บทที่ 221 ขณะที่งานเลี้ยงลูกท้อกำลังดำเนินไป (3)
ฉิงเทียนก็ได้บินไปยังก้อนเมฆที่ไท่ไป๋จินซิงอยู่
“บ้าน่า หรือว่าเขาจะเป็นมนุษย์คนนั้น?” แล้วเทพแห่งโชคลาภก็มีสีหน้าตกใจขึ้นมาขณะที่มองไปที่เมฆที่ฉิงเทียนอยู่ ผู้ชายคนที่พูดคุยอยู่กับเขานานสองนานนั้น คือคนที่เป็นประเด็นพูดคุยกันในสวรรค์อยู่ในช่วงนี้
“เมื่อน้องฉิงกลับมา ข้าคงจะต้องคุยดีๆกับเขาเสียหน่อยแล้ว เป็นมนุษย์แต่กลับมีตำแหน่งเดียวกับข้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับ 9” เทพแห่งโชคลาภก็ได้จ้องมองไปที่ฉิงเทียนที่อยู่บนก้อนเมฆด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ
แล้วเหล่าเซียนที่อยู่ด้านล่างเองต่างก็รู้สึกอิจฉาเขา! แต่พวกเขาต่างก็มองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตายุ่งยากใจเช่นกัน!
แต่ทว่าที่ในโซน 3 นั้น หั่วเต๋อซิงจวินก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ดูถูก: อย่างเจ้าก็เป็นแค่มนุษย์ที่โชคดีเท่านั้นแหละ ข้าจะขอดูหน่อยซิว่าเจ้าจะเอาอะไรออกมาแสดง ถ้าเกิดออกมาไม่ดีแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เป็นไท่ไป๋จินซิงก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้แน่!
ศาสดาทั้ง 4 แห่งเต๋าและพุทธต่างก็จ้องมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่เป็นภาระ “ทำไมเจ้ามนุษย์นี่ถึงได้เป็นที่ชื่นชอบของท่านอาจารย์ได้นะ?” ในเวลานี้ศาสดาทั้ง 4 ของเต๋ากับพุทธต่างก็พูดอย่างสงสัย แล้วทั้ง 4 ก็ได้หันหน้ามามองกันเองแล้วพบว่าแต่ละคนต่างก็สงสัยเช่นกันเดียว
“ทำไมมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาถึงได้มีกลิ่นอายเช่นเดียวกันกับท่านอาจารย์ได้นะ?” พระยูไลได้แอบส่งโทรจิตไปให้ทั้งสามเทพเซียนแห่งเต๋า!
“หรือว่าเจ้ามนุษย์นั่นจะเป็นลูกศิษย์ใหม่ของท่านอาจารย์” เทพซั่งชิงที่มีสีหน้าสงบอยู่ก็ได้มีสีหน้าตกใจขึ้นมา
แล้วทั้ง 4 คนก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนที่อยู่บนก้อนเมฆด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์จริงๆ มนุษย์ธรรมดาจะมีกลิ่นอายเช่นเดียวกันกับท่านอาจารย์ได้อย่างไร
และท่านอาจารย์ของพวกเขาก็คือหงจวินเหล่าจื่อนั่นเอง ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของวิชาสวรรค์โลกา ซึ่งต้องผ่านหายนะมามากมายนับไม่ถ้วนก็มีเพียงหงจวินเหล่าจื่อที่รอดมาได้นับตั้งแต่บรรพกาล ในเวลานี้ฮ่าวเทียนที่เป็นจ้าวแห่งสวรรค์ก็เป็นลูกศิษย์ของหงจวินเหล่าจื่อแค่ในนามเท่านั้น ไม่ใช่ลูกศิษย์จริงๆ
“ดูเหมือนว่าจะมีลูกศิษย์คนใหม่ของท่านอาจารย์อยู่ในโลกมนุษย์เสียแล้ว ซึ่งไม่รู้เลยว่าเจ้าหนูนี่มันมีดีอะไร?” เทพอวี้ชิงก็ได้พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก ลูกศิษย์หลานศิษย์ของเขาล้วนแล้วแต่มีพลังมากกว่าเขาทั้งนั้น เขาจึงไม่รู้ว่าท่านอาจารย์นั้นสนใจอะไรในตัวเขา
“ศิษย์น้องอย่าพูดเช่นนั้นเลย ท่านอาจารย์ก็คงมีเหตุผลของท่าน ในฐานะศิษย์ด้วยกันแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะมาถกเถียงกัน
นักปราชญ์ซั่งชิงนั้นเป็นผู้ที่ดูสูงส่งมากที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้ง 4 คน หลังจากที่พูดจบ เทพอวี้ชิ้งก็ได้เงียบลงพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ
แล้วศาสดาทั้ง 4 แห่งเต๋าและพุทธนั้นต่างก็เดาถึงตัวตนของฉิงเทียน ในขณะที่ไท่ไป๋จินซิงที่อยู่บนก้อนเมฆก็ได้หันไปพูดกับฉิงเทียน “น้องชาย ทางนี้ฝากให้เป็นหน้าที่ของเจ้าด้วย!” หลังจากที่พูดจบโดยที่ไม่รอให้ฉิงเทียนได้ตอบกลับ ไท่ไป๋จินซิงก็ได้กลับไปหาเง็กเซียนฮ่องเต้อีกครั้ง แล้วตะโกน “ขอเชิญนางฟ้าฉางเอ๋อออกมาขับกล่อมในบทเพลงโลกมนุษย์”
ฉิงเทียนก็ได้รีบนั่งที่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมเสียง แล้วรีบค้นหาเพลงโลกมนุษย์ในคอมพิวเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เปิดเพลงต่อหน้าเหล่าเซียนและเหล่าผู้มีอำนาจในสวรรค์ ดังนั้นเขาจะต้องจัดการให้ดีไม่ให้เสียหน้าได้ ตอนนี้หัวใจของฉิงเทียนนั้นเต้นเร็วอย่างมาก
แล้วฉางเอ๋อในชุดสีขาวก็ได้เดินลงมาที่กลางเวที เหล่าเซียนที่อยู่ด้านล่างต่างก็ได้จ้องมองไปที่ฉางเอ๋อบนเวที แม้แต่องค์เง็กเซียนที่เป็นจ้าวแห่งสวรรค์ก็ยังจ้องฉางเอ๋อตาไม่กะพริบ
นางฟ้าฉางเอ๋อนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นตัวตนที่งดงามมากที่สุดในโลกเซียน ราวกับความงามของคนอื่นๆนั้นแค่ระดับเมือง ในขณะที่ความงามของฉางเอ๋อนั้นระดับประเทศ!
แล้วทันใดนั้น องค์เง็กเซียนก็รู้สึกได้ถึงมือที่อยู่ที่เอวของเขาที่กำลังบิดเนื้อของเขาหมุน 180 องศาอยู่ แล้วเสียงนุ่มนวลของเจ้าแม่ก็ได้เข้าหูของเขาแล้วพูดขึ้น “สวยมากนักใช่ไหม? ทำไมไม่แต่งกับนางเป็นนางสนมซะเลยล่ะ?”
“ไหน, จะมีใครสวยสู้ที่รักได้ ไม่มี!” องค์เง็กเซียนก็ได้รีบส่ายหัวของเขาและปฏิเสธ
“ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะไม่คิดแบบนั้น!” พระแม่พูดพร้อมกับยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม
“ไม่เลยจ้ะไม่ ให้ข้าสาบานต่อสวรรค์ก็ได้ ข้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยจริงๆ” องค์เง็กเซียนพูดสาบานอย่างจริงจัง แต่จริงๆกลับคิดในใจว่า: สวรรค์ก็คือเราเองนี่นา สาบานต่อตัวเราถ้าเกิดผิดคำสาบานไปก็ไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหม ไม่ใช่สาบานต่อฟ้าดินเสียหน่อย
“ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนก็แล้วกันจนกว่าจะจบงานเลี้ยงค่อยว่ากันอีกที!”
ในเวลานี้เหล่าเซียนต่างก็ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์เง็กเซียนและเจ้าแม่เลย ทุกคนต่างก็กำลังสนใจกับฉางเอ๋ออย่างใจจดใจจ่อ
“อย่างที่คิดเลย สาวงามนี่เป็นที่รักเสมอไม่ว่าที่ไหนจริงๆ!” ฉิงเทียนมองไปที่เหล่าเซียน ตอนนี้ส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นเหมือนกับลูกพี่หมูแล้ว ไม่มีสภาพความเป็นเทพเหลือแล้ว!
ในเวลานี้เอง สายตาของหั่วเต๋อซิงจวินที่อยู่ในโซนเจ้าหน้าที่ระดับ 3 ก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนราวกับมองคนตาย “ไอ้หนู ข้าขอดูหน่อยซิว่าเจ้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้!”
แล้วฉางเอ๋อก็ผงกหัวให้กับฉิงเทียน แล้วฉิงเทียนก็ได้รีบเปิดเพลง “โลกมนุษย์” ขึ้นมา
หลังจากพายุฝนไม่ได้หมายความว่าจะนำพาท้องฟ้าที่สดใสกลับมา
ท้องฟ้าที่แจ่มใสไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีรุ้ง
ถึงคุณจะไร้เดียงสาแต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่รู้
“นางฟ้าฉางเอ๋อได้โปรดรับการคารวะชั่วชีวิตจากข้าด้วย” ว่าแล้วเขาก็ก้มหัว 45 องศาคารวะนาง
แล้วฉางเอ๋อก็ได้รีบตอบ “ท่านเหวินชวีซิงชมเกินไปแล้ว, สาวน้อยคนนี้แค่ร้องเพลงนี้เท่านั้น”
แล้วองค์เง็กเซียนที่มองดูผู้คนที่พูดคุยกันอย่างดุเดือด ก็พบว่างานเลี้ยงลูกท้อนี้สำเร็จแล้ว! ก็ได้ยิ้มขึ้นมาแล้วพูด “ข้าขอมอบลูกท้อ 10,000 ปีให้กับฉางเอ๋อ!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” ฉางเอ๋อก้มหัวคำนับและขอบคุณเขา และทุกคนก็มองมาที่ฉางเอ๋อด้วยความอิจฉา
มองไปที่ในมือของเขาที่มีเพียงลูกท้อ 500 ปี และได้ยินที่องค์เง็กเซียนบอกว่าจะมอบลูกท้อ 10,000 ปีให้ เขาก็อดคิดไม่ได้ “โห ลูกท้อหมื่นปีงั้นเหรอ ถ้าเขาได้ทานล่ะก็ คงได้เลื่อนขั้นทันทีแน่ๆ!” แต่นั่นก็เป็นแค่สิ่งที่เขาคิด เพราะถ้าฉิงเทียนทานลูกท้อหมื่นปีเข้าไป เขาคงได้ตายทันทีเพราะได้รับพลังเซียนที่มากเกินไป
“ว่าแต่ไม่ใช่เพราะที่นี่ถูกปิดกั้นการใช้พลังหรอกเหรอ? แต่ทำไมเสียงของฉางเอ๋อถึงได้แพร่ออกไปเป็นบริเวณกว้างได้ล่ะ?” จู่ๆก็ไม่รู้ว่าใครพูดขึ้นมา
ในเวลานี้เอง หลายๆคนก็เริ่มรู้สึกเช่นกัน “นั่นสิ ไม่ใช่ว่าถูกปิดกั้นการใช้พลังหรอกเหรอ?”
“หรือว่าบนเวทีนั้นจะไม่ได้ถูกปิดกั้นพลังกันนะ?” นางฟ้าคนหนึ่งสงสัย
ก่อนที่เขาจะได้พูดจนจบ ก็มีผู้หนึ่งได้โต้เถียงขึ้นมา “วงอาคมนี้ถือเป็นสุดยอดวงอาคมแล้ว เซียนที่อยู่ต่ำกว่าชั้นจุ่นเชิ่งลงไปจะสูญสิ้นพลัง เทพธิดาฉางเอ๋อนั้นแม้จะมีพลังที่สูงแต่ก็เป็นเพียงแค่เซียนไท่อี่เท่านั้น
เมื่อเห็นการถกเถียงกันแล้ว
องค์เง็กเซียนก็ได้ผงกหัวด้วยความพึงพอใจ แล้วไท่ไป๋จินซิงก็ได้ทำหน้าที่พิธีกรแล้วพูดออกมาอีกครั้ง “ขอเชิญฟังบทเพลงต่อไป เพลงดาบดั่งความฝัน ซึ่งจะขับร้องโดยเอ้อหลางเสิน”
ด้วยการร้องเพลงที่สุดยอดของฉางเอ๋อที่เพิ่งผ่านพ้นไป เหล่าเซียนต่างก็รู้สึกสนใจการร้องเพลงของเทพเอ้อหลาง
และอันตรายนั้นก็ได้เริ่มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ
“ชี่ชี่ กลายเป็นว่างานเลี้ยงลูกท้อนั้นเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการเพิ่มพูนความสามารถของข้าซะอย่างนั้น ที่นี่มีเหล่าเซียนที่มีหัวใจกระวนกระวายมากมาย และมีอารมณ์ต่างๆมากมายออกรัก โลภ โกรธ หลง, ฮาฮ่าๆ ข้าล่ะชอบที่นี่จริงๆ แสดงกันเข้าไป แล้วความตายของพวกเจ้าก็จะมาถึงในไม่ช้า!” ปีศาจจิตใจได้หัวเราะเสียง ในเวลานี้ร่างกายของปีศาจจิตใจนั้นกำลังแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย