บทที่ 160 คิดว่าเป็นแมวป่วยงั้นเหรอ?
“เป็นใครกัน?” ฉิงเทียนถาม ใครกันที่กล้ามาปลอมตัวเป็นคนอื่นในสวรรค์กัน
“ไม่ต้องกังวลนะ นายท่านข้าจะหาให้ได้ว่าเขาคือใครเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดจบก็ใช้ 2 นิ้วหมุนไปตามเข็มนาฬิกา 3 รอบและอีกหมุนทวนเข็มนาฬิกาอีก 3 รอบในอากาศ แล้วจากนั้นก็มองเข้าไปที่ดวงตาของเธอ จากนั้นเพ่าฝูก็ได้คิ้วขมวดพร้อมกับแสงสีขาว
“นายท่านเจ้าคะ คนคนนี้คือหั่วเอี๋ยนเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดอย่างไม่พอใจ “หั่วเอี๋ยนคนนี้ตั้งใจมาก่อปัญหาในนายท่านเจ้าค่ะ ขอให้นายท่านสั่งมาข้าจะใช้ฟ้าผ่าหัวเขาเองเจ้าค่ะ!”
“ไม่, ไม่” ฉิงเทียนพูดห้ามก่อน ผู้ที่มันจะแปลกมากเกินไปที่จะจู่ๆมีฟ้าผ่าท่ามกลางวันแดดออกเช่นนี้
“นายท่านของคุณ มีวิธีที่จะจัดการกับเขาอยู่” ฉิงเทียนพูดอย่างมีลับลมคมใน หั่วเอี๋ยนมาก่อปัญหาให้เขาซ้ำแล้วซ้ำอีก หั่วเอี๋ยนคงคิดว่าตัวเขาเป็นมนุษย์แล้วจะทำอะไรเขาไม่ได้แน่ๆ
เขาจึงได้ก้าวขาเดินไปหาหัวเอี๋ยน ผู้ซึ่งได้ปลอมตัวเป็นหั่วหวา เขามองไปที่หัวเอี๋ยนด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายบนใบหน้าของเขา แล้วเขาก็ถามด้วยเสียงฟังชัด “เทพน้อยตนนี้มาจากตระกูลไหนอย่างนั้นรึ?”
เทพน้อยเสี่ยวเยว่ที่อยู่ข้างๆมองดูฉิงเทียนที่ถามเขาว่าหั่วหวาที่หัวเอี๋ยนสวมรอยอยู่นั้นมาจากที่ไหนกัน แล้วสงสัยว่าฉิงเทียนนั้นถามเขาทำไม? ไม่ใช่ว่าเขาได้บอกฉิงเทียนไปแล้วเหรอ?
ตอนที่หั่วเอี๋ยนมองเห็นฉิงเทียนเดินมาหาเขา เขาก็รู้สึกได้ว่าฉิงเทียนเดินมาเพื่อขอร้องเขาแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงได้หันหัวไปหาฉิงเทียนและพูดอย่างภาคภูมิใจ “นายท่านของข้าบอกไปเจ้าก็คงกลัวจนตายแน่ เขาก็คือหั่วเต๋อซิงจวิน ผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมไฟบนโลกยังไงล่ะ”
“โอ้ ที่แท้ก็เป็นเทพรับใช้ของหั่วเต๋อซิงจวินนี่เอง” ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นพูดอย่างชื่นชม
“ตอนนี้เจ้าคงเริ่มกลัวแล้วล่ะสิ ให้พวกเราทั้งหมดเข้าร่วมงานลูกท้อเสียจะดีกว่า” เขามองไปที่ฉิงเทียน แล้วพูดข่มขู่ฉิงเทียนด้วยน้ำเสียงที่ดูหมิ่น
ส่วนเทพน้อยคนอื่นๆก็ตกใจแล้วส่วนใหญ่ก็หันมามองที่ฉิงเทียนด้วยความดูถูก “เจ้ามนุษย์ เจ้าจะต้องให้พวกเราเข้าร่วมงานเลี้ยงลูกท้อเสียดีๆ” พวกเขาพูดขึ้นมาราวกับว่าถ้าไม่ได้อย่างที่พวกเขาต้องการ ได้จบไม่สวยแน่
“นายท่านเจ้าคะ คนพวกนี้ทำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” เพ่าฝูพูดอย่างโกรธจัด ในขณะที่นายท่านของเพ่าฝูนั้นกลับไม่มีทีท่าโกรธอะไร
ฉิงเทียนยังคงมองดูพวกเขาด้วยยิ้มในปากของเขา แต่เป็นรอยยิ้มที่ยิ่งดูยิ่งชั่วร้ายมาก
“เพ่าฝู เธอมีวิธีทำให้หั่วเอี๋ยนคงสภาพการแปลงร่างไว้บ้างไหม?” ฉิงเทียนถามขึ้นมา เขานั้นกำลังแกล้งทำเป็นไม่ทำอะไร เพื่อให้พวกเขาตายใจมองเห็นเขาเป็นแมวป่วย
ฉิงเทียนได้ตัดสินใจที่จะหาทางจัดการกับหั่วเอี๋ยนก่อน แล้วตามด้วยเหล่าเทพน้อยที่นิสัยไม่ดีเหล่านี้ เขาอุตส่าห์เสนอโอกาสให้พวกเขาได้เข้างานเลี้ยงลูกท้อด้วยความปรารถนาดีทั้งที แต่พวกเขากลับฉวยโอกาสและข่มขู่เขา
เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้นั้นได้ก็ได้กรอกตากลมโตแสนสวยของเธอไปมาก่อนจะพูดอย่างตื่นเต้น “นายท่านเจ้าคะมียาตัวนี้อยู่เจ้าค่ะ ซึ่งสามารถคงรูปลักษณ์ของผู้ที่กำลังแปลงร่างอยู่ให้คืนกลับร่างเดิมไม่ได้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงอยู่เจ้าค่ะ”
“แต่นายท่านจะเอามาใช้ยังไงเหรอเจ้าคะ?” เพ่าฝูถามอย่างดุดัน
“หึ เพ่าฝูคอยดูก็แล้วกัน” ฉิงเทียนพูดอย่างลึกลับ และมองไปที่หั่วเอี๋ยนด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย ราวกับกำลังมีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ในชั่วขณะนั้นเอง ก็ได้มียาขนาดเล็กสีแดงปรากฏขึ้นมาในมือของฉิงเทียนเมื่อเพ่าฝูได้ทำการสั่งซื้อสินค้ามา
ฉิงเทียนได้ถือยาเอาไว้ในมือของเขาแล้วซ่อนเอาไว้ข้างหลังโดยที่ไม่มีใครเห็น จากนั้นก็ได้เดินไปที่หั่วเอี๋ยนแล้วแกล้งทำราวกับว่าเขานั้นกำลังกังวลมากแล้วพูดขึ้นว่า “เทพน้อยหั่วหวา เจ้ารู้ไหมว่าควรจะทำอย่างไรดี?”
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่มาพูดขอร้องเขา หั่วเอี๋ยนก็ได้ยิ้มอย่างดูถูก แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างหยิ่งผยองโดยมีสองมือประสานไว้ที่ท้ายทอยแล้วพูดขึ้น “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ” แต่จริงๆแล้ว เขาแอบคิดใครใช้ให้เจ้าเอาตราประทับของข้าไปกันล่ะ
โดยปกติที่คนอื่นๆเคารพพวกเขานั้น เป็นเพราะต้องการไว้หน้าเจ้านายของพวกเขา ถ้าเกิดพวกเขาถูกฉิงเทียนฆ่าตายขึ้นมา อย่างมากที่สุดเขาก็แค่ถูกไล่ออกเท่านั้น หาได้มีความยุติธรรมอยู่ในโลกนี้ไม่
ซึ่งสิ่งที่แสดงยศตำแหน่งของเขาในสวรรค์นั้นได้ก็คือตราประทับของเขา ซึ่งเป็นของที่มีค่ามากมันเป็นสมบัติที่ถูกมอบให้โดยสวรรค์ เพื่อแสดงว่าตำแหน่งในระดับหนึ่งในสวรรค์
“หั่วเอี๋ยน แกรนหาที่เองนะ” ฉิงเทียนแอบพูดอย่างดีใจ แต่ที่ใบหน้าของเขานั้นยังมีสีหน้าที่จริงจังแล้วพูดขึ้น “หั่วหวา เจ้าบังอาจมาพูดก่นด่าเจ้าหน้าที่ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องช่วยท่านหั่วเต๋อซิงจวินสั่งสอนเจ้าเสียแล้ว”
เขาพูดพร้อมกับถ่ายพลังวิญญาณลงไปในตราประทับ แล้วหลังจากที่ตราประทับได้รับพลังวิญญาณของฉิงเทียนไปนั้น
จู่ๆก็มีแสงสีทองส่องสว่างไปรอบ และแสงนั้นก็ได้ส่องขึ้นมาเฉพาะในดวงตาของฉิงเทียน
แล้วเหล่าเทพน้อยที่อยู่ที่ลานกว้างนั้น รวมถึงหั่วเอี๋ยนก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ส่งมายังตัวของพวกเขา ราวกับว่ามีภูเขากำลังมากดทับร่างของพวกเขาเอาไว้อยู่และทำให้พวกเขาหายใจไม่ค่อยออก
“ฮ่าๆ นายท่านนี่ช่างร้ายกาจจริงๆ” เมื่อเห็นเพ่าฝูที่เอามือกุมท้องหัวเราะและพูดด้วยรอยยิ้มออกมานั้น ในเวลานี้เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้านายของเธอถึงได้ให้ซื้อยานั้นให้หั่วเอี๋ยน
เขานั้นต้องการที่จะสั่งสอนหั่วเอี๋ยน ซึ่งในเวลานี้หั่วเอี๋ยนนั้นอยู่ในร่างของหั่วหวา แต่ถ้าหัวเอี๋ยนกลับคืนร่างเดิมเมื่อไรฉิงเทียนก็จะไม่สามารถทำได้แน่ อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงทายาทของเทพเลยทีเดียว และพ่อของเขาก็เป็นหั่วเต๋อซิงจวินด้วย
และตอนนี้หั่วเอี๋ยนไม่สามารถเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นหั่วเอี๋ยนได้ จากนั้นฉิงเทียนจึงได้ทำร้ายเทพเด็กตนนั้น ซึ่งต่อให้หั่วเต๋อซิงจวินรู้เรื่องก็ยังยากที่จะพูดอะไรได้อยู่ดี
เหล่าเทพน้อยลงไปหมอบอยู่กับพื้น มีเพียงฉิงเทียนที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น สายตาของเขานั้นทำให้เหล่าเทพน้อยต้องสั่นกลัว ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าไม่ว่าจะเป็นที่ไหนขอแค่มีอำนาจจะทำอะไรก็เป็นเรื่องง่าย
เหล่าเทพน้อยที่ดูถูกและหัวเราะเยาะเขาเมื่อสักครู่นั้น ในเวลานี้ต้องมาคุกเข่าตรงหน้าเขาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย