บทที่ 214 งานเลี้ยงลูกท้อ(1)
แต่ทว่าฉิงเทียนเองก็มีสิ่งที่สำคัญมากต้องจัดการในคืนนี้เหมือนกัน นั่นคืองานเลี้ยงลูกท้อ! ซึ่งงานนี้สำคัญกับเขามาก ไม่เพียงแต่เรื่องของธุรกิจในร้านถาวเป่าสวรรค์ของเขาแล้ว แต่ยังเป็นวันที่เขาสามารถอยู่ในโลกเซียนได้ราวกับปลาอยู่ในน้ำ
งานเลี้ยงลูกท้อนี้ยังมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับเขามากที่สุดคือ ถ้างานสำเร็จลุล่วงดี ฉิงเทียนเชื่อว่ากระแสของสิ่งของบนโลกก็จะพัดผ่านบนสวรรค์อยู่ในโลกเซียนอยู่พักใหญ่ๆแน่นอน!
แล้วธุรกิจร้านค้าของเขาก็จะทะยานพุ่งขึ้นสูงอย่างแน่นอน แค่คิดฉิงเทียนก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว แล้วไหนจะตำแหน่งบนสวรรค์ที่ไท่ไป๋จินซิงจะให้อีกที่สำคัญที่สุด!
ฉิงเทียนหลับตาลงทั้งสองข้าง แล้วสติของเขาก็ได้จมลงไปในทะเลความรู้ แล้วสัมผัสไปที่ตราประทับทองคำของเขา!
จู่ๆก็ส่องแสงสีทองออกมา ฉิงเทียนก็พลันรู้สึกว่าสติของเขาหยุดนิ่งไป เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้ง ฉิงเทียนก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่บนสวรรค์แล้ว
และตำแหน่งที่ถูกส่งมาในครั้งนี้ก็แตกต่างไปจากสองครั้งก่อนด้วย ตอนนี้เขาอยู่ที่ด้านนอกลานกว้างของเมืองสวรรค์
ที่ด้านนอกของลานกว้างนั้น ในเวลานี้มีผู้คน(ผู้เซียน)เดินผ่านไปผ่านมาขวักไขว่ไปหมด และหนาแน่นไปด้วยผู้คน ดูแล้วน่าจะเยอะกว่าผู้คนในฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศจีนตอนวันหยุดเสียอีกนะเนี่ย ฉิงเทียนจึงได้พูดออกมา “อย่างว่าแหละจะเอาไปเทียบกับงานเลี้ยงบนโลกได้อย่างไร?”
ฉิงเทียนมองดูฝูงชนที่อยู่ในงานต่างพากันทยอยเข้าไปในงานเลี้ยงลูกท้อส่วนใน แล้วเขาก็แอบคิดในใจ: ไม่ใช่ว่างานเลี้ยงลูกท้อถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนส่วนนอกส่วนในหรอกเหรอ? แล้วมีเพียงเจ้าหน้าที่สวรรค์บางคนกับผู้มีอิทธิพลบางคนถึงจะได้เข้าไปในส่วนใน แล้วคนเหล่านี้ทั้งหมดคือคนที่จะเข้าไปที่งานเลี้ยงลูกท้ออย่างนั้นเหรอ?
ฉิงเทียนรู้สึกตกใจมาก ไม่ใช่ว่ารับสูงสุด 100,000 คนไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ก็มีมากัน 50,000 คนแล้ว นี่องค์เง็กเซียนจะได้รายรับเท่าไรกันเนี่ย?
แล้วก็มีเสียงดังอื้ออึงมาจากทุกด้าน ต่างก็ถกเถียงคุยกันสัพเพเหระ
“พวกเจ้าได้ยินเรื่องนี้บ้างหรือไม่? ที่งานเลี้ยงลูกท้อครั้งนี้จะแตกต่างจากครั้งก่อนๆ ดูเหมือนว่ามีการแสดงใหม่ๆมากมายเลยนะ
“ใช่ ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าไท่ไป๋จินซิงไปได้การแสดงนี้มาจากที่ไหน ได้ยินว่าเป็นการแสดงที่ไม่เคยมีในโลกเซียนมาก่อนนะ!” เหล่าเซียนคู่หนึ่งคุยกันซึ่งดูเหมือนจะรู้เรื่องภายในมาบ้าง
แต่เซียนอีกคนที่อยู่ใกล้ๆกลับทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อแล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าไปได้ยินจากที่ไหนมาข้าถามหน่อย งานเลี้ยงลูกท้อนี้ควรจะมีการเก็บความลับอย่างเข้มงวดไม่ใช่รึไง? แล้วเรื่องของการแสดงจะรั่วออกมาได้อย่างไร!”
“ข้าเองก็ไม่ทราบไปมากกว่านี้เช่นกัน! พ่อของข้าแอบบอกกับข้าว่าเขาเห็นไท่ไป๋จินซิงได้ทูลขอตำแหน่งระดับ 9 มาให้เซียนผู้หนึ่งล่ะ ซึ่งเขาคนนั้นมาช่วยเขาในการจัดงานเลี้ยงลูกท้อในครั้งนี้!”
พอพูดเรื่องนี้ออกมาแล้ว เซียนคนนั้นก็ได้ก้มหน้าลงมาเหมือนกำลังทำอะไรเป็นการลับ “ข้าได้ยินมาว่าเขาได้ไปทำให้ท่านหั่วเต๋อซิงจวินต้องโกรธเข้าก็เพราะเรื่องนี้”
“จริงรึ?” แล้วเซียนทั้งสามคนนั้นก็ซุบซิบนินทากัน
“ข้าจะโกหกไปทำไม และข้าก็รู้มาด้วยว่าตำแหน่งที่ไท่ไป๋จินซิงทูลขอไปนั้น แท้จริงแล้วเขาเอาไปให้มนุษย์!”
“อะไรนะ มนุษย์เรอะ?”
“เจ้าพูดอะไรไร้สาระ มนุษย์จะมาเป็นเจ้าหน้าที่สวรรค์ได้เยี่ยงไร เรื่องเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่สวรรค์ก่อตั้งขึ้นมาเลยนะ!” เซียนที่อยู่ใกล้ๆก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อ และเซียนอีกคนก็มองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่ไม่เชื่อเช่นกัน!
เมื่อเห็นว่าสหายรอบตัวเขาทำท่าไม่เชื่อเขา เซียนอ้วนคนนั้นก็ได้พูดอย่างกระวนกระวาย “แล้วข้าจะโกหกพวกเขาไปทำไม? นี่เป็นเรื่องที่หั่วเอี๋ยนพูดออกมาเอง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่ไท่ไป๋จินซิงทูลขอไปนั้นเป็นตำแหน่งที่พ่อของเขาหั่วเต๋อซิงจวินทูลขอเอาไว้ก่อน พวกเจ้าคิดว่านี่เป็นเรื่องจริงไหมล่ะ?”
“อาจจะจริงก็ได้! เจ้ามนุษย์คนนี้ช่างโชคดีจริงๆ! อย่างพวกเราเองต่างก็ล้วนเป็นเซียน พวกเรามีชีวิตมาก็ไม่ต่ำกว่าพันปีแล้ว แต่พวกเรากลับยังไม่มีใครได้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บนสวรรค์เลย แต่เขาที่เป็นแค่มนุษย์ตัวจ้อยแต่กลับได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 9 ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้
เมื่อได้ยินเรื่องที่พวกเขาซุบซิบนินทากันแล้ว ฉิงเทียนก็ได้แอบยิ้ม: ไม่นึกเลยว่าเขานั้นจะได้ตกเป็นเป้าสนทนาไป เขานี่มีชื่อเสียงจริงๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน!
และเซียนส่วนใหญ่ที่คุยกันเรื่องนี้นั้นก็น่าจะเป็นพวกทายาทเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ ก็คงมีเพียงพวกเขาที่จะเข้าถึงความลับเหล่านี้ได้
“และในปีนี้ ข้าใช้ไปแล้ว 120,000 หินเซียน 120,000 หินเซียนเลยนะ! เพื่อที่ข้าจะได้เข้ามาที่งานนี้เพื่อรอชมการแสดงใหม่โดยเฉพาะ” แล้วเซียนอ้วนก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด
และเซียนเฒ่าคนแรกที่คุยกับเขาก็หัวเราะและอธิบาย “งานเลี้ยงลูกท้อนั้นจะเปิดอีกในครึ่งชั่วยาม และจะมีทหารสวรรค์มาตรวจตั๋วเข้างานของพวกเรา”
“ตั๋ว? มันคืออะไรเหรอครับ?” ฉิงเทียนได้ถามกลับไป ต้องมีตั๋วเข้างานด้วยเหรอ ไท่ไป๋จินซิงไม่เคยเห็นบอกเขาเลย!
“เจ้าไม่รู้แม้กระทั่งตั๋วเข้างานงั้นเหรอ ไอ้หนูยาจกนี้ไปหลุดมาจากประเทศไหนมาเนี่ย!” เซียนคนนั้นพูดล้อเลียนฉิงเทียนอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน
“ตั๋วก็คือบัตรสำหรับใช้เข้างานเลี้ยงลูกท้อน่ะสิ” ขณะที่เขาพูดอยู่ เซียนเฒ่าก็ได้หยิบเอาบัตรขนาดพอๆกับบัตรประชาชนออกมาจากแหวนเก็บของ ที่บัตรมีรูปลูกท้อขนาดใหญ่และชัดเจนติดอยู่ด้วย
แล้วเซียนเฒ่าก็พูดอย่างภาคภูมิใจ “เจ้าสิ่งนี้คือ 1 ในแสนใบที่แจกจ่ายโดยทางสวรรค์ให้กับคนทั่วไป ข้าซื้อมาจากตลาดด้วยความยากลำบาก ข้าต้องจ่ายไปถึง 120,000 หินเซียน นี่ขนาดเป็นราคามิตรภาพนะ!”
ฉิงเทียนมองไปที่ตั๋วใบนี้ที่มีมูลค่ามากถึง 120,000 หินเซียน ดูเหมือนว่าเขาคงไม่มีทางหาเงินได้ขนาดนี้แน่!
และนอกจากนี้ดูเหมือนว่าบัตรใบนี้จะเข้าได้งานเลี้ยงส่วนนอกเท่านั้นด้วยและไม่สามารถเข้าไปในงานส่วนในได้ มันคุ้มค่าแล้วอย่างนั้นหรือ? ฉิงเทียนพูดอย่างสงสัยในใจ!
ราวกับว่าเซียนเฒ่าคนนั้นรู้ว่าฉิงเทียนกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงได้ยิ้มและอธิบาย “เจ้าหนุ่ม อย่าคิดว่า 120,000 หินเซียนนั้นมันแพงมากเกินไป จริงๆแล้วนี่ถือว่าถูกมากเลยนะ เจ้าลองไปถามคนแถวๆนี้ดูว่าซื้อตั๋วมาราคาเท่าไร อาจจะมีบางคนที่ราคา 200,000 หินเซียน เพราะตอนนี้ขาดตลาดไปแล้ว!”
“ทำไมมันถึงได้แพงขนาดนี้เนี่ย? ไม่ใช่ว่ามีแค่อาหารธรรมดาๆกับชมการแสดงเฉยๆหรอกเหรอ ไม่ได้กินลูกท้อสวรรค์ด้วยซ้ำ!” ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นถาม
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนถามเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมา โดยเฉพาะคนที่ดูถูกฉิงเทียนเมื่อสักครู่ก็หัวเราะหนักกว่าอีก สีหน้าของเขาเหมือนคนที่กำลังดูตัวตลกทำให้หัวเราะแล้วพูดขึ้น “เจ้าหนู เจ้านี่มันช่างไร้เดียงสาและไร้ความกลัวจริงๆ! ใครเขามางานเลี้ยงลูกท้อเพื่อทานอาหารกันเล่า?”
ส่วนเซียนเฒ่าก็แค่ส่ายหัวโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไร และเหล่าเซียนรอบๆที่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นไม่มีตั๋วต่างก็ไม่สนใจเขา แล้วก็คุยสัพเพเหระกันต่อ!
ส่วนฉิงเทียนก็มีสีหน้าอับอายแล้วหันไปมองม่านแสงสีขาวที่อยู่ตรงหน้าเขา!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย