บทที่ 26 ครอบครัวของซูเสวี่ย
กลับมาที่เมืองโม๋ตู จ้าวก่างและหวงเห่าต่างก็เดินกลับบ้านของตัวเองอย่างมีความสุขหลังจากที่ฉิงเทียนขับรถมาส่งพร้อมของฝากอย่างดี!
แล้วฉิงเทียนก็ได้ขับรถกลับมาส่งซูเสวี่ยถึงหน้าบ้าน
“ภรรยาจ๋า ผมมาส่งคุณถึงที่บ้านแล้วนะจ๊ะ!” ฉิงเทียนลงมาจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูให้ซูเสวี่ยด้วยรอยยิ้ม
“ดูจากสิ่งที่คุณทำวันนี้แล้ว ฉันจะยอมให้คุณเรียกฉันว่าภรรยาสักครั้งก็ได้” ซูเสวี่ยก็เดินลงจากรถและจับมือของฉิงเทียนเอาไว้!
“เสวี่ยเอ๋อของผม ช่างเป็นภรรยาน่ารักเสียจริงๆ” ฉิงเทียนฉวยโอกาสเข้าจูบซูเสวี่ยอย่างรวดเร็ว
ซูเสวี่ยถูกฉิงเทียนลอบโจมตีโดยที่ไม่ทันตั้งตัวก่อนที่จะพูดอย่างเขินอาย “ฉิงเทียน ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้ตลอดเลยนะ?”
ฉิงเทียนชอบมองดูเวลาที่ซูเสวี่ยเป็นแบบนี้ เขาจึงยิ้มและพูดตอบกลับไป “ซ้อมไว้ก่อนไง ซ้อมไว้ก่อน นะภรรยาคนดี”
นี่คือวิธีการทำให้ซูเสวี่ยมีความสุข!
ในขณะที่ฉิงเทียนกำลังจะกลับนั้น ซูเสวี่ยก็ได้ดึงมือของฉิงเทียนเอาไว้แล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียน พ่อของฉัน เขาอยากที่จะพบคุณน่ะ!”
“ว่าไงนะ พวกเขาอยากจะพบผมงั้นเหรอ!” ฉิงเทียนตกใจ! นี่เขาถึงกับต้องฝากลูกสาวมาบอกเลยรึเนี่ย ฉิงเทียนจึงมองไปที่ซูเสวี่ยด้วยสีหน้าเหมือนไม่เต็มใจ!
“สีหน้าแบบนั้นมันอะไรกัน? มันลำบากมากหรือไงที่จะเจอพ่อกับแม่ของฉันเนี่ย?” ซูเสวี่ยมองดูท่าทีที่ไม่เต็มใจของฉิงเทียนแล้วก็หยิกเข้าที่เอวของเขา
“มาสิครับภรรยาจ๋า ใครบอกจะไม่มาล่ะครับ!” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับคิ้วที่ขมวด “พรุ่งนี้ผมจะมาแน่ครับ ถ้าไม่มาผมก็ไม่ได้เป็นลูกเขยน่ะสิ”
“เอาเป็นว่าคุณพูดแล้วนะ ฉันไม่ได้บังคับคุณใช่ไหม?” ซูเสวี่ยพูดอย่างภูมิใจ
“ไม่ครับ ผมยินดีไปเองครับ!” ฉิงเทียนผงกหัวตอบ
เมื่อเห็นฉิงเทียนตอบตกลงซูเสวี่ยก็เอนตัวของเธอเข้าหาตัวของฉิงเทียนและพูดอย่างอ่อนโยน “จริงๆแล้วก็ไม่มีอะไรหรอก แต่เห็นหลินจือที่คุณให้ฉันเมื่อวันก่อนน่ะถูกพ่อของฉันยึดเอาไปแล้ว และบอกให้คุณมาพบเขาด้วย ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรหรอก!”
หลังที่ฟังจากที่ซูเสวี่ยพูดแล้ว ฉิงเทียนก็คิดในใจว่าดูเหมือนว่าที่พ่อตาจะปรารถนาเรื่องของเห็ดหลินจือเสียแล้ว
หากเขาเริ่มด้วยเห็ดหลินจือล่ะก็ บางทีว่าที่พ่อตาอาจจะให้เขาผ่านในระดับหนึ่งก็ได้ เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉิงเทียนก็ยิ้มแบบกรุ้มกริ่มออกมา
“คุณคิดอะไรไม่ดีอีกแล้วสินะ?” ซูเสวี่ยขึ้นเสียงของเธอขึ้นมาถามเขา
ฉิงเทียนก็เอนตัวเข้ามาแล้วกระซิบที่หูของซูเสวี่ยเบาๆ “เดี๋ยวผมจัดการกับว่าที่พ่อตาเอง เพื่อที่ผมจะได้แต่งงานกับคุณและให้คุณคลอดเจ้าจ๋อตัวน้อยให้ผมไงดีไหม?”
ฟังที่ฉิงเทียนพูด หูของซูเสวี่ยก็ได้กลายเป็นสีแดง พร้อมกับใบหน้าที่เขินอาย แล้วเธอก็ได้ถอยจากอ้อมกอดของฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ใครจะไปอยากแต่งงานกับคุณกัน?”
เขาจึงโผเข้ากอดซูเสวี่ย แล้วฉิงเทียนก็ได้เงยหน้าของเขาแล้วพูดอย่างวางมาด “ยังจะมีใครกล้าขอคุณแต่งงานนอกจากผมอีก? ยังจะมีใครที่กล้าแย่งคุณไปจากผม?
ซูเสวี่ยมองดูท่าทีที่ห้าวหาญของฉิงเทียนแล้ว เธอก็เปี่ยมไปด้วยความสุข
ฉิงเทียนได้ก้มหัวของเขาลงอย่างช้าๆและจูบซูเสวี่ย ในเวลานี้ซูเสวี่ยเองก็มีอารมณ์ร่วมขึ้นมาและตอบสนองเขาอย่างช้าๆ
แล้วคู่ชายหญิงก็จูบกันภายใต้แสงจันทร์ที่หน้าประตูบ้านของซูเสวี่ย
ฉิงเทียนนั้นได้จูบอย่างต่อเนื่อง ในตอนแรกเขาก็ได้แค่ริมฝีปากของเธอ จากนั้นเขาค่อยใช้ลิ้นของเขารุกล้ำเข้าไปในปากของเธออย่างช้าๆ
ในตอนแรก ซูเสวี่ยยังคงปิดฟันของเธออยู่ แต่การรุกอย่างต่อเนื่องของฉิงเทียนทำให้ซูเสวี่ยยอมอ้าปากจนได้
เมื่อฉิงเทียนทำสำเร็จ ลิ้นของทั้งสองคนก็ได้สัมผัสกัน ซูเสวี่ยก็ได้คราง “อืม” ออกมาอย่างมีอารมณ์ ซึ่งทำให้เลือดของฉิงเทียนนั้นสูบฉีดขึ้นมา
ทั้งสองคนนั้นจูบกันอย่างเร่าร้อนจนใช้เวลามากกว่าชั่วโมง!
แล้วซูเสวี่ยก็ได้พูดขึ้นมา “มือของคุณนี่ไม่อยู่สุขจริงๆนะ!” ขณะที่เธอกำลังจัดเสื้อผ้าของเธอให้เข้าที่!
ฉิงเทียนก็ได้ลูบจมูกของเขาและพูดพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา “นี่แหละที่เรียกรักซึมลึก!”
แล้วเธอก็จ้องมองฉิงเทียนแล้วพูด “พรุ่งนี้เที่ยงมาทานข้าวเที่ยงที่บ้านฉันด้วย!”
“ได้ครับภรรยาของผมพรุ่งนี้ผมจะมาที่นี่ครับ รับรองว่าจะไม่ทำให้เสื่อมเสียเด็ดขาดครับ” ฉิงเทียนพูดอย่างจริงจัง
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้แยกทางกัน แล้วฉิงเทียนก็ได้ขับรถกลับไปที่บ้านของเขา
เมื่อเขาคิดว่าต้องมาพบกับครอบครัวของซูเสวี่ยพรุ่งนี้ฉิงเทียนก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็นึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งจะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง พ่อของฝ่ายชายนั้นมองไปที่ลูกสะใภ้อย่างพึงพอใจ เพราะเขาคิดว่าหมูที่เขาเลี้ยงเอาไว้นั้นในที่สุดก็เลือกที่จะกินกะหล่ำปลีแล้ว
“คุณช่างปากหวานจริงๆเลยนะ” แม่ของซูเสวี่ยนั้นหัวเราอย่างมีความสุข
มองดูฉิงเทียนและแม่ของซูเสวี่ยที่กำลังคุยกันอย่างร้อนแรง
“เข้ามาทานข้าวได้แล้ว จะมามัวยืนคุยกันไปถึงเมื่อไร?” พ่อของซูเสวี่ยนั้นพูดด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยยินดี
กะแล้วเชียวพ่อตานี่แหละจัดการยากที่สุดแล้ว! ฉิงเทียนคิดอย่างเสียใจ
บนโต๊ะอาหาร ฉิงเทียนค่อยๆเคี้ยวและกลืนอย่างช้าๆ เขานั้นกังวลว่าจะทำอะไรผิดไป
มองดูท่าทีของฉิงเทียน ทำให้ซูเสวี่ยนั้นกลั้นหัวเราะ มองดูซูเสวี่ยทำให้ฉิงเทียนนั้นโมโหเธอขึ้น นี่ไม่ใช่ของให้ดูเล่นขำๆและคิดว่าจะเอาคืนเธอคราวหน้า
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังคิดแก้แค้นซูเสวี่ย พ่อของเธอก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าจริงจังและพูดขึ้น “แล้วคุณไปจีบลูกสาวของพวกเราตอนไหน?”
ฉิงเทียนจึงได้เล่าเรื่องที่เขากับซูเสวี่ยนั้นคบกันได้อย่างไรโดยไม่ปิดบัง
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนเล่า แม่ของซูเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับซูเสวี่ยว่า “เสวี่ยเอ๋อ เป็นลูกตามจีบแบบนี้เองหรอกเหรอ!”
“แม่พูดอะไรอยู่น่ะ!” ซูเสวี่ยพูดขึ้นมาอย่างเขินอาย แล้วหันหน้าไปมองฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ดุดัน “อย่ามาพูดอะไรไร้สาระนะ สาวสวยอย่างฉันคนนี้ไม่ตามจีบคนอย่างคุณง่ายๆหรอก”
ที่โต๊ะอาหารนั้น พ่อของฉิงเทียนก็ได้ถามฉิงเทียนว่าจะเอาอย่างไรต่อแล้วถามถึงครอบครัวของเขา
เมื่อได้ยินว่าครอบครัวของฉิงเทียนนั้นมีน้องชายอยู่แค่คนเดียว พ่อของซูเสวี่ยก็คิ้วขมวดขึ้นมานิดหน่อย
ซูเสวี่ยจึงได้รีบทำตัวเหมือนเด็กๆแล้วพูดกับพ่อของเธอ “แม่คะพ่อคะ ฉิงเทียนดีกับหนูมากเลย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีคนมาที่บ้านของเราเลยนะคะ ทำไมพวกคุณถึงได้ทำแบบนั้นทั้งๆที่มีคนมาหาที่บ้านของพวกเราเป็นครั้งแรกนะคะ”
“ยัยหนูเอ๊ย ลูกน่ะไม่มีเหตุผลแล้วนะ เขาเป็นแค่แฟนหนุ่มแท้ๆแต่ลูกกลับลืมพ่อแม่ของลูกเลยรึ” แม่ของซูเสวี่ยลูบหัวของซูเสวี่ยและพูดพร้อมกับยิ้ม
“ไม่ค่ะแม่ หนูจะพูด! เอาเถอะทานข้าวให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน”
“นั่นสิ ทานข้าวให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ เสี่ยวฉิงทานเยอะๆนะจ๊ะยังมีอีก”
“อาหารฝีมือของคุณป้าอร่อยมากเลยครับ ทำให้ผมทานไม่หยุดปากเลยดังนั้นไม่เกรงใจล่ะนะครับ” พูดจบเขาก็สวาปามคำใหญ่ราวกับหมาป่าเขมือบเสือขย้ำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย