เข้าสู่ระบบผ่าน

ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย นิยาย บท 215

บทที่ 215 งานเลี้ยงลูกท้อ (2)

ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังมองดูม่านแสงอย่างเคอะเขินอยู่นั้น ผู้คนรอบๆก็ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเขาด้วย ต่างก็มองไปรอบๆอย่างเบื่อๆ

จนกระทั่งในตอนนั้นเองที่ม่านแสงนั้น ก็มีทหารสวรรค์สองคนเดินออกมาจากม่านแสงนั้นพร้อมด้วยหอกสีเงินในมือของเขาและยืนอยู่ทั้งสองด้านของม่านแสงพร้อมด้วยสีหน้าราวกับผู้มีอำนาจ

ส่วนชายตุ้งติ้งคนนั้นที่หัวเราะเยาะฉิงเทียนเมื่อสักครู่เมื่อเห็นทหารสวรรค์ทั้งสองคนมา ก็ได้เดินไปข้างหน้าแล้วทำท่าประจบสอพลอทันที “ให้เข้าไปเถอะ ให้เข้าไปสักทีเถอะนะ! ท่านพี่ทหารสวรรค์ทั้งสองท่านผู้ขยันขันแข็ง! ไม่รู้ว่าต้องอีกนานเท่าไรกว่าลานกว้างจะเปิด ช่วยปล่อยให้พวกเราเข้าไปเถอะนะ”

แล้วทหารสวรรค์หน้าดำคนหนึ่งก็ได้จ้องไปที่เขาและพูดอย่างทะนงตนว่า “เมื่อมีคำสั่งลงมา พวกคุณถึงจะเข้าไปได้! ส่วนเวลาเมื่อไรนั้น ก็ไปนับเอาเองสิ!”

แล้วชายตุ้งติ้งที่ถูกดุโดยทหารสวรรค์หน้าดำนั้น ก็หาได้มีสีหน้าไม่พอใจไม่! เขาได้แต่ผงกหัวแล้วก้มหน้ายอมรับ “ขอรับ ได้ขอรับ ท่านพี่ทหารสวรรค์พูดถูกต้องแล้ว…..”

แล้วคนอื่นๆที่อยู่รอบๆเขานั้นกลับไม่มีใครดูถูกเขา แต่กลับมีสีหน้าเหมือนคุ้นเคยกับเขา ซึ่งทำให้ฉิงเทียนสงสัยมากขึ้นไปอีก!

ทำไมพวกเซียนบนสวรรค์ถึงได้ล้วนนิสัยแย่แบบนี้ ตอนที่เขาถูกดุกลับมีสีหน้ารื่นเริง

แล้วสีหน้าที่ดูถูกของฉิงเทียนก็ถูกเห็นโดยชายตุ้งติ้งคนนั้นเข้า

แล้วในใจของเขาก็เกิดความไม่พอใจขึ้นมา และสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เมื่อสักครู่เขาถูกดุโดยทหารสวรรค์ แล้วยังมาถูกชายบ้านนอกมาหัวเราะเยาะใส่อีก ชายตุ้งติ้งคนนั้นจึงได้หันมามองที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “เจ้าหนู แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงได้หัวเราะเยาะข้าเช่นนี้”

“ผมเหรอ? เปล่านี่!” ฉิงเทียนตอบไปตามความจริง และลูบจมูกของเขา เพราะตัวของฉิงเทียนเองก็ไม่อยากที่จะไปทะเลาะกับใครก่อนงานเลี้ยงลูกท้อจะเริ่ม

แต่ชายตุ้งติ้งคนนั้นไม่คิดที่จะยอมปล่อยฉิงเทียนไปง่ายๆแน่ และถามเขาต่อ “แล้วเจ้าทำหน้าดูถูกเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร?”

“ผมดูถูกที่คุณทำนี่แหละ!” ฉิงเทียนพูดด้วยความโมโห แม้แต่พุทธองค์ยังอดทนแค่ 3 ครั้ง แล้วเขาล่ะ? ถึงเขาไม่อยากจะมีปัญหา แต่เขาก็ไม่ได้กลัวปัญหาหรอกนะ!

ชายตุ้งติ้งไม่คิดว่าฉิงเทียนจะพูดสวนกลับมาทันที เขาจึงชี้นิ้วที่สั่นไปด้วยความโกรธไปทางฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ไอ้หนู งานเลี้ยงลูกท้อจบลงเมื่อไร อย่าคิดว่าจะออกจากเมืองสวรรค์ไปได้เป็นๆนะ?”

“หึ ใครกันแน่ คุณต่างหากที่ต้องระวังตัวตอนออกจากงานเลี้ยงลูกท้อให้ดีน่ะ” ฉิงเทียนตอบด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี

“เจ้า….เจ้า…..ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าคิดว่าแน่พอก็อย่าหนีไปไหนหลังงานเลี้ยงลูกท้อก็แล้วกัน!” ชายตุ้งติ้งเผชิญหน้ากับฉิงเทียนอย่างก้าวร้าว ถ้าไม่ติดว่ามีทหารสวรรค์สองคนยืนอยู่ล่ะก็ ชายตุ้งติ้งคงจัดการเขาไปแล้ว!

ทหารทั้งสองคนคิ้วขมวดขึ้นมาเพราะการโต้เถียงกันของทั้งคู่ แล้วทหารสวรรค์หน้าดำก็คิ้วขมวดและพูดอย่างไม่พอใจ “ใครที่ทะเลาะกันอยู่ ข้าบอกให้รอคนใหญ่คนโตจากสวรรค์มาก่อน รึพวกเจ้าไม่อยากที่จะเข้าไปกันแล้ว!” สายตาของเข้าก็ได้จ้องมาที่ฉิงเทียนและกวาดสายตาไปยังอีกคนหนึ่ง

แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนและชายตุ้งติ้ง เมื่อมองมาที่สีหน้าที่เหี้ยมเกรียมของทหารสวรรค์ ซึ่งเซียนแต่ละคนก็ได้ถอยห่างออกจากพวกเขา ซึ่งแต่ละคนต่างก็กลัวทหารสวรรค์

จึงได้แหวกออกเป็นทางเหลือเพียงฉิงเทียนกับชายตุ้งติ้งที่อยู่ตรงหน้าฝูงชน

แล้วทหารสวรรค์ก็ได้ถือหอก แล้วเดินมาหาฉิงเทียนและอีกคนด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม

“เป็นพวกเจ้าที่โต้เถียงกันงั้นรึ ไม่อยากที่จะเข้าไปรึยังไง? นี่มันใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะมาโต้เถียงกันไหม?” ทหารสวรรค์ตะโกนมาที่ชายตุ้งติ้ง

ชายตุ้งติ้งผู้ที่ทำท่าหยิ่งผยองใส่ฉิงเทียนเมื่อสักครู่ก็ได้รีบพูดประจบประแจงต่อหน้าทหารสวรรค์ทันที เขาโบกมือปฏิเสธอย่างรวดเร็วและพูดด้วยรอยยิ้มที่ประจบ “นายทหารสวรรค์ท่านนี้ ข้ามิได้เป็นคนโต้เถียงไม่ แต่เป็นเจ้าหนูยาจกตรงนั้นต่างหากที่โต้เถียงข้า เขามาที่นี่ทั้งๆที่ไม่มีตั๋วแท้ๆ”

แล้วชายตุ้งติ้งที่มองดูนายทหารสวรรค์หน้าดำด้วยสีหน้าที่หม่นหมองแล้วหันมามองฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจ แล้วทำหน้าเหมือนจะพูดว่า: ไอ้หนูแกตายแน่ กล้าที่จะไม่เอาตั๋วมางั้นเหรอ ทหารสวรรค์จะดูแลแกอย่างดีเลยล่ะ

“ท่านฉิง เป็นท่านนี่เอง! ทำไมท่านถึงไม่ติดต่อหาพวกพี่ๆของท่านเมื่อท่านมาถึงที่นี่แล้ว มามัวยืนทำอะไรอยู่ที่นี่ล่ะขอรับ!”

อย่างที่คิด ภาพที่ฉิงเทียนจะถูกเตะออกไปนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น กลับกันทหารสวรรค์หน้าดำคนนั้นกลับพูดกับฉิงเทียนด้วยรอยยิ้มแทน

คนคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้ทำให้ทหารสวรรค์เคารพเขาถึงขนาดนั้น ชายตุ้งติ้งก็หน้ามืดขึ้นมาทันที หรือว่าเขาจะไปล่วงเกินคนใหญ่คนโตเข้าให้แล้ว ผู้คนรอบๆต่างก็มองไปที่ฉิงเทียนด้วยความตกตะลึง!

“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ?” ฉิงเทียนชี้มาที่จมูกของตัวเองและมองไปที่ทหารสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้าเขา

“เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย ได้เอาของของข้ามาหรือไม่?” มีเสียงที่ไพเราะดังเข้าหูของฉิงเทียน

ทันทีที่ฉิงเทียนได้ยินเสียงนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่มานั้นคือฉางเอ๋อนั่นเอง และมีเพียงฉางเอ๋อเท่านั้นที่มีกลิ่นหอมเช่นนี้

“ผมจะลืมได้อย่างไรล่ะครับ! ผมไม่กล้าลืมของที่นางฟ้าฉางเอ๋อสั่งหรอกครับ!” ฉิงเทียนจึงหันหน้าไปหาเธอแล้วบ่นพึมพำเบา “ทำไมชื่อของเราถึงได้เปลี่ยนอีกแล้วนะ”

“เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยกำลังโมโหงั้นเหรอ?” ฉางเอ๋อมองไปที่ฉิงเทียนแล้วหัวเราะคิกคัก

ฉิงเทียนรู้ดีว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไรไปชื่อของเขาก็คงไม่เปลี่ยนอยู่ดี แต่มีหรือที่ฉิงเทียนจะยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เขาจึงทำสีหน้าท้าทายแล้วพูด “ผมไม่เล็กนะครับ!” แล้วยืดอกขึ้นมา

วันนี้ฉางเอ๋อสวมชุดสีแดงบางๆ และแต่งแต้มสีชาดบนใบหน้าของเธอ ในขณะที่เขาพูดออกไปนั้นเขาก็ยิ้มออกมา และรู้สึกเหมือนกำลังอาบไปด้วยสายลมใบไม้ผลิ! บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ฉิงเทียนลืมที่จะพูดเมื่อสักครู่ไปหมด

“ก็ได้ ไม่ตัวจ้อยก็ได้! ฮะฮะ!!!”

ฉิงเทียนมองไปที่ฉางเอ๋อที่กำลังหัวเราะคิกคัก แล้วตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกว่าเขาลืมอะไรบางอย่างไปแล้วเขาก็ไม่ได้อยากเอาชนะเธอด้วย ว่าแล้วเขาก็หยิบอาหารกระต่ายและแครอทออกมาจากแหวนแล้วส่งให้กับมือของฉางเอ๋อแล้วพูดขึ้น “นี่อาหารกระต่ายและแครอทเฉพาะของกระต่ายจันทราครับ แล้วกระต่ายจันทราล่ะครับ?”

ในตอนนี้เองที่ฉิงเทียนพบว่ากระต่ายจันทราที่ไม่เคยห่างจากมือของฉางเอ๋อนั้นได้หายไปแล้ว

ฉางเอ๋อที่รับอาหารกระต่ายมาจากฉิงเทียนนั้น เมื่อเธอได้ยินที่ฉิงเทียนถามเธอก็ได้ตอบอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้ากระต่ายน้อยพอรู้ว่าจะมีเซียนมากมายมาที่นี่วันนี้ จู่ๆมันก็เหมือนมีอาการคลั่งขึ้นมา ข้าไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?”

“อย่างนี้นี่เอง!” ฉิงเทียนผงกหัวและพูดอย่างเข้าใจ ฉางเอ๋อที่ถือถุงอาหารกระต่ายอยู่ในมือของเธอนั้น ฉางเอ๋อก็ได้พูดขึ้นมาอย่างสงสัย “แล้วข้าควรจะให้อาหารกระต่ายกับแครอทกับเจ้ากระต่ายอย่างไรดี มันจะไม่ป่วยเพราะกินเข้าไปหรอกใช่ไหม?”

“เป็นไปไม่ได้หรอกครับ กระต่ายทุกตัวบนโลกกินอาหารกระต่ายและแครอททั้งนั้นแหละครับ และอาหารกระต่ายของผมก็เป็นของอย่างดีด้วยครับ” ฉิงเทียนทุบอก ในฐานะคนขายแล้วเขาจะพูดได้อย่างไรว่าสินค้าของเขาเองไม่ดี ต่อให้เป็นของไม่ดีจริงๆก็ตาม ก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าเป็นของไม่ดี นอกจากนี้ สินค้าของเขาเหล่านี้ก็เป็นของคุณภาพดีจริงๆนั่นแหละ!

หลังจากนั้นสักพักใหญ่ๆ ฉิงเทียนและฉางเอ๋อก็ได้คุยกันเรื่องของวิธีการให้อาหารกระต่ายกับแครอท ฉิงเทียนก็รู้สึกตกใจที่รู้ว่านางฟ้าฉางเอ๋อนั้นเป็นนักทานตัวจริง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย