บทที่ 246 วางแผน (2)
“ก็ได้ ก็ได้, ฉิงเทียนเจ้าว่าแผนการของเจ้ามาซิ” องค์เง็กเซียนพูดอย่างหมดความอดทน
เซียนไท่ชิงก็ได้กะพริบตาให้ฉิงเทียนให้เขาพูดแผนการของเขาออกมาได้
ฉิงเทียนจึงลุกขึ้นยืนและมองไปที่องค์เง็กเซียนที่มีสีหน้าไม่ดีแล้วพูดขึ้น “แผนการของผมก็คือให้ผมแต่งงานกับเฉียงเวย!” เมื่อพูดประโยคนี้จบ ฉิงเทียนก็ได้ชำเลืองไปมององค์เง็กเซียนและพบว่าองค์เง็กเซียนนั้นไม่พอใจมาก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการหรือพูดอะไรออกมาเขาจึงได้โล่งอกแล้วพูดต่อ “ความสัมพันธ์ของเฉียงเวยและฝ่าบาทในภายนอกนั้นไม่สู้ดีนักเพราะเธอได้หนีการแต่งงานไป ซึ่งเหล่าผู้นำระดับสูงในโลกนี้ต่างก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี!”
“ใช่แล้ว พวกเราต่างก็รู้ว่า เด็กที่ชื่อเฉียงเวยได้หนีออกจากบ้านไปเมื่อ 3 ปีก่อนเพื่อที่จะหนีจากการแต่งงาน!” เซียนซั่งชิงได้พูดหยอกล้อไปทางองค์เง็กเซียนที่มีสีหน้าผิดปกติเล็กน้อย
“ถ้าเช่นนั้นแล้วเรื่องนี้เจ้าปีศาจเองก็จะต้องรู้ด้วยเช่นกัน แล้วถ้าผมกับเฉียงเวยนั้นจัดงานแต่งงานใหญ่โตขึ้นมา และถ้ายึดตามสามัญสำนึกแล้วตระกูลจางกับตระกูลซื่อก็ย่อมจะต้องไม่พอใจ และทั้งคู่ก็จะต้องพยายามมาจัดการกับพวกผม ซึ่งมีหรือที่เจ้าปีศาจจะยอมพลาดโอกาสดีๆเช่นนี้ไป?” แล้วฉิงเทียนก็ยักคิ้วและลูบจมูกของตัวเองแล้วพูดต่อ “เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในชีวิตของเจ้าปีศาจจิตใจก็ได้ เพราะเจ้าปีศาจจิตใจเองย่อมต้องรู้ว่ามันสามารถควบคุมโลกจินตนาการนี้ได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นมันคงจะไม่ตามจับผมเพียงแค่หนเดียวแน่ๆ เจ้าปีศาจคงจะกลัวว่าถ้าเกิดมันลงมือมากเกินไป ตัวมันอาจจะตกอยู่ในความเสี่ยงได้”
“แล้วถ้าพวกคุณตามจับผม และบังคับให้ผมสู้อย่างสุดความสามารถแล้วล่ะก็ เมื่อนั้นก็ให้สู้กับผมราวกับจะฆ่าผม ซึ่งนี่จะถือว่าเป็นโอกาสดีที่สุดของพวกปีศาจจิตใจเลย เขาจะต้องไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่ แล้วจากนั้นพวกเราก็จะเริ่มดำเนินการตามแผนกัน” ฉิงเทียนบอกแผนของเขาทั้งหมดในรอบเดียว
พวกขององค์เง็กเซียนทั้ง 5 คนยิ่งได้ฟังมากขึ้นเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งสนใจมากขึ้นเท่านั้น แผนการของฉิงเทียนนั้นสมบูรณ์แบบมาก แกล้งทำเป็นทะเลาะกันเอง แล้วปล่อยให้เจ้าปีศาจคิดว่าตัวเองเป็นชาวประมงที่ได้เปรียบ จนกระทั่งเขาคิดว่ามีโอกาสที่จะชนะได้แล้วก็ปรากฏตัวออกมาโดยที่ไม่คิดว่าทางฝั่งนี้แค่เล่นละครตบตาเท่านั้น!
“เยี่ยม แผนการนี้จะต้องล่อให้เจ้าปีศาจออกมาได้อย่างแน่นอน” พระยูไลก็พูดชมออกมา ถ้าแผนการนี้ทำได้สำเร็จผลล่ะก็ แผนการร้ายของเจ้าปีศาจก็จะพังทลายแน่!
หลังจากที่ทุกคนเห็นด้วยกับแผนการของฉิงเทียนแล้ว พวกเขาต่างก็หารือถึงวิธีการจัดงานแต่งงานและทำเป็นทะเลาะกัน เพื่อให้เจ้าปีศาจเชื่อว่าเป็นความจริง
มีเพียงเซียนไท่ชิงที่คิ้วขมวดขึ้นมา แผนการนี้ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบก็จริง แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่ เพียงแต่ข้อบกพร่องที่ว่านั้นคืออะไรกันนะ? เซียนไท่ชิงครุ่นคิดมากเท่าใดก็คิดไม่ออก
“ขอเพียงแค่ฉิงเทียนสามารถควบคุมสถานการณ์โดยรอบได้ เจ้าปีศาจจิตใจก็จะไม่สามารถหนีรอดได้ จากนั้นพวกเราก็จะได้จับเจ้าปีศาจจิตใจกัน” เซียนซั่งชิงพูดอย่างยินดี ทั้งห้าคนนั้นต่างก็เป็นเซียนในระดับจุ่นเชิ่งที่เป็นจุดสุดยอดของเหล่าเซียนแต่กลับถูกควบคุมโดยเจ้าปีศาจจิตใจจนกระทั่งถึงตอนนี้ ถ้าเรื่องนี้ถูกรู้โดยคนอื่นในโลกเซียนเขา เขาก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลย
“ใช่แล้ว การควบคุมสถานการณ์ มีเพียงฉิงเทียนเท่านั้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้จับเจ้าปีศาจได้ แล้วถ้าฉิงเทียนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ล่ะ แผนการพวกนี้จะไม่สูญเปล่ารึ?” เซียนไท่ชิงที่จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าเขาพลาดอะไรไป
“ฉิงเทียน เจ้าได้คิดถึงส่วนที่สำคัญของแผนการนี้แล้วหรือยัง?” ไท่ชิงได้พูดขัดทั้ง 5 คนที่กำลังหารือกันอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินที่ไท่ชิงพูดขึ้นมาว่ายังมีส่วนที่สำคัญของแผนการนี้อยู่ ซึ่งเขาเองก็ยังไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วน แล้วทั้ง 4 คนที่เหลือต่างก็มีสีหน้างงๆ และสงสัยว่าส่วนที่สำคัญของแผนการนี้คืออะไร แล้วก็ได้หันมามองที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย
ฉิงเทียนนั้นไม่ได้ตกใจกับสายตาของคนใหญ่คนโตทั้ง 5 คน แล้วเขาก็ได้ตอบเซียนไท่ชิงอย่างมั่นใจ “ท่านเซียนกำลังสงสัยว่าผมจะสามารถควบคุมโลกจินตนาการนี้ได้มากน้อยแค่ไหนใช่ไหมครับ?”
เซียนไท่ชิงผงกหัวของเขาแล้วตอบกลับไป “ใช่แล้ว ส่วนที่สำคัญที่สุดของแผนการนี้คือการที่เจ้าจะสามารถควบคุมโลกจินตนาการนี้ได้มากแค่ไหนที่จะสามารถทำให้เจ้าปีศาจจิตใจไม่สามารถหนีไปได้”
ในเวลานี้องค์เง็กเซียนและคนอื่นๆก็ได้รู้สึกถึงความสำคัญของแผนการนี้ขึ้นมา และองค์เง็กเซียนก็ได้ถามฉิงเทียนอย่างจริงจัง “ฉิงเทียน เจ้าสามารถควบคุมโลกนี้ได้อย่างนั้นรึ?”
ฉิงเทียนก็ได้มองไปที่ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของโลกเซียนทั้ง 5 ที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่จริงจังในเวลานี้ และคิดว่าไม่ควรที่จะเล่นตัวไปมากกว่านี้และได้ตอบไปอย่างรวดเร็ว “ใช่ครับ ผมพบวิธีที่ผมสามารถใช้ควบคุมโลกนี้ได้ในระหว่างที่ผมกำลังหลบหนีในคราวนี้” เมื่อพูดจบ ฉิงเทียนก็ได้จ้องไปที่โต๊ะที่อยู่ตรงหน้าเขาและคนอื่นๆ
แล้วทันใดนั้นเอง โต๊ะที่อยู่ตรงหน้าฉิงเทียนก็ได้เปลี่ยนรูปร่างอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็ได้เปลี่ยนเป็นรถแลนด์โรเวอร์ของฉิงเทียนที่อยู่ที่โลก
แล้วองค์เง็กเซียนและคนอื่นๆต่างก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ตรงหน้าแล้ว แล้วซั่งชิงก็ได้พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ฮ่าๆ ในคราวนี้พวกเราจะต้องสามารถจับเจ้าปีศาจจิตใจได้แน่นอน”
“ใช่แล้ว คราวนี้มันจะต้องสำเร็จแน่ๆ” พระยูไลเองก็พูดอย่างยินดี
“แต่ข้าก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมเจ้าถึงได้สามารถควบคุมโลกได้ง่ายเช่นนี้ ในความเป็นจริงแล้วเจ้าปีศาจจิตใจก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจ้าจากการควบคุมโลกจินตนาการนี้ได้ในตอนที่มันสร้างโลกนี้ขึ้นมาสิ แต่ทำไมเขาถึงได้ปล่อยให้เจ้าทำได้ง่ายๆเช่นนี้” องค์เง็กเซียนก็ได้พูดในสิ่งที่ทุกคนสงสัยออกมา อย่างไรเสียเจ้าปีศาจจิตใจเองก็ไม่ใช่คนโง่!
ฉิงเทียนจึงได้ลูบจมูกของเขาและพูดอย่างภาคภูมิใจ “เจ้าปีศาจนั้นได้สร้างโลกนี้ขึ้นมาจากระดับวิชาของผมน่ะสิ!”
“อา แน่นอนว่าเจ้าปีศาจจิตใจจะต้องเข้าไปสิงอยู่ในจิตใจของเจ้าของร่างก่อนแล้วจึงสร้างโลกจินตนาการของคนคนนั้นขึ้นมา จากนั้นโลกที่สร้างขึ้นมานั้นจะต้องมีระดับที่สูงกว่าระดับวิชาของเจ้าของร่างเล็กน้อย” เซียนไท่ชิงตอบอย่างมั่นใจ
หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ องค์เง็กเซียนก็ได้ถอนหายใจออกมา “ฉิงเทียน เจ้าตื่นขึ้นมาบนโลกใบนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”
เมื่อฉิงเทียนได้ยินคำถามขององค์เง็กเซียน เขาก็เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ได้ตอบไปตามตรง “เรียนฝ่าบาท ผมเพิ่งตื่นขึ้นมาได้เพียงแค่ 3-4 วันเองครับ
“ข้าอยู่ในโลกนี้ได้ 25 ปีแล้ว และข้าก็มีลูกสาวทั้ง 9 คนในโลกนี้ด้วย ยกเว้นเฉียงเวย ลูกสาวที่เหลือทั้ง 8 คนนั้นหน้าตาเหมือนกับลูกสาวของข้าในโลกเซียนอย่างกับแกะ ซึ่งหลังจากที่จบเรื่องนี้แล้ว ข้าตั้งใจที่จะปิดผนึกความทรงจำของลูกสาวทั้ง 9 คนของข้าแล้วส่งต่อให้กับลูกสาวทั้ง 8 คนของข้าในโลกความเป็นจริง แต่กับเฉียงเวยลูกสาวคนโตของข้านั้นคงไม่อาจทำเช่นนั้นได้!” องค์เง็กเซียนถอนหายใจออกมา สำหรับเรื่องนี้แล้วมันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการรอเวลาตายของเฉียงเวยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมาโดยเจ้าปีศาจจิตใจ และทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่เป็นแค่ภาพลวงตา ทันทีที่เจ้าปีศาจจิตใจถูกกำจัดลง โลกนี้ก็จะล่มสลาย และผู้คนที่อยู่ที่นี่ก็จะหายไป
“แล้วก็จะเป็นการจบความสัมพันธ์พ่อลูกที่ยาวนานถึง 25 ปีด้วย” ในเวลานี้องค์เง็กเซียนเป็นเพียงคุณพ่อคนหนึ่งที่ไม่ยอมทิ้งลูกสาวไปไหน แม้แผ่นดินจะต้องแยกจากกันก็ตาม
ฉิงเทียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เมื่อองค์เง็กเซียนบอกว่าเขาสามารถเก็บรักษาความทรงจำเอาไว้ได้ และเฉียงเวยนั้นก็เหมือนกับเสวี่ยเอ๋อ ดังนั้นถ้าเขามอบส่งต่อความทรงจำของเฉียงเวยให้กับเสวี่ยเอ๋อ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกวิชาของเสวี่ยเอ๋อและยังเก็บรักษาเฉียงเวยเอาไว้ได้ด้วย
“องค์เง็กเซียนครับ ท่านบอกว่าท่านสามารถเก็บรักษาความทรงจำของคนในโลกจินตนาการเอาไว้ได้สินะครับ?” ฉิงเทียนถามขึ้นมาอย่างทนไม่ไหว
“อื้ม” เขาผงกหัวให้กับฉิงเทียนเมื่อเขาได้ยินที่ฉิงเทียนถาม
ฉิงเทียนจึงได้คุกเข่าทั้งสองข้างและพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ผมขอให้องค์เง็กเซียนได้โปรดช่วยเก็บรักษาความทรงจำของเฉียงเวยให้ผมทีครับ”
องค์เง็กเซียนนั้นคิดว่าฉิงเทียนนั้นคงจะรักเฉียงเวยในโลกของจินตนาการนี้จริงๆ จึงได้ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน ข้าเองก็อยากเก็บความทรงจำของเวยเอ๋อเอาไว้เช่นกัน แต่ความทรงจำนี้จำเป็นต้องมีตัวตนจริงๆในโลกความเป็นจริงถึงจะรักษาความทรงจำเอาไว้ได้ แต่ในโลกความเป็นจริงนั้น ข้ามีลูกสาวอยู่แค่ 8 คนเท่านั้น และไม่เคยมีลูกสาวที่เหมือนกับเวยเอ๋อเลย ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากทำ นางเป็นลูกสาวของข้ามาตั้ง 20 กว่าปีเลยนะ” เมื่อพูดจบองค์เง็กเซียนก็ได้หดหู่ลงเรื่อยๆ การที่ไม่สามารถเก็บรักษาความทรงจำของเฉียงเวยเอาไว้ได้ทำให้เขารู้สึกเสียใจมาก
เมื่อฉิงเทียนได้ยินเช่นนี้เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “องค์ฝ่าบาทครับ เฉียงเวยของฝ่าบาทนั้นมีตัวตนอยู่ในโลกความเป็นจริงครับ ไม่เพียงแต่ซูเสวี่ยนั้นจะมีหน้าตาเหมือนกับเฉียงเวยอย่างกับแกะแล้ว แม้แต่นิสัยก็ยังเกือบจะเหมือนกัน ผมจึงคิดว่าเฉียงเวยจะต้องเป็นเสวี่ยเอ๋อแน่ๆเลยครับ แต่เพราะเจ้าปีศาจจิตใจสร้างขึ้นมาใหม่ จึงน่าจะมีจุดผิดพลาดนิดหน่อย
“จริงรึ ที่เจ้าว่ามาเป็นความจริงรึ?” ในเวลานี้องค์เง็กเซียนก็ได้ตื่นเต้นขึ้นมาแล้วจับมือของฉิงเทียนเอาไว้แล้วพูดขึ้น เดิมทีเขาคิดว่าเขาคงจะได้เสียลูกสาวคนโตของเขาไปจริงๆเสียแล้ว แต่แล้วก็เหมือนกับพบจุดเปลี่ยน เฉียงเวยมีตัวตนอยู่ในโลกความเป็นจริง ลูกสาวคนโตของเขาจะมีชีวิตรอดแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย