บทที่ 244 เป็นเขาจริงๆด้วย
แล้วสาวน้อยก็ได้แจ้นลงบันไดมา แล้วก็จ้องมองมาที่ฉิงเทียนด้วยดวงตากลมโตของเธอ เอามือทั้งสองข้างจับที่เอวของเธอแล้วเงยหน้าขึ้นมามองฉิงเทียนอย่างเย่อหยิ่ง “ชื่อของหนูคือจางอวิ๋น เป็นลูกคนที่เก้า พวกพี่ๆจึงเรียกหนูว่าน้องเก้า”
หลังจากนั้นเธอก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยใบหน้าที่เหมือนอยากจะพูดอะไรแล้วถาม “นี่พี่ฉิงเทียน พี่มีความสัมพันธ์อะไรกับพี่ใหญ่เหรอ? นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ใหญ่พาผู้ชายมาที่บ้านเช่นนี้ หลังจากที่หนีออกจากบ้านไปตั้งหลายปี หรือว่าคุณจะเป็นแฟนของพี่ใหญ่กันคะ?” สาวน้อยจ้องมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย
“พี่ของคุณยังไม่ได้บอกงั้นเหรอ?” ฉิงเทียนยังไม่คิดที่จะรีบตอบแต่ถามกลับไปแกล้งสาวน้อยคนนี้ก่อน
“ไม่ พี่ใหญ่ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าพาคนมาด้วย ถ้าหนูไม่ได้แอบออกมาและได้ยินที่ลุงไท่ไป๋คุยกับคุณเมื่อสักครู่ หนูก็ไม่รู้หรอก” สาวน้อยคนนี้มองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่ชาญฉลาด และคิดว่าคำถามแบบนี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก “บอกหน่อย คุณมีความสัมพันธ์อะไรกับพี่ใหญ่กันแน่” สาวน้อยมองไปที่ฉิงเทียนแล้วทำมืออย่างออดอ้อน
ฉิงเทียนนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานการออดอ้อนของสาวน้อยคนนี้ได้เลย รู้สึกเหมือนกำลังถูกปืนจี้จนต้องยอมแพ้ เขาจึงได้คิดที่จะบอกความสัมพันธ์ของเขากับเฉียงเวยไป “ความสัมพันธ์ของผมกับพี่ของหนูคือ…..”
“น้องเก้า น้องลงมาที่นี่ได้ยังไง?” เสียงของเฉียงเวยดังมาจากชั้นบน
สาวน้อยก็ได้บ่นพึมพำๆด้วยสีหน้าที่หมองคล้ำ “หนูเกือบจะรู้อยู่แล้วเชียว พี่ใหญ่ดันมาขัดซะได้” จากนั้นเธอก็ได้รีบวิ่งหนีไป ซึ่งพอวิ่งไปได้ครึ่งทางเธอก็หยุดแล้วหันหน้ามาหาฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “คุณจะต้องบอกหนูทีหลังนะ ตอนนี้หนูขอตัวก่อนล่ะ” ก่อนที่ฉิงเทียนจะได้พูดอะไร สาวน้อยคนนั้นก็ได้รีบวิ่งหนีไปโดยไม่เห็นแม้แต่เงา!
และในเวลานี้เฉียงเวยก็ได้ลงมาจากชั้นบน มองไปที่น้องสาวของเธอที่วิ่งหนีไปไกลแล้ว “เมื่อสักครู่น้องสาวของฉันได้พูดอะไรกับคุณรึเปล่า?” เธอถามฉิงเทียนอย่างสงสัย
ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่สีหน้าที่สงสัยของเฉียงเวยก็ได้ยิ้มและตอบกลับไป “น้องสาวของคุณถามผมว่าพวกเรามีความสัมพันธ์อะไรกัน เป็นแฟนกันรึเปล่า?”
“แล้วคุณได้บอกเธอรึเปล่า?” เฉียงเวยถามด้วยหน้าแดงๆ
ฉิงเทียนก็ยักไหล่แล้วพูดขึ้น “ผมกำลังจะบอกเธอว่า ผมเป็นสามีแล้วคุณเป็นภรรยาของผม แต่ขณะที่กำลังจะพูดเธอก็ได้ยินเสียงของคุณแล้วรีบหนีไปก่อนที่ผมจะได้พูดออกไป”
เฉียงเวยได้ยินที่ฉิงเทียนพูดก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา แต่ปากของเธอยังไม่ยอมรับและได้พูดออกไปด้วยใบหน้าที่แดง “ใครที่เป็นภรรยาของคุณกัน? ไร้ยางอาย”
“ไร้ยางอายเหรอ? แต่พวกเราก็จดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้วนะ” ฉิงเทียนรู้สึกตัวว่าเขาชักชอบการหยอกล้อเฉียงเวยขึ้นมาแล้ว
แล้วเฉียงเวยก็ได้จ้องตาของฉิงเทียนแล้วนั่งลงที่โซฟา แล้วไม่ได้คุยอะไรกับฉิงเทียนเรื่องนี้อีก เพราะเธอพบว่าไม่ว่ายังไงฉิงเทียนก็ยังจะชนะเธออยู่ดี และคนที่จะแพ้ก็จะเป็นเธอเอง
ดังนั้นเธอจึงได้เปลี่ยนเรื่องแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียนตอนที่คุณพบท่านพ่อ คุณจะต้องถ่อมตัวให้มากนะ ท่านพ่อไม่ชอบคนที่หยิ่งยโส” เธอได้จ้องไปที่ฉิงเทียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความกลัวว่าฉิงเทียนเผลอทำให้พ่อของเธอโมโหแล้วจะมองฉิงเทียนในแง่ลบได้
หลังจากนั้นสักพัก พ่อบ้านไท่ไป๋ก็ปรากฏตัวเข้ามาในห้องแล้วมาหาฉิงเทียนกับเฉียงเวยแล้วพูดขึ้น “คุณฉิงครับ ขอเชิญทางนี้ครับ”
“โอ้” แล้วฉิงเทียนก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองไปที่เฉียงเวย ซึ่งเฉียงเวยก็ลุกขึ้นยืนและเตรียมที่จะเดินไปกับฉิงเทียน
ในเวลานี้เองที่พ่อบ้านก็ได้หยุดเฉียงเวยเอาไว้ “คุณหนูครับ นายท่านเรียกคุณฉิงแค่คนเดียวเท่านั้นครับ”
“ทำไมถึงไม่เรียกหนูล่ะ แต่เรียกแค่ฉิงเทียนล่ะคะ?” เฉียงเวยทำสีหน้าตกใจและคิดในใจ: ท่านพ่อต้องการอะไรกันแน่?
แล้วเฉียงเวยก็ได้เดินจูงมือพ่อบ้านไท่ไป๋ออกไป แล้วแอบพูดกับเขา “ลุงไท่ไป๋ ทำไมท่านพ่อถึงได้เรียกเขาไปพบตัวต่อตัวล่ะ ทำไมถึงไม่ให้หนูเข้าไปด้วยล่ะคะ บอกมาซะดีๆว่าท่านพ่อต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าคิดร้ายกับเขา?”
“พูดอะไรตลกๆน่าคุณหนู” พ่อบ้านไท่ไป๋ดันหน้าผากของเฉียงเวยออกไปด้วยความรักแล้วก็พูดด้วยเสียงค่อยๆ “ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ กระผมไม่คิดว่านายท่านจะทำอะไรเขาหรอกครับ พอกระผมบอกไปว่าคุณหนูกลับมาพร้อมกับชายที่ชื่อว่าฉิงเทียนแล้ว นายท่านก็ดูจะตื่นเต้นขึ้นมา กระผมไม่คิดว่านายท่านจะโกรธอะไรเขาหรอกครับ”
“อะไรนะ? ท่านพ่อตื่นเต้นเมื่อเขาได้ยินชื่อของฉิงเทียนงั้นเหรอคะ? ลุงไท่ไป๋ดูผิดไปรึเปล่าคะ? คุณพ่อควรที่จะตกใจที่หนูกลับมาแล้วมากกว่าสิ” เฉียงเวยมองไปที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าไม่พอใจ ลูกสาวควรที่จะสำคัญกว่าคนนอกสิ
ไท่ไป๋เองที่พบว่าเธอนั้นกำลังรู้สึกอิจฉาก็ได้ยิ้มแล้วพูด “ใช่แล้วครับ บางทีข้าอาจจะมองผิดไปก็ได้ นายท่านคงจะตื่นเต้นตอนที่เขาได้ยินว่าคุณหนูกลับมาแล้วจริงๆนั่นแหละครับ”
“ฮึ มันก็เกือบจะเหมือนเดิมนั่นแหละ” แล้วเฉียงเวยก็หันหน้าไป และขึ้นชั้นบนไปตามลำพัง
มองดูท่าทีของเฉียงเวยที่ทำเหมือนกับเป็นสาวน้อยแล้ว ก็ให้ความรู้สึกต่างจากปกติไป ทำให้ฉิงเทียนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ บางทีคงจะมีเพียงเวลาอยู่ต่อหน้าที่บ้านของเธอที่จะทำให้เฉียงเวยวางหน้ากากนั้นลงแล้วเผยใบหน้าที่แท้จริงของตัวเธอเองออกมา!
“ไปกันเถอะครับ คุณฉิง พวกของนายท่านกำลังรอท่านอยู่ครับ” แล้วพ่อบ้านก็บอกกับเขาด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ” ฉิงเทียนตอบ และในขณะเดียวกันก็ได้เขาก็ได้นึกถึงที่พ่อบ้านไท่ไป๋พูดกับเขาเมื่อสักครู่ ไม่ใช่ว่าพ่อของเฉียงเวยจะคุยกับเขาตามลำพังหรอกเหรอ?
ขณะที่กำลังสงสัย ฉิงเทียนก็ได้เดินตามหลังพ่อบ้านไท่ไป๋ไป จนพบกำแพงโลหะขวางอยู่ แล้วพ่อบ้านไท่ไป๋ก็ได้ยื่นมือของเขาไปแนบกับเครื่องอ่านรอยนิ้วมือที่ติดอยู่ที่กำแพงโลหะ
แล้วกำแพงโลหะก็ได้แยกออกจากกันด้วยเสียงอันดัง และเผยให้เห็นช่องว่างด้านใน
“อะไรนะยังคิดไม่ออกอีกเรอะจนป่านนี้ แล้วเจ้าผู้กล้านี่มาทำบ้าอะไรในโลกของเจ้าปีศาจจิตใจนี้แต่แรกเนี่ย?” ทันทีที่เซียนอวี้ชิงได้ยินที่ฉิงเทียนบอกว่าไม่ เขาก็ได้เปิดฉากว่าเขาทันที
แล้วสีหน้าขององค์เง็กเซียนที่อยู่ใกล้ๆก็ได้เสียขึ้นมาทันที อย่างไรเสียฉิงเทียนก็เป็นลูกน้องของเขา สิ่งที่เซียนอวี้ชิงทำนั้นถือว่าเป็นการไม่ไว้หน้าเขาที่เป็นองค์เง็กเซียนฮ่องเต้มาก
เซียนซั่งชิงก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบๆตัวเขานั้นไม่ดีแล้ว และเขาก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมศิษย์น้องของเขาถึงได้หัวเสียไปดุฉิงเทียนเช่นนั้น แต่ทว่าเขาไม่สามารถใช้โทรจิตสื่อสารผ่านทางจิตศักดิ์สิทธิ์ได้ เขาจึงได้เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจแล้วพูดขึ้น “ศิษย์น้องอวี้ชิง อย่างพูดแบบนั้นเลย ตอนนี้พวกเรามาหารือกันถึงวิธีจัดการเจ้าปีศาจในโลกนี้กันก่อนดีกว่า”
“ใช่แล้ว เจ้าปีศาจตัวนี้มันเจ้าเล่ห์มาก พวกเรากดดันเขาไปทั้งหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวออกมา และเอาแต่หลบอยู่เบื้องหลังโดยตลอด แต่ข้าว่าพวกเราน่าจะบุกไปที่อาคารสำนักงานจัดสรรเวลาของเขาเลยดีกว่า เขาจะต้องอยู่ที่นั่นให้พวกเราฆ่าแน่ๆ แล้วเรื่องนี้ก็จะได้จบเสียที” เมื่อฉิงเทียนได้ยินแผนที่เรียบง่ายและรุนแรงแล้ว ฉิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่าจะต้องเป็นแผนของเซียนซั่งชิงแน่ๆ
แน่นอนว่าทันทีที่เซียนซั่งชิงพูดจบ พระยูไลก็ได้ค้านทันที “แผนการนี้ไม่ดีหรอก เจ้าปีศาจจิตใจนั้นมันเจ้าเล่ห์มาก ถ้าเขาพบว่ามีอะไรผิดปกติขึ้นมา มันจะต้องรีบหลบหนีไปอย่างแน่นอน เพราะนี่เป็นโลกที่มันสร้างขึ้นมา ถ้าเขาคิดที่จะหลบหนีแล้วล่ะก็พวกเราไม่มีทางหาเจออย่างแน่นอน”
หลังจากที่ได้ยินที่พระยูไลพูดขึ้นมา เซียนซั่งชิงก็ได้พูดอย่างช่วยไม่ได้ “แล้วจะให้พวกเราทำอย่างไร? อย่างนั้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้”
แล้วเกิดเสียงเงียบขึ้นมาจากทั้ง 6 คน! แล้วฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมา “ฝ่าบาทและเซียนทุกท่านครับ ผมของถามอะไรพวกท่านสักคำถามได้ไหมครับ?”
แล้วทั้ง 5 ที่ไม่คิดว่าจู่ๆฉิงเทียนจะโพล่งขึ้นมาในเวลานี้ พวกเขาจึงได้ประหลาดใจขึ้นมา แต่องค์เง็กเซียนก็ได้ผงกหัว “เอาสิฉิงเทียน เจ้าถามมาได้เลย”
“คำถามของผมง่ายมากเลยครับ ฝ่าบาทและเหล่าเซียนครับ พวกเรารู้บ้างไหมว่าเจ้าปีศาจนั้นได้รู้แล้วรึยังว่าพวกท่านได้เข้ามาในโลกจินตนาการแห่งนี้แล้วน่ะครับ”
“เขาไม่รู้หรอก” องค์เง็กเซียนได้ตอบอย่างมั่นใจ “เจ้าปีศาจจิตใจนั่นคิดว่าพวกเราเป็นข้อผิดพลาดบางอย่างที่เขาสร้างขึ้นมา ถึงได้มีองค์กรที่ออกมาต่อต้านสำนักงานจัดสรรเวลาของเขาและได้พยายามที่จะควบคุมพวกเรา แต่ก็ยังไม่ยอมปรากฏตัวออกมา”
ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายเลยครับ!” ฉิงเทียนตบมือของเขา
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่ตื่นเต้นขึ้นมา องค์เง็กเซียนจึงได้ถามกลับไป “เจ้ามีวิธีแล้วอย่างนั้นรึ?”
“ครับ, ผมพอจะมีวิธีแล้ว ในเมื่อเจ้าปีศาจนั้นไม่รู้ว่าพวกท่านทั้ง 5 เข้ามาในโลกของเขาได้ และมีเพียงผมเท่านั้นที่เขารู้ว่าอยู่ในโลกใบนี้ และเขานั้นอยากที่จะฆ่าเขา ดังนั้นทำไมพวกเราไม่สร้างสถานการณ์ในเขาเปิดเผยตัวออกมากล่ะ” ฉิงเทียนถามอย่างตื่นเต้น
“หืม แผนการแบบไหนล่ะ?” เซียนซั่งชิงถามอย่างสงสัย
“ถ้าเขารู้ว่าผมนั้นได้เป็นพันธมิตรกับสมาพันธ์เวลาของพวกท่าน เขาก็จะกลัวว่าโลกในความฝันของเขานั้นจะต้องหลุดจากการควบคุมและอาจมีอันตรายกับชีวิตของเขาด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็จะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะฆ่าผมให้ได้ ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงแค่ไหนก็ตาม เขาก็จะต้องลงมือเองอย่างแน่นอน” ฉิงเทียนกล่าว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย