บทที่ 255 รางวัล (1)
ณ พระราชวังสวรรค์ ที่ด้านในของท้องพระโรงนั้นมีรูปปั้นหยกกิเลนเรียงกันเป็นแถว และถูกประดับประดาด้วยดอกไม้ที่มีชื่อเสียงต่างๆที่เบ่งบานได้นานนับพันปี องค์เง็กเซียนประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรทองคำ และเหล่าข้าราชบริพารสวรรค์ก็ยืนเรียงกันอยู่ที่ด้านล่างด้วยบรรยากาศที่จริงจัง!
ในเวลานี้ฉิงเทียนยืนอยู่ในหมู่ข้าราชบริพารแถวท้ายสุดเลย ซึ่งโดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ระดับเก้านั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาร่วมประชุมในพระราชวังสวรรค์ แต่ในคราวนี้ฉิงเทียนได้ทำการกำจัดปีศาจจิตใจได้สำเร็จ
ถึงแม้ว่าจะไม่สมเหตุสมผลเท่าไร แต่เหล่าเจ้าหน้าที่คนอื่นๆก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร แม้แต่หั่วเต๋อซิงจวินที่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นได้เข้ามาที่พระราชวังสวรรค์ด้วยแล้ว เขาก็ได้แต่มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตร!
เดิมทีเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับฉิงเทียนมากนัก เพราะฉิงเทียนนั้นเป็นแค่มนุษย์และยังเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับเก้า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภัยต่อเขาแค่นิดเดียวเท่านั้น
แต่ที่เขารู้สึกไม่พอใจฉิงเทียนก็ด้วยเหตุผลหนึ่งคือฉิงเทียนนั้นแย่งเอาตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของลูกชายของเขาไป และอีกเหตุผลคือเพราะไท่ไป๋จินซิงคอยสนับสนุนฉิงเทียนอยู่ แต่เขาก็ไม่สามารถเอาผิดอะไรไท่ไป๋จินซิงได้ด้วย จึงไม่สามารถที่จะฟ้องต่อองค์เง็กเซียนได้ เขาจึงได้ลงความไม่พอใจทั้งหมดนี้ไปที่ฉิงเทียนแทน
“เจ้าฉิงเทียนนี่มันสามารถทำได้เกินความคาดหมายของข้าทุกครั้งไปจริงๆ เดิมทีข้าคิดว่าเจ้านี่ก็แค่คนที่มีความคิดแปลกๆเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันกลับสามารถเอาชนะเจ้าปีศาจจิตใจได้อีก ข้าคงจะต้องกลับไปถามหั่วเอี๋ยนดูแล้วว่าเขานั้นมีความสัมพันธ์กับฉิงเทียนแย่ถึงขนาดไหน?” หั่วเต๋อซิงจวินคิดอย่างคิ้วขมวด ถ้าหาความสัมพันธ์ของลูกชายเขากับฉิงเทียนนั้นถึงขั้นเอาชีวิตแล้วล่ะก็ เขาคงจะต้องรีบจัดการฉิงเทียนให้เร็วที่สุด แต่ถ้าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นก็แค่ขอโทษขอโพยกันก็พอ!
ที่แถวสุดท้าย ฉิงเทียนนั้นกำลังนึกถึงตอนที่เขาฟื้นขึ้นมา เขาก็พบกับองค์หญิงแปดที่กำลังกอดเขาโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของเธอในสายตาคนอื่นและพูดขึ้น “ฉิงเทียน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที!”
ในเวลานั้นฉิงเทียนรู้สึกงงมาก เขาไม่เคยรู้จักมักจี่กับองค์หญิงแปดมาก่อนเลย แล้วสถานการณ์เช่นนี้มันอะไรกัน? ฉิงเทียนที่ถูกกอดพลางคิดด้วยความสับสน
จนท้ายที่สุด ไท่ไป๋จินซิงและตือโป๊ยก่ายก็ได้มาอธิบาย ฉิงเทียนจึงได้รู้ว่าองค์หญิงแปดผู้ที่ว่าสวยเทียบเท่าฉางเอ๋อนั้นคือเจ้าลูกศิษย์หน้าสวยของเขานั่นเอง
แต่ในขณะที่ฉิงเทียนยังไม่สามารถสงบสติหลังจากที่ได้รู้เรื่องนี้ เขาก็ได้ถูกพาตัวมาที่พระราชวังสวรรค์ทันที!
หลังจากที่องค์เง็กเซียนได้ทำการสรุปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะฝีมือของเจ้าปีศาจจิตใจแล้ว ก็ได้ชี้ถึงจุดบกพร่องของการป้องกันในโลกเซียน และในขณะเดียวกันก็ได้ลงโทษเทพบางองค์ที่รับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัย อย่างหลี่เจี๋ยกับบุตรของเขาและเทพเอ้อหลาง!
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ชื่นชมเหล่าเซียนสามารถช่วยกันผ่านวิกฤติในครั้งนี้ร่วมกันได้! นี่มันไม้เรียวกับลูกกวาดชัดๆ!
มองไปที่เหล่าเซียนที่อยู่ในพระราชวังสวรรค์แล้ว การลงโทษและชื่นชมขององค์เง็กเซียนนั้นก็เหมือนกับการทำให้ทุกคนเกิดความเลื่อมใสและเชื่อฟัง ในใจของฉิงเทียนนั้นรู้สึกชื่นชมวิธีการขององค์เง็กเซียนขึ้นมา! และในขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่นั้นเอง
จู่ๆเขาก็ได้ยินองค์เง็กเซียนเรียกชื่อเขาขึ้นมา “พวกเราที่สามารถผ่านวิกฤติในครั้งนี้มาได้นั้น เจ้าหน้าที่ที่ทำความดีความชอบมากที่สุดก็คือฉิงเทียน ฉิงเทียนเจ้าอยู่ที่นี่ไหม?”
ฉิงเทียนสะดุ้งแล้วรีบมายืนข้างหน้าแล้วคุกเข่า “กราบเรียนฝ่าบาท ข้าน้อยฉิงเทียนอยู่ที่นี่ขอรับ!”
มองไปที่ฉิงเทียนที่ออกมาด้านหน้า ผู้คนต่างมองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่อิจฉาตาร้อน เพราะพวกเขารู้ว่าในคราวนี้ฉิงเทียนจะต้องได้รับรางวัลใหญ่จากองค์เง็กเซียนแน่นอน!
เจ้าแม่หวังหมู่ที่นั่งอยู่ที่บัลลังก์หงส์ไฟนั้นก็ได้กล่าวขึ้นบ้าง “หึ เรื่องของเจ้าปีศาจในครั้งนี้ได้ทำให้ข้ากับองค์เง็กเซียนได้เห็นแล้วว่าในบรรดาเจ้าหน้าที่บนสวรรค์หลายคนที่ถึงแม้จะมีระดับพลังมากว่าฉิงเทียนที่เป็นแค่มนุษย์นั้น แต่ความกล้าหาญกลับมีไม่ถึงหนึ่งในสิบของฉิงเทียนเลย”
เมื่อได้ยินที่เจ้าแม่หวังหมู่กล่าวดุ เหล่าข้าราชบริพารในพระราชวังสวรรค์ก็ได้พากันคุกเข่าด้วยความกลัวและก้มหัวขอโทษ “ฝ่าบาท พวกข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
องค์เง็กเซียนก็ได้ยิ้มให้เจ้าแม่และพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้นเถิด เจ้าแม่แค่บ่นเท่านั้นเองพวกเจ้าอย่าได้ใส่ใจมากนัก”
“ขะ…ขอรับ!” แล้วเหล่าเซียนก็ได้พากันลุกขึ้นยืนอย่างขอบคุณ และพากันปาดเหงื่อที่หน้าผากของพวกเขา พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นเจ้าแม่หวังหมู่ที่กล่าวเช่นนั้น องค์เง็กเซียนดุก็เรื่องหนึ่ง แต่เจ้าแม่นั้นจะไม่พูดดุโดยไม่มีเหตุผลแน่นอน ดังนั้นการที่เจ้าแม่หวังหมู่ได้พูดดุออกมาเช่นนี้ ได้ทำให้เหล่าเซียนต่างพากันเข้าใจได้ราวกับกระจกส่องมาที่จิตใจของพวกเขาเอง
จากนั้นองค์เง็กเซียนก็ได้หันมามองที่ฉิงเทียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าเกรงขาม “ส่วนเรื่องของคำขอนั้น ข้าที่เป็นถึงจ้าวแห่งโลกเซียนนี้ อย่าว่าแต่ทองหรือหยกเลย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเซียน, ยาหรือแม้แต่ลูกท้อหมื่นปีข้าก็ให้เจ้าได้”
“คือว่า…..” ฉิงเทียนแกล้งทำเป็นลังที่จะพูดแต่ว่ามันก็อายที่จะพูดจริงๆนั่นแหละ เมื่อเห็นฉิงเทียนที่มีท่าทีลังเล องค์เง็กเซียนก็ได้พูดกระตุ้นเขา “ฉิงเทียน อย่าได้เหนียมอายเลย เจ้าว่ามาได้เลยว่าเจ้าต้องการสิ่งใด?”
ฉิงเทียนก็ได้ทำสีหน้าหนักแน่นขึ้นมาราวกับตัดสินใจได้แล้ว “ฝ่าบาทครับผมขออะไรก็ได้ใช่ไหมขอรับ?”
“แน่นอน เมื่อสักครู่ข้าบอกไปแล้วนี่ว่าอะไรก็ได้” องค์เง็กเซียนกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม! เขาอยากที่จะรู้ว่าฉิงเทียนนั้นต้องการสิ่งใด!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย