บทที่ 27 การสนทนา
สามารถพูดได้เต็มปากว่าอาหารมื้อนี้เป็นการทานอาหารที่อึดอัดที่สุดของฉิงเทียนเท่าที่เคยทานมา ถึงแม้ว่าอาหารนั้นจะอร่อยก็ตาม แต่ฉิงเทียนนั้นไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะอร่อยไปกับมันเลย
ในขณะเดียวกันก็มองไปที่สายตาของพ่อของซูเสวี่ย เขาก็พอจะนึกภาพออกได้เลย! มันจะต้องเป็นชีวิตยากลำบากแน่ๆในการเป็นสามีของบ้านนี้! ฉิงเทียนบ่นในใจของเขา
“เสี่ยวฉิง นายตามฉันมาที่ห้องทำงาน!” พ่อของซูเสวี่ยที่กำลังถือแก้วช้าก็พูดกับฉิงเทียน เมื่อพูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ห้องทำงานทันทีโดยที่ไม่รอให้ฉิงเทียนตอบกลับมา!
“ได้ครับคุณลุง ผมจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้” เมื่อพูดจบฉิงเทียนมองหาความช่วยเหลือไปที่ซูเสวี่ย
ซูเสวี่ยนั้นเมินเฉยสายตาของฉิงเทียนและพูดไปทางห้องครัว “แม่คะ ให้หนูช่วยล้างจานนะคะ!” จากนั้นเธอก็รีบวิ่งหนีหายไปราวกับควัน
ฉิงเทียนมองดูซูเสวี่ยที่หายก็ได้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแล้วพูดขึ้น “ยัยนี่คราวหน้าจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู”
เขาเดินไปที่ห้องทำงานอย่างๆช้า ราวกับว่าที่นั่นมีขุนพลจากนรกรอเขาอยู่!
มีโต๊ะที่ดูเรียบง่ายสำหรับใช้อ่านหนังสือ ด้านหลังของโต๊ะนั้นมีชั้นหนังสือที่สูงถึง 2 เมตร ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือ!
ในเวลานี้สายตาของฉิงเทียนจับจ้องไปที่หนังสือเหล่านั้น และพบว่ามันคือหนังสือยาจีนมากมาย!
“ทำไม นายสนใจหนังสือพวกนั้นรึยังไง!” พ่อของซูเสวี่ยนั้นถามขึ้นมาเมื่อเขามองเห็นสายตาของฉิงเทียนจับจ้องอยู่ที่ตู้หนังสือ
“คุณลุงครับอย่าล้อผมเล่นสิครับ ผมจะไปเข้าใจหนังสือพวกนี้ได้ยังไงล่ะครับ ผมแค่อ่านชื่อหนังสือที่อยู่ในตู้หนังสือของคุณลุงเท่านั้นเอง พอดีพวกมันเตะตาผมเฉยๆน่ะครับ”
“มองแค่ปราดเดียวผมก็รู้ได้เลยว่าคุณลุงนั้นต้องเป็นพวกคงแก่เรียนแน่ๆ ผมมันไม่ใช่พวกคนที่ทำอะไรสง่างามแบบนี้ได้หรอกครับ” ฉิงเทียนพูดยกยอ
พ่อของซูเสวี่ยฟังที่ฉิงเทียนพูด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ดูแล้วน่าได้ผลอยู่ แล้วเขาก็ได้มองไปที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ทำไมไม่นั่งลงก่อนล่ะ?”
ฉิงเทียนบ่นในใจของเขา: ก็ถ้าไม่บอกให้นั่ง ใครจะไปกล้านั่งกันเล่า! แล้วเขาก็ได้พูดขานรับอย่างเคารพ “ได้ครับคุณลุง!”
“วันนี้ไม่ใช่วันครั้งแรกที่เราได้เจอกันสินะ”
ฉิงเทียนก็ได้พูดตอบอย่างรวดเร็ว “นี่เป็นครั้งที่สองแล้วครับ ครั้งแรกคือตอนที่ผมได้พบกับลุงซูในร้านของคุณลุงครับ!”
“อืม ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะได้ซื้อเห็ดหลินจือศตวรรษและขายลูกสาวในวันเดียวกัน” พ่อของซูเสวี่ยนั้นพูดแบบขมขื่นขึ้นมา
ฉิงเทียนพูดพร้อมกับยิ้ม “คุณลุงครับ อย่าพูดเล่นแบบนี้สิครับ ยังไงเสียเสวี่ยเอ๋อก็ยังเป็นลูกสาวของคุณลุงตลอดไปนะครับ”
“ฉันเองก็แค่อยากจะถอนหายใจ ลูกสาวของตัวเองนั้นโตขึ้นมาโดยที่ไม่ทันรู้ตัวเลย”
ฉิงเทียนนั้นไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีในเวลานี้ เขาทำได้แค่รอให้พ่อของซูเสวี่ยพูดประโยคต่อไปออกมาจากปากเขาเท่านั้น
หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็พูดขึ้น “แล้วความสัมพันธ์ของนายกับเสวี่ยเอ๋อนั้นพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไรล่ะ? ส่วนใหญ่ฉันได้ยินแต่จากปากของเสวี่ยเอ๋อเท่านั้น ฉันอยากได้ยินจากปากของนายบ้าง” เขาพูดพร้อมกับจ้องมาที่ฉิงเทียน!
ฉิงเทียนก็ได้เล่าทุกเรื่องให้เขาฟังไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเขาและเขานั้นกำลังทำอะไรอยู่ ยกเว้นแค่เรื่องที่เขามีถาวเป่าสวรรค์
“แล้วคุณไปได้เห็ดหลินจือศตวรรษนั้นมาจากไหน?” พ่อของซูเสวี่ยมองไปที่ดวงตาของฉิงเทียน
“คุณลุงครับ จริงๆแล้วผมพบเห็นหลินจือศตวรรษโดยบังเอิญ 4 ดอกครับ ดอกแรกก็อย่างที่คุณทราบ” เขาผงกหัวอย่างเข้าใจและให้ฉิงเทียนเล่าต่อ
ฉิงเทียนจึงได้เล่าต่อ “ส่วน 3 ดอกที่เหลือนนั้น ดอกหนึ่งผมให้กับเสวี่ยเอ๋อ ดอกหนึ่งนั้นผมนำมาด้วยวันนี้ และดอกอีกดอกนั้นผมขายในตลาดมืดไปแล้วครับ!”
ด้วยเหตุนั้น พ่อของซูเสวี่ยนั้นก็มองมาที่ฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “ในตอนแรกที่นายมาที่นี่ ฉันก็รู้อยู่แล้วว่านายไม่ได้พูดความจริง เห็ดหลินจือนั้นมักจะต้องมีอย่างน้อย 3 ดอกอยู่ร่วมกันเสมอ ตอนที่นายเอามาแค่ดอกเดียวนั้น ฉันก็รู้แล้วว่านายไม่ได้พูดความจริง!”
ฉิงเทียนรู้สึกโล่งอก เขานั้นช่างเหมือนกับแมวตาบอดที่ไล่จับหนูที่ตายแล้ว เมื่อสักครู่เขาสั่นกลัวเพราะกลัวที่จะรู้ความจริงขึ้นมา!
แล้วเมื่อถามว่าหลังจากเขาขายเห็ดหลินจือไปแล้วทำอะไรต่อ ก็ได้ทราบว่าฉิงเทียนนั้นได้ทำไร่ผลไม้อยู่ด้วย และทราบด้วยว่าฉิงเทียนนั้นสามารถทำรายได้เป็นล้านจากการขายผลไม้
“นายบอกว่านายขายผลไม้ได้เงินเป็นล้านเลยอย่างนั้นรึ!” พ่อของซูเสวี่ยมองมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัย
ซูเสวี่ยจึงได้พูดด้วยเสียงอ่อยๆ “พ่อคะ แต่ฉิงเทียนมีผลไม้พวกนี้เยอะมากนะคะ!”
“เท่าไร!”
“ก็น่าจะหลายร้อยชั่งอยู่ค่ะ!” ซูเสวี่ยพูดพร้อมกับแลบลิ้นออกมา หลังจากที่พูดจบเธอก็มองไปที่ฉิงเทียน!
พ่อของซูเสวี่ยนั้นได้ยินลูกสาวของตัวเองพูดออกมาเช่นนั้น เขาก็ได้หันหน้าไปหาฉิงเทียนและพูดด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวฉิง นายยังมีอีกเยอะจริงๆรึ!”
ฉิงเทียนมองดูเขา แต่รู้สึกเหมือนกำลังมองไปที่พ่อค้าหน้าเลือดในหัวของเขา ฉิงเทียนจึงรีบดึงเอาภาพนั้นออกจากหัวก่อนจะผงกหัวอย่างให้ความร่วมมือ “ยังมีอีกเยอะครับ! คุณลุง!”
“ดี!” พ่อของซูเสวี่ยหัวเราะขึ้นมา “นายขายให้ฉันได้หรือไม่!”
“ผมจะขายได้อย่างไรล่ะครับ ถ้าคุณลุงอยากได้ล่ะก็ เดี๋ยวผมตีรถกลับไปเอามาให้ที่นี่ทันทีเลยก็ได้ครับ!” ฉิงเทียนทุบอกของเขา นี่เป็นโอกาสหายากที่จะแสดงผลงานของเขา จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าเหลืออยู่ไม่กี่ร้อยชั่งหรอก? แต่จริงๆแล้วเหลืออยู่หลายหมื่นชั่งอยู่ในช่องเก็บของฉิงเทียน
เพื่อภรรยาของเขาแล้ว อย่าว่าแค่ผลไม้ไม่กี่ร้อยชั่งเลย ต่อให้ต้องให้ทั้งหมดไปฉิงเทียนก็ยกให้ได้
“ทำไมคุณพ่อถึงได้เป็นอย่างนี้ล่ะคะ คุณพ่อจะให้ฉิงเทียนทำแบบนั้น ทั้งๆที่ฉิงเทียนแค่มาทานข้าวที่บ้านเราเท่านั้นเหรอคะ? แล้วอีกอย่างนะคะบ้านเราไม่สามารถเก็บส้มได้หลายร้อยชั่งได้หรอกนะคะ” ซูเสวี่ยเขย่ามือพ่อของเธอแล้วทำท่าแบบงอแง
“ใช่แล้วล่ะสามี วันนี้เสี่ยวฉิงแค่มาทานอาหารที่บ้านของเราเท่านั้น เรื่องอื่นๆเอาไว้พรุ่งนี้เถอะ!” แม่ของซูเสวี่ยพูดอย่างไม่พอใจ
“อย่างที่คุณแม่ว่านั่นแหละค่ะ!” ซูเสวี่ยพูดพร้อมกับยิ้ม
ฉิงเทียนมองดูครอบครัวที่มีความสุขของซูเสวี่ย แล้วเขาก็คิดถึงครอบครัวของเขาขึ้นมา เขาไม่รู้เลยว่าเขาห่างหายจากความอบอุ่นจากครอบครัวของเขามานานแค่ไหนแล้ว
เขาส่ายหัวสลัดความคิดนั้นทิ้งไป ฉิงเทียนก็ได้พูดด้วยรอยยิ้ม “คุณลุงครับ ผมสัญญาว่าพรุ่งนี้ผมจะเอามาให้แน่นอนครับ” ฉิงเทียนพูดสัญญา
หลังจากที่ได้อยู่ร่วมกันสักพัก พ่อกับแม่ของซูเสวี่ยก็ได้ชอบฉิงเทียนมากขึ้น แล้วพวกเขาก็ได้เล่าเรื่องน่าอายในวัยเด็กของซูเสวี่ยให้ฟัง แล้วฉิงเทียนก็หัวเราะ
ทำให้ซูเสวี่ยหยิกฉิงเทียนเข้าที่เอวของเขา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ข้ามได้รีรันเฉยๆของเก่าหาย