได้โทรศัพท์หาลุงเฉิงบอกกับพวกเขาว่าเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปอย่าเพิ่งขายผลไม้
จากนั้นก็มีเสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นมา “ใครกันที่มาดึกป่านนี้นะ?” ซูเสวี่ยพูดและหันไปมองดูฉิงเทียน
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” แล้วฉิงเทียนก็ลุกจากโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตูและพบหลิวตันที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู”
“ทำไมคุณถึงมาที่นี่ตอนนี้เนี่ย?” ฉิงเทียนพูดอย่างตกใจเพราะเขาเพิ่งจะกลับมาถึงที่บ้านจากตลาดมืดไม่นาน แล้วหลิวตันก็ได้ตามเขามาที่บ้านทันทีแบบนี้
หลิวตันที่อยู่ที่หน้าประตูเข็นหลิวไห่มาพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณไม่คิดจะเชิญแขกเข้าไปข้างในหน่อยเหรอ?”
“ใครเหรอที่รัก?” ซูเสวี่ยถามอย่างสงสัยเมื่อพบว่ายังไม่มีใครเขามาหลังจากที่ฉิงเทียนเปิดประตูแล้ว
ส่วนหลิวตันที่อยู่ที่หน้าประตูเมื่อได้ยินเสียงของซูเสวี่ย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอก็ได้พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างฝืนๆขึ้นมาทันทีแล้วได้เข็นรถเข็นผ่านฉิงเทียนเข้ามา
ในห้องนั้นซูเสวี่ยต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เห็นหลิวตันเดินเข็นรถให้หลิวไห่เข้ามา
มองไปที่ฉิงเทียนด้วยใบหน้าที่สงสัย ฉิงเทียนจึงได้เล่าให้ซูเสวี่ยฟังเรื่องข้อตกลงของเขาที่จะรักษาหลิวไห่
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนเล่า ซูเสวี่ยก็ได้เดินไปหาหลิวตันแล้วทำตัวเป็นเจ้าบ้านและพูดกับหลิวตันด้วยรอยยิ้ม “คุณหลิวคะ เชิญนั่งตรงนี้ก่อนนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ!” หลิวตันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ตาของทั้งสองสาวกลับจ้องประสานกัน หลังจากที่ผ่านไปได้พักใหญ่หลิวตันก็กลายเป็นผู้แพ้ อย่างไรก็ตามศึกนี้ซูเสวี่ยนั้นเป็นเจ้าบ้าน เธอจึงได้หันหัวไปหาฉิงเทียนและพูดกับฉิงเทียนอย่างอ่อนหวาน “ฉิงเทียน ดิฉันได้พาน้องชายของดิฉันมาให้แล้ว รีบรักษากันเลยเถอะค่ะ”
“คุณจะใจร้อนเกินไปแล้ว!” ฉิงเทียนยิ้มอย่างฝืนๆ แล้วมองไปที่หลิวไห่ที่อยู่บนรถเข็น เขามองไปที่ดวงตาของเขาที่ไร้ความเกลียดชัง และเขาก็ไม่ได้มองไปที่ซูเสวี่ยด้วยสายตาที่อยากครอบครองแบบแต่ก่อนแล้วด้วย กลับกันเขากลับจ้องมาที่เขาด้วยสายตาที่หวาดกลัวอย่างมาก ทำให้เขาสงสัยขึ้นมาในใจ: ก่อนหน้านี้หลิวไห่ยังเกลียดเขามากอยู่เลย แต่ตอนนี้สายตาของเขากลับไร้ซึ่งความเกลียดชังแล้ว ตาของเขาไร้ซึ่งชีวิตชีวาราวกับคนโง่ และสีหน้าของเขาก็ดูทรุดโทรมและซีดเผือดดูน่ากลัวมาก
เขาจึงได้รีบเดินไปหาและจับมือของหลิวไห่ทันที และพบว่าหลิวไห่นั้นมีอาการสั่นเทา ฉิงเทียนจึงได้คิ้วขมวดและจับชีพจรของหลิวไห่
หลิวตันที่อยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นฉิงเทียนคิ้วหมวดก็ได้ถามอย่างกระวนกระวาย “เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“หลิวไห่กินอะไรเข้าไปเนี่ย?” ฉิงเทียนถามขึ้นมา เพราะเขาพบว่าสถานการณ์ของร่างกายของหลิวไห่ตอนนี้อาการหนักมาก ไม่เพียงแต่มีปัญหาที่ช่วงล่างขยับไม่ได้แล้ว ยิ่งไปว่านั้นหลิวไห่ก็ได้ทานยาเข้าไปไม่รู้เท่าไรในช่วงนี้ ถึงแม้ยาเหล่านั้นจะได้ถูกซึมซับและย่อยไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังตกค้างอยู่
“ปล่อยทิ้งเอาไว้สักชั่วโมง ขาของคุณก็จะรู้สึกดีขึ้นมา” ฉิงเทียนพูดอยู่ตรงหน้าของหลิวไห่หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณมาก” หลิวไห่ก็ก้มตัวขอบคุณฉิงเทียน
ฉิงเทียนเองก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาที่หลิวไห่มาขอบคุณเขาเช่นนี้ อย่างไรเสียเขานั้นเป็นคนที่คิดจะฆ่าเขามาก่อน และท่าทีของเขาที่เคยหยิ่งยโส ตอนนี้กลายเป็นคนที่ถ่อมตัวแทน!
ฉิงเทียนนั้นไม่รู้ว่าหลิวไห่นั้นต้องเผชิญกับความหวังและสิ้นหวังสลับไปสลับมาหลายต่อหลายครั้ง จนจิตใจของเขาไม่เหลือสภาพของทายาทเศรษฐีอีกแล้ว ทุกครั้งที่หลิวไห่คิดถึงการกระทำของตัวเองเมื่อก่อนเขาก็รู้สึกขำตัวเองขึ้นมา
โดยเฉพาะกับฉิงเทียน เขานั้นเกลียดฉิงเทียนก็เพราะว่าเขาได้ทำลายแผนการของเขา และเขาก็ได้อยากที่จะฆ่าเขาเพื่อแย่งเอาผู้หญิงของเขามา ต่อมาพอเขาได้ทราบว่าฉิงเทียนนั้นสามารถช่วยเขาได้ แต่เขากลับหัวเราะเยาะใส่เขาเพราะไม่คิดว่าฉิงเทียนจะรักษาเขาได้จริงๆ
หลิวไห่ก็ยังไม่สำนึกตัวจนกระทั่งท้ายที่สุดทุกคนบอกกับเขาว่าหมดหวังแล้ว เขาถึงรู้ตัวว่าตัวเองนั้นเหลวไหลเพียงใด ซึ่งสามารถพูดได้ว่าถึงแม้หลิวไห่จะต้องเผชิญกับความสิ้นหวังอย่างมากในช่วงที่ผ่านมานี้ แต่ในทางกลับกันเขาเองก็ได้เติบโตขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งมันก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวของหลิวไห่เอง ซึ่งถ้าฉิงเทียนรู้เรื่องนี้เข้า เขาคงทำได้แค่หัวเราะอย่างฝืนๆเท่านั้น
ฉิงเทียนเองก็คงอยากให้เขาตาย แต่กลับเลือกที่จะช่วยเขา และทำให้เขาเหมือนได้เกิดใหม่! พบกับโลกที่แสนวิเศษอะไรอย่างนี้!
หลังจากที่ผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง ฉิงเทียนก็ได้ดึงเอาเข็มทั้งหมดที่ฝังอยู่ที่ขาของหลิวไห่ออก
“ตอนนี้คุณลองขยับช่วงล่างของตัวเองดู” ฉิงเทียนพูดขึ้นมา
หลิวไห่ก็ได้ยกขาขึ้นมาอย่างช้าๆ ตอนแรกเขายังขยับอย่างฝืดๆ แต่หลังจากที่ผ่านไปได้สักพักก็เริ่มขยับดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกว่าเขาสามารถขยับขาได้อีกครั้งแล้ว หัวใจของหลิวไห่ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ผ่านไปไม่รู้กี่วันกี่คืน! ในที่สุดเขาก็สามารถขยับขาได้อีกครั้ง!
“ขอบคุณมากจริงๆ และขอโทษที่เคยทำผิดไปเมื่อก่อนด้วย” แล้วหลิวไห่ก็ได้ก้มหัว 90 องศาโดยมีหลิวตันประคองตัวช่วยอยู่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย