บทที่ 24 การประมูล
หลังจากที่คุยกับจ้าวก่างอยู่พักใหญ่ๆ ฉิงเทียนก็เดินทางกลับบ้าน
ทันทีที่เขากลับมาถึงที่บ้านซูเสวี่ยก็ได้โทรศัพท์มาหาเขา และทันทีที่ฉิงเทียนรับสายเขาก็ได้ยินแต่คำถามของซูเสวี่ยที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงตกใจ “ฉิงเทียน ทำไมคุณถึงยังมีเห็ดหลินจือศตวรรษเหลืออยู่อีก”
ฉิงเทียนคิดว่าตอนนี้ซูเสวี่ยนั้นคงอยู่ในอารมณ์ที่ตกใจจึงได้พูดออกไปพร้อมกับยิ้ม “ตกใจกับของขวัญของผมเหรอ?”
“คุณบอกมาเดี๋ยวนะ ว่าคุณไปได้เห็ดหลินจือนี้มาจากไหน!” ซูเสวี่ยถาม
“จริงๆแล้ว ผมได้เห็ดหลินจือ 100 ปีมา 3 ดอกน่ะ หนึ่งดอกผมขายให้ที่บ้านคุณไปแล้ว ส่วนอีกดอกก็อยู่กับคุณ ส่วนดอกสุดท้ายผมกำลังจะเอาไปประมูลขายครับ!” ฉิงเทียนอธิบาย
“ดังนั้นคุณไม่ต้องคิดมากก็ได้ ผมให้เห็ดหลินจือดอกนั้นกับคุณไป คุณจะเอาไปทำอะไรก็ได้ตามที่คุณต้องการเลย”
“ฉิงเทียน นี่มันแพงมากเกินไปนะ! ฉันรับเอาไว้ไม่ได้หรอก!” ซูเสวี่ยกล่าว
เมื่อฉิงเทียนได้ยินที่ซูเสวี่ยพูดเขาจึงตอบกลับไป “คุณน่ะเป็นของผมนะ ผมไม่คิดว่าสิ่งนี้มันจะมีค่าไปมากกว่าคุณหรอก”
“ใครเป็นของคุณกันยะ?” ซูเสวี่ยตอบอย่างเขินอาย
แล้วเขาจึงได้บอกกับเธอวันพรุ่งนี้เขาไม่สามารถไปรับเธอกลับที่บริษัทได้
คืนพรุ่งนี้คือวันที่มีการประมูลที่ตลาดมืด จ้าวก่างบอกกับฉิงเทียนว่าเขานั้นรออยู่ที่สุพรีมKTVตอนเวลาบ่าย 3 โมงเพื่อไปที่นั่นพร้อมกันกับเขา
ในตลาดมืดเช่นนี้ เขานั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปได้เลยหากปราศจากการแนะนำจากคนในวงการ
ตระกูลของจ้าวก่างนั้นฉิงเทียนรู้ว่าตระกูลของเขานั้นเคยทำธุรกิจใต้ดินอยู่ในเมืองโม๋ตูมาก่อน มีในช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ทางรัฐได้เข้มงวดและทำการกวดขันอย่างหนักจึงได้ทำการซักฟอกธุรกิจตัวเองให้ขาวสะอาดขึ้นมา นั่นคือเหตุที่ทำไมฉิงเทียนถึงได้ถามเขาว่ารู้จักตลาดมืดในเมืองโม๋ตูไหม
วันต่อมา ฉิงเทียนได้ตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะพลังวิญญาณของผืนดินและท้องฟ้านั้นจะมีหน้าแน่นมากที่สุดในตอนเช้า ถึงแม้ว่าจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม ไม่ว่ายุงจะตัวเล็กเพียงใดแต่มันก็ยังมีเนื้ออยู่ดี ฉิงเทียนพบว่าการฝึกวิชาในตอนเช้าตรู่นั้นให้ผลที่ดีมากสำหรับเขา
นั่งลงขัดสมาธิแล้วหันหน้าไปหาพระอาทิตย์ ฉิงเทียนนั่งอยู่ที่ตรงนี้เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
ณ สุพรีมKTVในตอนบ่าย ฉิงเทียนกับจ้าวก่างกำลังอยู่ในห้องห้องหนึ่ง
จ้าวก่างนั้นกำลังแนะนำตลาดมืดให้ฉิงเทียน
การประมูลตลาดมืดนั้นจัดขึ้นโดยเหล่าผู้มีอิทธิพลในเมืองโม๋ตู ทุกๆสิ่งสามารถซื้อและขายได้ที่นี่! ไม่มีใครที่จะถามคุณว่าไปได้ของชิ้นนี้มาจากที่ไหน และทุกๆคนที่เข้ามาที่ตลาดมืดนี้จะต้องสวมเสื้อนอกสีดำตัวใหญ่และสวมหน้ากากด้วย จึงไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร
ฉิงเทียนนั่งรถมากับจ้าวก่างและขับออกมาได้หัวมุมถนนหนึ่ง เมื่อมาถึงเขาก็พบคนหนึ่งที่อยู่ในห้องหนึ่งซึ่งเขาได้ส่งหน้ากากและเสื้อนอกให้กับเขา และยังมอบตราสัญลักษณ์บางอย่างให้ด้วย
จากนั้นพวกเขาก็ได้ถูกพามาที่ห้องโถงห้องหนึ่ง และพบว่ามีเก้าอี้มากมายอยู่ในห้องโถงใหญ่นี้ และยังมีเวทีขนาดใหญ่อยู่เหนือเก้าอี้ด้วย
ฉิงเทียนและจ้าวก่างนั้นได้ถูกพามาให้มานั่งที่ห้องโถงนี้ ฉิงเทียนนั้นสงสัยและถามจ้าวก่าง “ทำไมถึงไม่มีใครในตลาดมืดเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงเลยล่ะ และตราสัญลักษณ์นี้มีเอาไว้ใช้ทำอะไรเหรอ?”
“นายคิดว่าทำตลาดมืดถึงถูกเรียกว่าตลาดมืดล่ะ?” จ้าวก่างอธิบาย “ก็เพราะว่าสิ่งของมากมายที่อยู่ที่นี่มักเป็นของผิดกฎหมายและต้องซื้อขายเป็นความลับเท่านั้น แน่นอนว่าผู้ซื้อและผู้ขายนั้นต่างก็ไม่ต้องการที่จะให้รู้จักซึ่งกันและกันด้วย และก็เพื่อเป็นการป้องกันศัตรูที่จะมาฆ่ากันในงานด้วย”
“ส่วนตรานี้ก็เหมือนกับบัตรประชาชนนั่นแหละ ถ้าเกิดนายถูกพบว่าไม่มีตรานี้อยู่ในตลาดมืด นายก็จะถูกขับออกจากที่นี่โดยผู้ดูแลตลาดมืดทันที! และสิ่งนี้ก็จะเป็นสัญลักษณ์แทนตัวนายที่ใช้ในงานประมูลนี้ด้วย”
เมื่อได้ยินที่จ้าวก่างอธิบาย ฉิงเทียนก็ได้พูดในใจ: ตลาดมืดแห่งนี้ดูเหมือนจะเยี่ยมในเรื่องของการรักษาความลับจริงๆ แต่ทว่าต้องหักค่าธรรมเนียมการประมูลถึง 10% นี่สิ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วฉิงเทียนแทบอย่างจะร้องด้วยความเจ็บปวด เพราะถ้าหากเห็ดหลินจือของเขานั้นขายได้อย่างต่ำ 1 ล้านหยวน ก็จะต้องถูกหักออกไป 1 แสนหยวนเลยทีเดียว ช่างมืดมนเสียจริงๆ!
เวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง เก้าอี้เหล่านี้ก็ได้มีผู้มานั่งจนเต็ม ห้องโถงแห่งนี้สามารถจุคนได้ถึง 500 คนเลยทีเดียว
แล้วก็มีคนหนึ่งสวมชุดกี่เพ้าสุดเซ็กซี่และหน้ากากเดินขึ้นมากลางเวที
“ขอยินดีต้อนรับท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทุกท่านเข้าสู่งานประมูลตลาดมืดแห่งนี้ค่ะ”
ทุกคนต่างก็ปรบมือ จ้าวก่างจึงได้หันหัวไปหาฉิงเทียนและพูดกระซิบกระซาบ “หญิงสาวคนนี้มีชื่อว่าแมวเปอร์เซีย เธอเป็นผู้ดำเนินงานการประมูลตลาดมืดของที่นี่”
ฉิงเทียนผงกหัวและมองดูแมวเปอร์เซียนั้นเดินบนเวที และเดินแบบบิดตัวไปมา จนมาถึงกลางเวทีแล้วพูดขึ้น “กฎการประมูลของพวกเราคือของจะถูกขายให้กับผู้ที่ให้ราคามากที่สุดเท่านั้น! และในการเพิ่มราคาแต่ละครั้งนั้นราคาจะต้องที่เพิ่มจะต้องไม่ต่ำกว่า 10000 หยวน!”
“เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มการประมูลกันเถอะค่ะ”
หลังจากที่เธอพูดจบ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับจานอะไรบางอย่าง
เมื่อแมวเปอร์เซียได้หยิบเอาผ้าที่คลุมอยู่ออกก็พบว่ามันคือชามหยก “นี่คือชามหยกที่อยู่ในสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง ซึ่งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 200000 หยวนค่ะ”
ราคาก็ได้สูงมากขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้ราคามาสุดอยู่ที่ 10 ล้านหยวนแล้ว!
“มีใครที่จะให้ราคาสูงมากกว่านี้ไหมคะ? นี่เป็นครั้งเดียวในรอบศตวรรษเลยนะคะ! สำหรับสิ่งที่เอาไว้ช่วยรักษาชีวิตชิ้นนี้” เสียงที่น่าหลงใหลของแมวเปอร์เซียกำลังทำการดึงดูดลูกค้า
หลังจากนั้นสักพักหนึ่งก็ไม่มีใครที่พูดอะไรออกมาอีก!
“10 ล้านครั้งที่ 1 10 ล้านครั้ง 2!”
“12 ล้าน” ทันใดนั้นเองก็มีเสียงแก่ๆดังขึ้นมา
“มีใครให้มากกว่า 12 ล้านของสุภาพบุรุษท่านนี้ไหมคะ?” แมวเปอร์เซียพูดอย่างตื่นเต้น
ในขณะที่ชายคนนี้เสนอราคาอยู่นั้น ฉิงเทียนก็รู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณที่แผ่ออกมา นี่คือพลังวิญญาณของผู้ที่ฝึกวิชาเท่านั้นที่จะมีได้
และฉิงเทียนก็รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณนี้แผ่ออกมาจากคนที่กำลังเสนอราคาอยู่
ฉิงเทียนนั้นตกใจขึ้นมา “ไม่ผิดแน่ ยังมีผู้ที่ฝึกวิชาเซียนในโลกนี้อยู่!”
ท้ายที่สุด เห็ดหลินจือก็ได้ถูกขายให้ชายคนนั้นในราคา 12 ล้านหยวน แล้วการประมูลก็จบลงโดยที่ฉิงเทียนไม่ได้มีอารมณ์ที่จะสนใจการประมูลที่เหลืออีกเลย และมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความตกใจเมื่อสักครู่แทน
“ช่างเขาก่อนก็ละกัน!” ฉิงเทียนพูดกับตัวเอง
“หลังจากที่การประมูลจบลง จ้าวก่างก็ได้ยื่นบัตรใบหนึ่งให้เขาแล้วพูดว่า “น้องสี่ ในนี้่มีเงินอยู่ทั้งหมด 10.8 ล้านหยวน และได้หักค่าธรรมเนียมในการประมูลออกไปแล้ว 1.2 ล้านหยวน!”
ฉิงเทียนก็ผงกหัวและรับบัตรนั้นมาแล้วพูดขึ้น “วันนี้ผมได้เปิดหูเปิดตามากเลย! ไปกันเถอะพี่ใหญ่ วันนี้ผมจะพาคุณไปเลี้ยงมื้อค่ำเอง”
“เศรษฐีใหม่โว้ย ไปสิไปกัน วันนี้จะกินให้นายต้องหลั่งเลือดเลย!” จ้าวก่างยิ้มแล้วพูดออกไป
แล้วทั้งสองคนก็คุยกันและพากันออกไป!
โดยที่ทั้งสองคนนั้นไม่ได้รู้เลยว่ามีใครบางคนที่กำลังแอบจับตาดูพวกเขาอยู่ และคนคนนี้ก็เป็นคนที่ซื้อเห็ดหลินจือของฉิงเทียนไปด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย