บทที่ 16 สวนผลไม้ที่แปลกประหลาด
ฉิงเทียนและซูเสวี่ยนั้นต่างก็จู๋จี๋กันมาตลอดทาง ทำให้จ้าวก่างนั้นรู้สึกอยากที่จะฆ่าคนขึ้นมาเลย นี่มันใช่เวลามาจู๋จี๋กันไหมเนี่ย
ไร่ผลไม้นั้นอยู่ที่ชานเมืองโม๋ตู ซึ่งใช้เวลาขับรถออกมาประมาณ 2 ชั่วโมง ฉิงเทียนมองดูจากข้อมูลที่หวงเห่าได้ให้เขามา
ไร่ผลไม้นี่มีประวัติมายาวนานหลายทศวรรษแล้วและมีมาตั้งแต่ตอนก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมา ในอดีตผลไม้จากไร่ผลไม้นี้เป็นของขึ้นชื่ออย่างมากในเมืองโม๋ตู แต่มาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ผลไม้ของที่นี่ไม่ได้มีชื่อเสียงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ฉิงเทียนคิ้วขมวดและคิดว่ามีอะไรไม่ใช่ เพราะว่าผลไม้นั้นสัมพันธ์กับคุณภาพของแหล่งน้ำ มันจึงน่าสงสัยว่าทำไมผลไม้ที่ปลูกที่นี่ถึงได้อร่อยมาก่อน และรสชาติของผลไม้เองก็ไม่น่าที่จะเปลี่ยนแปลงได้กะทันหันขนาดนั้น
เมื่อเห็นฉิงเทียนคิ้วขมวดและกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซูเสวี่ยก็ได้จับมือเขาแล้วพูดถามอย่างอ่อนโยน “ฉิงเทียน คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ? คิ้วขมวดจวนจะติดกันอยู่แล้วนะ
ฉิงเทียนที่ได้ยินซูเสวี่ยที่กำลังเป็นห่วง เขาก็เลิกคิ้วขมวดและยิ้มตอบ “ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับไร่ผลไม้เท่านั้น”
จ้าวก่าง ที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้าเขาจู่ๆก็พูดประท้วงขึ้นมา: “น้องสี่ พวกนายทั้งสองคนอย่ามารังแกฉันกันแบบนี้สิ ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นแบบนี้นะฉันไม่น่าตอบตกลงมาขับรถให้น้องสี่แต่แรกเลย นี่มันแกล้งกันชัดๆเลยโว้ย”
ฉิงเทียนและซูเสวี่ยต่างก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับคำพูดของเขา
“พี่ก็รีบหาแฟนได้แล้ว!” ฉิงเทียนก็พูดสวนกลับ
แล้วรถก็ได้วิ่งไปยังที่หมายด้วยเสียงสนุกสนานและเฮฮาเช่นนี้
สองชั่วโมงต่อมา
“ที่นี่คือไร่ผลไม้ที่ว่าสินะ! มันกว้างมากเลย แถมอากาศก็สดชื่นมากด้วย เป็นไปได้ก็อยากจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตจังเลยนะ” ซูเสวี่ยยืดแขนและหลับตาของเธอ
เธอเห็นลำธารเล็กๆที่ไหลอยู่ด้านหน้า ซึ่งตัดผ่านถนนที่ฉิงเทียนและคนอื่นๆอยู่ และพบบ้านขนาด 4 คูหาอยู่ด้านหลังของลำธารนั้น และด้านหลังของบ้านหลังนั้นก็มีต้นผลไม้ที่ไกลสุดลูกหูลูกตา
แสงแดดส่องบนน้ำและสะท้อนกับด้านหลังของใบไม้สีเขียว มันทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความอัศจรรย์ใจ ทำให้ผู้คนลืมปัญหาที่วุ่นวายในเมืองกรุงและมีความสุขกับชีวิตที่สงบสุขของกับธรรมชาติเช่นนี้
“นั่นสินะ ในเมืองในไม่มีต้นไม้เลยซักต้น ราวกับต้นไม้ทั้งหมดย้ายมาอยู่ที่นี่เลยนะ” จ้าวก่างเองก็รู้สึกเห็นด้วย
“ถ้าคุณชอบมัน พวกเราค่อยมาที่นี่ทุกๆวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้นะ” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาแบบแสดงความรัก
“เฮ้ย พวกนายเริ่มจะจู๋จี๋กันอีกแล้วนะ น้องสี่รีบไปกันเถอะ” พูดจบ จ้าวก่างก็เดินนำหน้าไปโดยไม่สนใจทั้งสองคนที่อยู่ข้างหลังเขา
ซูเสวี่ยเองก็เดินตามไปอย่างยิ้มๆ ฉิงเทียนเองก็ไม่มีทางเลือกได้แต่ยักไหล่
“โฮ่งๆ” เสียงของสุนัขที่ถูกล่ามเอาไว้ที่ประตูหน้านั้น เมื่อเห็นคนแปลกหน้ามามันก็เห่าเสียงดังทันที
เจ้าของบ้านหลังนี้เมื่อได้ยินเสียงของสุนัขเห่าก็ได้ออกจากบ้านมาทันที
ชายผู้นี้อายุอานามน่าจะราวๆ 50-60 ปี มีใบหน้าคล้ำ บางทีอาจเป็นเพราะทำงานหนักเป็นเวลานาน และมือทั้งสองข้างก็ดูด้านมาก “พวกคุณมาใครเรอะ?” เขาถามฉิงเทียน
ฉิงเทียนจึงเดินออกมาข้างหน้าแล้วตอบกลับไป “คุณลุงครับ พวกเรามาที่นี่เพื่อมาขอซื้อไร่ที่นี่ครับ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คุณลุงคนนั้นก็ได้ตะโกนเข้าไปในบ้าน “ยัยแก่มีแขกมาแน่ะ เตรียมน้ำชาหน่อยซิ” จากนั้นเขาบอกให้ฉิงเทียนและพรรคพวกเข้ามาในบ้านก่อน “สวัสดีฉันชื่อว่าเฉิงเหวิน จะเรียกฉันว่าลุงเฉิงก็ได้”
“ส่วนคนนี้คือภรรยาของฉันชื่อซ่งผิง” เขาพูดถึงผู้หญิงที่อายุน่าจะซัก 40-50 ปีได้ที่อยู่ในบ้าน
ฉิงเทียนและพรรคพวกเดินเข้ามาถึงที่โต๊ะและพูดขึ้น “พวกคุณต้อนรับดีมากเลยครับ”
“ชื่อของผมคือฉิงเทียน ส่วนเขาคนนี้ชื่อว่าจ้าวก่าง และเธอคนนี้ชื่อว่าซูเสวี่ยครับ คุณลุงจะเรียกผมว่าเสี่ยวฉิงก็ได้นะครับ” เขาพูดแนะนำจ้าวก่างและซูเสวี่ย
พวกเขาต่างก็ผงกหัวและทำความรู้จักกัน
เฉิงเหวินนั่งลงอยู่ที่เก้าอี้ของเขาแล้วพูดขึ้น “ฉันไม่ต้อนรับพวกคุณไม่ได้เถ้าแก่ฉิง หัวหน้าของพวกฉันนั้นยังไม่กลับมาเลย บางทีก็อาจจะพรุ่งนี้ พวกคุณคงต้องรอแล้วล่ะ!”
ฉิงเทียนจึงได้โบกมือของแล้วพูดขึ้น “ไม่เป็นไรครับ แต่พวกเรายังไม่ได้ทานมื้อค่ำมาเลย แต่ผมคงต้องรบกวนพวกคุณลุงช่วยหาที่นอนให้พวกเรานอนคืนนี้ทีนะครับ!”
“ไม่มีปัญหา! พวกฉันเองก็ไม่ได้รับแขกมานานมากแล้ว” เฉิงเหวินนั้นยิ้มอย่างเบิกบาน
“มาดื่มชากันก่อนจ๊ะ!” ซ่งผิง ภรรยาของลุงเฉิงได้เดินเข้ามาพร้อมกับถาดแก้วชา
ลุงเฉิงและฉิงเทียนต่างก็สนทนากันขณะที่ดื่มชา
แล้วซ่งผิงก็พูดขึ้นมา “พวกคุณคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวป้าไปทำกับข้าวให้ทานนะ”
เมื่อซูเสวี่ยได้ยินเธอก็กระตือรือร้นบ้าง “ป้าซ่งคะ ให้หนูช่วยป้าทำอาหารนะคะ”
เมื่อซ่งผิงได้ยินว่าซูเสวี่ยจะช่วยเธอทำกับข้าว เธอก็ผงกหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้จ้ะ ไปทำกับข้าวกัน ปล่อยให้พวกผู้ชายเข้าคุยกัน”
ซูเสวี่ยหันไปหาฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน วันนี้ฉันจะให้คุณได้ชิมอาหารฝีมือฉันบ้างล่ะนะ”
ซูเสวี่ยเองก็ผงกหัวและพูดขึ้น “มันฝาดจริงๆด้วย!”
ฉิงเทียนมองดูที่ต้นส้มและพบว่ามีรอยเลือดจางๆอยู่
“ทำไมถึงมีรอยเลือดติดอยู่ที่นี่ได้ และทำไมต้นไม้พวกนี้ถึงได้มีไอปีศาจปนเปื้อนอยู่มากขนาดนี้!” ฉิงเทียนนั้นรู้สึกไม่สบายใจ
ฉิงเทียนคิดว่ามันอาจจะมีอะไรที่เป็นความลับอยู่เขาจึงคิดที่จะกลับมาดูที่รอยเลือดนี่อีกครั้งในตอนกลางคืน
“ฉิงเทียน คุณคิดที่จะซื้อไร่แห่งนี้มาฟื้นฟูจริงๆเหรอคะ?” ซูเสวี่ยถามอย่างกระวนกระวาย!
จ้าวก่างเองก็ได้ให้คำแนะนำกับเขาเช่นกัน “น้อง 4 ผลไม้ของไร่นี้มันแย่มากเลยนะ นายมั่นใจนะว่าจะจัดการมันได้น่ะ”
ฉิงเทียนผงกหัวของเขาอย่างมั่นใจ “แน่นอน! พวกคุณเชื่อใจผมได้เลย” ไม่ว่าทุกคนจะพูดอย่างไรก็ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้เลย
หลังจากที่เดินดูได้สักพัก ทุกคนก็เริ่มเหนื่อย พวกเขาจึงได้พากันเดินกลับ
เมื่อกลับมาถึงที่บ้าน ซ่งผิงก็บอกว่า “คุณฉิง ห้องของคุณเรียบร้อยแล้วนะ แต่ที่นี่มีเหลือแค่ 2 ห้องเท่านั้น”
ทันทีที่จ้าวก่างได้ยินเช่นนี้ เขาก็พูดขึ้นมา “ฉันขอห้องหนึ่งก็แล้วกัน ปล่อยให้คู่รักคู่นี้นอนด้วยกันไป” พูดจบเขาก็ยึดไปห้องหนึ่งแล้วปิดประตูดัง “ปัง”
เมื่อเห็นท่าทีของจ้าวก่าง ฉิงเทียนก็มองมาทางซูเสวี่ยอย่างอดไม่ได้ ในเวลานี้ ซูเสวี่ยได้เดินเข้าไปในห้องก่อนด้วยใบหน้าที่แดงแจ๋ ฉิงเทียนเองก็เกาหัวแล้วเดินตามเข้าไป
มองดูท่าทีของพวกเขา ซ่งผิงก็พูดพร้อมกับยิ้ม “หนุ่มสาวน่ะจะยังอายก็ได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ”
ในห้องซูเสวี่ยนั่งลงที่เตียงและมองฉิงเทียนที่เข้าห้องมา ด้วยใบหน้าที่เขินอายและยั่วยวน “คุณนอนที่พื้นนะฉิงเทียน!”
มองดูรูปร่างของซูเสวี่ย ฉิงเทียนจึงอยากที่จะหยอกล้อกับเธอจึงได้ยิ้มและพูดขึ้นมา “เสวี่ยเอ๋อ คุณจะปล่อยให้ผมนอนกับพื้นจริงๆเหรอ?” ขณะที่พูดเขาก็เดินเข้าไปหาซูเสวี่ย
ซูเสวี่ยมองดูฉิงเทียนที่เดินเข้ามา เธอก็ได้ถอยไปข้างหลังโดยที่ไม่รู้ตัว
ในเวลานี้ ซูเสวี่ยนอนลงบนเตียง ใบหน้าของเธอก็เร่าร้อนขึ้นมาและมือของเธอก็จับเสื้อผ้าของเธอเอาไว้ ฉิงเทียนนั้นเข้าใกล้เธอห่างแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น และจ้องมองมาที่ซูเสวี่ย ทันใดนั้นเองประตูก็เปิดออกมาดังปัง
“ฉันไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละ” พูดจบประตูก็ปิดไป สีหน้าของจ้าวก่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
ในเวลานี้ ฉิงเทียนไม่ได้สนใจเสียงของจ้าวก่าง เพราะริมฝีปากของเขานั้นกำลังจูบอยู่กับริมฝีปากของซูเสวี่ย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย