บทที่ 190 มังกรวารี
จากที่ได้ฟังวิธีการใช้มาแล้ว ฉิงเทียนก็ได้หลับตาลงช้าๆแล้วเคลื่อนย้ายสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์อื่นๆออกจากหัวของเขา แล้วจากนั้นก็ตั้งสมาธิแล้วส่งพลังวิญญาณจากร่างกายของเขาไปยังตาทั้งสองข้างแทน
เมื่อฉิงเทียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็ได้ส่องแสงออกมา ราวกับดวงตาทองคำของซุนหงอคง!
“ว้าว!” ฉิงเทียนอุทานขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ในเวลานี้ตาของฉิงเทียนได้มองลงไปในทะเลสาบ น้ำที่อยู่ในทะเลสาบนั้นไม่สามารถกีดขวางสายตาของฉิงเทียนได้อีกแล้ว เมื่อสายตาของเขาต้องไปยังทะเลสาบ ทะเลสาบก็ได้กลายเป็นโปร่งใส สามารถมองทะลุผ่านชั้นของน้ำทะเลสาบไปได้เลย จนฉิงเทียนสามารถมองเห็นก้นทะเลสาบได้
ที่ก้นทะเลสาบนั้น ฉิงเทียนนั้นมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ปลาสักตัว ไม่เห็นแม้แต่สาหร่ายหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆด้วยซ้ำ
“ทำไมถึงไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้เลยนะ?” ฉิงเทียนรู้สึกสงสัย ซึ่งว่ากันตามหลักแล้วมันไม่น่าเป็นไปได้เลย น้ำในโลกเซียนนั้นคือน้ำวิญญาณที่อุดมไปด้วยพลังเซียน ก่อนหน้านี้เขาเคยเทน้ำวิญญาณที่เขาซื้อมาจากถาวเป่าสวรรค์ลงไปผสมกับน้ำบนโลกแล้วใช้รดน้ำต้นไม้ แล้วผลไม้ที่ออกมานั้นมีรสชาติที่ดีมากและตอนนี้ไร่ผลไม้ของเขาก็ทำเงินให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำด้วย
ฉิงเทียนไม่เชื่อว่าเขาจะมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอะไรเลยในทะเลสาบแห่งนี้ เขาจึงได้กวาดสายตาไปมามองดูในทะเลสาบนี้จนทั่ว
ช็อก! ช็อก! ฉิงเทียนช็อกตาตั้งในสิ่งที่เขาเห็น มันเป็นงูสีฟ้าขนาดมหึมาที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ด แต่จะบอกว่ามันเป็นงูก็คงจะไม่ใช่ ที่หัวของมันนั้นมีเขาคลายมังกร และตรงบริเวณท้องก็มีส่วนที่ยื่นออกมาด้วย
“หรือว่ามันจะเป็นมังกรวารี?” ฉิงเทียนรู้สึกประหลาดใจ
มีมังกรอยู่สองประเภทหลักๆ หนึ่งคือมังกรที่แท้จริง มังกรเหล่านี้เป็นมังกรที่ถือกำเนิดมาจากมังกรด้วยกัน จะมีอิทธิฤทธิ์ที่เหนือธรรมดามาก ยกตัวอย่างก็ราชามังกร 4 คาบสมุทรซึ่งเหล่านั้นล้วนเป็นมังกรที่แท้จริง ส่วนอีกประเภทคือมังกรวารี มังกรวารีนั้นไม่ใช่ทั้งมังกรและงู เป็นสถานะของงูที่อยู่ในระหว่างกำลังจะกลายเป็นมังกร พวกมันมีสายเลือดของมังกรไหลเวียนอยู่ในตัวของพวกมัน ซึ่งถ้ามีโอกาสเหมาะๆมันก็สามารถกลายร่างกลายเป็นมังกรวารีก่อนแล้วจึงกลายร่างเป็นมังกรที่แท้จริงได้ถ้าหากมันรอดชีวิตจากการทดสอบมังกรได้ บางครั้งมันก็ถูกเรียกอีกอย่างว่ามังกรดิน
ฉิงเทียนรู้สึกทึ่งมากเพราะเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นมังกรของจริงเข้า ถึงแม้ว่าจะยังเป็นแค่มังกรวารีก็เถอะ แต่มันก็ยังถือเป็นมังกรอยู่ดี ซึ่งเป็นเหมือนกับมังกรจีนที่สลักอยู่ตามเสา ในใจของเขานั้นมังกรถือเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่มาก!
จู่ๆ มังกรที่อยู่ในก้นทะเลสาบก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังแอบมองมันอยู่ เมื่อมันเงยหน้าที่ดุดันขึ้นมา ก็ได้เกิดคลื่นขนาดใหญ่บนทะเลสาบ และดวงตาขนาดเท่าระฆังทองเหลืองทั้งสองข้างของมันก็ได้จ้องมาที่ดวงตาของฉิงเทียน
แล้วในชั่วพริบตานั้น ฉิงเทียนก็ได้รู้สึกเบลอไปชั่วขณะ แล้วตาของเขาก็ได้หลับลงทันที แล้วเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ความสามารถของเนตรมองทะลุก็ไม่ทำงานแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? หรือมังกรวารีตัวนั้นจะเห็นเราเมื่อสักครู่” ฉิงเทียนรู้สึกขนลุกขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผชิญกับแรงกดดันที่มากเช่นนี้
ถึงแม้ว่าซุนหงอคงกับเทพเอ้อหลางนั้นจะทรงพลังมากกว่ามังกรวารีตัวนั้นก็ตามที แต่พวกเขานั้นถือว่าฉิงเทียนเป็นเหมือนน้องชายของพวกเขา พวกเขาจึงไม่ได้ปล่อยพลังกดดันวิญญาณของพวกเขาออกมา นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉิงเทียนรู้สึกได้ถึงพลังกดดันวิญญาณของผู้มีพลังระดับเซียน
“อา ดูเหมือนว่าเนตรมองทะลุนี่เราคงทำได้แค่เก็บเอาไปลองใช้ตอนกลับไปที่โลก” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่มีทางเลือกและได้แต่คิด ระดับพลังของเขานั้นช่างต้อยต่ำเกินไปในโลกเซียน ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถไปมองคนอื่นได้ง่ายๆแน่ เขาไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาถ้าเกิดเขาถูกจับได้อีก!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนจึงได้ระงับความรู้สึกสนุกนี้เอาไว้ก่อนแล้วหันหน้ากลับไปมองดูฮ่าวอวิ๋น
ในเวลานี้ ฮ่าวอวิ๋นนั้นกำลังมองดูวิดีโอสาธิตในโน้ตบุ๊คที่อยู่ตรงหน้าเขาอยู่ แล้วมือกับตัวก็ได้ขยับไปโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก
ฉิงเทียนก็ได้ถอนหายใจออกมาเมื่อได้เห็นเช่นนี้ “ก็เป็นคนที่ตั้งใจดีไม่เลวนะ แต่ทำไมยามปกติถึงได้เป็นคนที่วุ่นวายเช่นนั้นได้นะ”
แล้วฮ่าวอวิ๋นก็ได้เลิกมองจอโน้ตบุ๊ค จากนั้นก็ลูบหัวของตัวเองแล้วพูดขึ้นมา “น่าจะทำได้นะ”
อะไรคือ น่าจะทำได้? ฉิงเทียนคิดในใจอย่างตกใจ เขาเพิ่งจะดูวิดีโอสาธิตไปไม่นานแล้วยังไม่ได้ลองลงมือทำเลยเนี่ยนะ
มองไปที่สีหน้าที่สงสัยของฉิงเทียน ฮ่าวอวิ๋นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา และได้ถอยหลังออกมาห่างๆ แล้วทันทีที่เพลงจังหวะฮิป-ฮอปดังขึ้นมา ร่างกายของนางก็ได้เริ่มเต้นไปตามจังหวะเพลง
ฉิงเทียนที่มองดูจากข้างๆ ก็รู้สึกทึ่งอย่างมาก ซึ่งเต้นได้ดีกว่าคนที่สอนในวิดีโอเสียอีก
ท่าทางของนางนั้นดีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีจุดติดขัดเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วยังมีหน้าตาที่หล่อเหลาอีกต่างหาก ฉิงเทียนเชื่อว่าถ้าหากพวกผู้หญิงบนโลกเห็นเขา พวกนางคงได้กรี๊ดกันอย่างบ้าคลั่งแน่: เท่…..
เมื่อเห็นว่าฮ่าวอวิ๋นนั้นคงไม่ยอมที่จะปล่อยเขาไปง่ายๆแน่ ถ้าเขาไม่ทำให้นางพอใจได้เสียก่อน ฉิงเทียนก็ถอนหายใจออกมา
แล้วเขาก็คิดอย่างอ่อนแรง: ระดับวิชาของเขานั้นสูงสู้ฮ่าวอวิ๋นไม่ได้ แล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าเกิดฮ่าวอวิ๋นลงมือชิงพรหมจรรย์เขาขึ้นมา เขาคงไม่รอดแน่
เพื่อรักษาพรหมจรรย์ของร่างกายเขา “เล่าก็ได้” ฉิงเทียนก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจเท่าไร ถ้าหากเรื่องนี้ถูกรู้เข้าโดยเหล่าคนหนุ่มที่มีความสามารถบนสวรรค์แล้วละก็
ฉิงเทียนคงได้ถูกรุมด่าอย่างแน่นอน นี่เป็นถึงเจ้าหญิงลำดับที่แปดบนสวรรค์เลยนะ ขอให้เล่าเรื่องให้ฟังเท่านั้น แต่กลับทำเป็นอิดออดอยู่ได้ โชคดีขนาดไหนแล้วแท้ๆแต่กลับไม่รู้ถึงโชคดีอันนั้น
แน่นอนว่า ฉิงเทียนไม่ได้รู้เรื่องนี้เลยและเขาเองก็คิดมากเกินไปด้วย เขาจึงได้นั่งลงและพูดกับฮ่าวอวิ๋นอย่างเหนื่อยอ่อน “อยากจะฟังเรื่องแบบไหนล่ะ?”
ฮ่าวอวิ๋นจับคางของนางแล้วคิด แล้วดวงตาที่ชาญฉลาดทั้งสองข้างของนางก็ได้จับจ้องมาที่ฉิงเทียนแล้วยิ้ม “ท่านอาจารย์ ขอแค่เรื่องที่ท่านเล่าเป็นเรื่องจากโลกเบื้องล่าง ข้าก็อยากฟังหมดแหละ!”
เขาจะเล่าเรื่องอะไรดีนะ ฉิงเทียนคิดและมองไปที่สายตาที่คาดหวังของฮ่าวอวิ๋นแล้ว ก็คิดว่าทำไมเขาไม่เล่าพวกเทพนิยาย หลอกล่อให้นางยอมปล่อยเขาเสียล่ะ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฉิงเทียนก็กระแอมและเริ่มพูด “งั้นวันนี้ผมจะเล่าเรื่องเจ้าชายกับซินเดอเรลล่าก็แล้วกัน”
“อะไรคือเจ้าชาย และอะไรคือซินเดอเรลล่า!” ฮ่าวอวิ๋นถามอย่างสงสัย
“คุณไม่รู้จักเจ้าชายกับซินเดอเรลล่างั้นเหรอ?” ฉิงเทียนมองไปที่ฮ่าวอวิ๋นอย่างช่วยไม่ได้
ฮ่าวอวิ๋นส่ายหัวไปมาแล้วพูดอย่างจริงจัง “ข้าไม่รู้จริงๆ ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย